ReadyPlanet.com


แนวทางการผลิตองุ่นปลอดสารพิษ ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค
avatar
บัณฑิต


 

สารชีวภัณฑ์กำจัดโรคองุ่น

องค์ประกอบ : บาซิลลัส ซับทิลิส (เชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์)+ ไตรโคเดอร์มา ฮาเซียนั่ม

 ( เชื้อราที่มีประโยชน์) + คีโตเมี่ยม โกลบรัสซั่ม

 ( เชื้อราที่มีประโยชน์)

ประโยชน์ การป้องกันโรคองุ่นทุกชนิดทางใบ

จุลินทรีย์ทั้งสามชนิดจะทำหน้าที่ดังนี้ :

            -ยับยั้งการงอกของสปอร์เชื้อโรคที่ตกลงบนใบพืช ทำให้เชื้อโรคขยายพันธุ์ไม่ได้

                  -ยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นใยและการเข้าทำลายของเชื้อโรคต่อเซลพืช

                  -ลดบริเวณพื้นที่สัมผัสของเชื้อโรคบนใบพืช

                  -การทำลายเชื้อโรคหลายช่องทาง ทำให้เชื้อโรคไม่สามารถสร้างความต้านทานได้

วิธีการใช้ สารชีวภัณฑ์ (รูปผงสปอร์พร้อมใช้) ทางใบ:

1.  แช่ สารชีวภัณฑ์ อัตรา 500 กรัม ต่อ น้ำ 200 ลิตร ในภาชนะขนาด 3-5 ลิตร (ไม่ต้องแช่โดยตรงในถังใหญ่ฉีดยา) ไว้หนึ่งคืนจะดีที่สุด (หรืออย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง) เพื่อให้จุลินทรีย์เพิ่มปริมาณและขยายตัวก่อนนำไปใช้งานป้องกันโรคพืช แล้วนำสารละลายชีวภัณฑ์จากภาชนะขนาด 3-5 ลิตร ไปเทลงถังใหญ่ฉีดยา เพื่อจะฉีดพ่นไปยังต้นพืชต่อไป (ควรผสมสารจับใบ)

2.     ฉีด สารชีวภัณฑ์ ช่วงเช้าหรือเย็น ถ้าเป็นช่วงเย็นจะเหมาะที่สุดเพราะผ่านช่วงกลางคืน ทำให้จุลินทรีย์ทั้ง 3 ชนิดทำงานได้เต็มที่ และฉีดให้ทั่วทั้งบนใบ ใต้ใบ และฉีดลงดินด้วยเพื่อกำจัดเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในดินไม่ให้ขึ้นมาทำลายพืชในเวลาต่อมา

3.  กรณีป้องกันเชื้อโรคดื้อยา ใช้ สารชีวภัณฑ์ สลับกับสารเคมี เพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อโรคทุกชนิด 

      “สารชีวภัณฑ์ ไม่เป็นอันตรายต่อ มนุษย์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด จึงปลอดภัยกับคนฉีดกว่าสารเคมี  ปราศจากสารตกค้างบนผลผลิต

    จุดเด่นผลิตภัณฑ์:

          -ไม่ทำให้เชื้อโรคดื้อยา ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่เป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปลาและสัตว์น้ำทุกชนิดปลอดภัย ปราศจากสารพิษตกค้างบนผลผลิต

      -ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ผลผลิตส่งออกต่างประเทศได้

      -เหมาะสำหรับเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP), เกษตรผสมผสาน (IPM), เกษตรอินทรีย์ (Organic Farming)

     สารชีวภัณฑ์กำจัดแมลง       

ไม่ใช่สารเคมีอันตราย
องค์ประกอบ
: บิววาเรีย บัสสิน่า + เมธาไรเซี่ยม

 เอนนิโซเพล + พาซิโลมัยซิส ลินลาซินัส

(เชื้อราศัตรูธรรมชาติของแมลงศัตรูพืชทุกชนิด

รูปผงสปอร์พร้อมใช้)

       ประโยชน์: บิววาเรีย และ เมธาไรเซี่ยม มีความสามารถเข้าทำลาย แมลงศัตรูพืชทุกชนิด โดยผ่านเข้าทางผิงหนังของแมลง ด้วยการสร้างหลอดออกมาแทงทะลุผิวหนังของแมลงเข้าไปภายใน เชื้อจะสร้างกลุ่มเส้นใยเข้าไปตามท่ออาหารและขยายจำนวนมากขึ้น โดยเส้นใยแตกและหักออกเป็นท่อนสั้นๆเข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆในตัวแมลง และเพิ่มจำนวนภายในตัวแมลง ซึ่งจะทำลายเนื้อเยื่อของแมลง และ ปล่อยสารพิษทำลายแมลงด้วย ทำให้แมลงป่วย ร่างกายอ่อนแอ และตายในที่สุดและติดต่อไปยังแมลงข้างเคียงอย่างรวดเร็ว และทำลายแมลงตัวอื่นๆด้วย  ส่วนแมลงไม่สามารถ แสดงอาการดื้อยา เหมือนสารเคมีกำจัดแมลงทั่วๆไป       ในขณะที่     พาซิโลมายซิส  จะกำจัดไข่ของแมลงทุกชนิด เช่น ไข่เพลี้ยแป้ง ไข่เพลี้ยไฟ ไข่เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ไข่หนอนทุกชนิด และไข่ของแมลงทุกชนิดทั้งปากกัดและปากดูด รวมทั้งไข่หอยเชอรี่ในนาข้าว  

       สาเหตุ ที่ พาซิโลมัยซิส  ลินลาซินัส  ทำลายไข่แมลงได้ เพราะ สามารถ ผลิต เอ็มไซม์  ชื่อ โปรติเนส  และ ไคติเนส ซึ่งทำให้เปลือกไข่อ่อนตัว ทำให้ ตัวพาซิโลมัยซิส สามารถแทรกตัวเข้าไปภายในไข่และทำลายตัวอ่อนที่อยู่ภายในไข่ ทำให้ไข่เป็นหมัน คือไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวได้

      ในขณะที่ สารชีวภัณฑ์ ไม่เป็นอันตรายต่อ มนุษย์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด จึงปลอดภัยกับคนฉีดกว่าสารเคมี  ปราศจากสารตกค้างบนผลผลิต

          วิธีการใช้ สารชีวภัณฑ์ (รูปผงสปอร์พร้อมใช้):

  1.  แช่ สารชีวภัณฑ์ อัตรา 500 กรัม ต่อ น้ำ 200 ลิตร ในภาชนะขนาด 3-5 ลิตร (ไม่ต้องแช่โดยตรงในถังใหญ่ฉีดยา) ไว้หนึ่งคืนจะดีที่สุด (หรืออย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง) เพื่อให้จุลินทรีย์เพิ่มปริมาณและขยายตัวก่อนนำไปใช้งานกำจัดแมลงศัตรูพืช แล้วนำสารละลายชีวภัณฑ์จากภาชนะขนาด 3-5 ลิตร ไปเทลงถังใหญ่ฉีดยา เพื่อจะฉีดพ่นไปยังต้นพืชต่อไป (ควรผสมสารจับใบ)

   2.     ฉีด สารชีวภัณฑ์ ช่วงเช้าหรือเย็น ถ้าเป็นช่วงเย็นจะเหมาะที่สุดเพราะผ่านช่วงกลางคืน ทำให้จุลินทรีย์ทั้ง 3 ชนิดทำงานได้เต็มที่ และฉีดให้โดนตัวแมลงให้มากที่สุด สำหรับ เพลี้ยแป้ง ประมาณ 3-4 วัน จะเห็นเส้นใยสีขาวขึ้นปกคลุมตัวเพลี้ยแป้ง (มัมมี่) แสดงว่าเพลี้ยแป้งตายแล้ว

  3.  กรณีป้องกัน ใช้ สารชีวภัณฑ์ สลับกับสารเคมี หรือ  ผสมกับสารเคมีไปพร้อมกัน เพื่อป้องกันการดื้อยา     ของแมลงทุกชนิด 

  4.    กรณีแมลงระบาดแล้ว ให้ผสม สารชีวภัณฑ์ กับ      สารเคมีได้เลย ฉีดไปพร้อมกัน แมลงสามารถสร้างภูมิต้านทานสารเคมีได้ แต่ไม่สามารถสร้างความต้านทาน สารชีวภัณฑ์ ได้

  5.    สามารถใช้ สารชีวภัณฑ์ ลดจำนวนแมลงตัวแก่โดย ฉีดไปที่ตัวแมลงที่มาเล่นไฟโดยตรง ซึ่งจะเป็นตัวเมียส่วนใหญ่ที่มาเล่นไฟ ทำให้ตัวแก่ตัวเมียตายไม่สามารถออกไข่ได้

   6.“สารชีวภัณฑ์ มี พาซิโลมัยซิส”  เป็นส่วน 

 ประกอบ  ซึ่งจะทำลายไข่ของแมลงทุกชนิดไม่ให้ฟัก

 ออกมา  เป็นตัว ทำให้ช่วยลดจำนวนของแมลงได้

 อย่างดี (สูญพันธุ์)ในขณะที่สารเคมีทุกชนิดไม่

 สามารถทำลายหรือกำจัดไข่แมลงได้

 เพลี้ยแป้งตัวเมีย 1 ตัววางไข่เป็นกลุ่มๆละ 100-200 ฟอง บนผล

 กิ่ง และใบ ของมะม่วง ตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ 600-800

 ฟอง ในเวลา 14 วัน   

 เพลี้ยไฟตัวเมีย 1 ตัวที่ได้รับการผสมพันธุ์ จะออกไข่ประมาณ 40 ฟอง

 และเพลี้ยไฟตัวเมียที่ไม่ได้รับการผสมพันธุ์ จะออกไข่ประมาณ 30 ฟอง

 

จุดเด่นผลิตภัณฑ์:

    -กำจัดได้ทั้ง ตัวอ่อน ตัวแก่ และไข่ ของแมลงทุกชนิด สารเคมีทุกชนิดไม่สามารถกำจัดไข่แมลงได้ จึงทำให้ไข่ฟักออกมาเป็นตัว และเข้าทำลายพืชอย่างต่อเนื่อง

      -ไม่ทำให้แมลงดื้อยา ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่เป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปลาและสัตว์น้ำทุกชนิดปลอดภัย ปราศจากสารพิษตกค้างบนผลผลิต

      -ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ผลผลิตส่งออกต่างประเทศได้

      -เหมาะสำหรับเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP), เกษตรผสมผสาน (IPM), เกษตรอินทรีย์ (Organic Farming)

 

   บัณฑิต โทร:086-445-1754

 



ผู้ตั้งกระทู้ บัณฑิต (bunditpraw-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2011-06-01 17:41:17 IP : 118.172.87.118


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.