46-0-0 หรือ ยูเรียเมืองนอกขึ้น เมืองไทยก็ขึ้นตาม แม่ปุ๋ย18-46-0,0-0-60 ก็ขึ้นหลังปีใหม่นี้ 2557
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ


46-0-0,ยูเรีย,ไนโตรเจน,ซื้อแพงกว่าทำไม

 
ฟังเรื่องข้าวอินทรีย์(เปิดลำโพงด้วยครับ):http://www.organicricesingburi.blogspot.com


ปุ๋ยยูเรีย ตามกฎหมาย

ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ตามกฎหมายเรียกว่า "ปุ๋ยเคมียูเรีย" โดยต้องมีปริมาณไนโตรเจนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 44 ของน้ำหนัก มีปริมาณไบยูเร็ตต่ำกว่าร้อยละ 1 ของน้ำหนัก และมีปริมาณความชื้นต่ำกว่าร้อยละ 3 ของน้ำหนัก

* สารอินทรีย์ คือสารที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิต ข้อมูลบางแหล่งจึงจัดปุ๋ยยูเรีย เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งไม่ถูกต้อง และกฎหมายไทยถือว่า ปุ๋ยยูเรีย เป็นปุ๋ยเคมี
* ยูเรีย เป็นสารอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นจากสารอนินทรีย์ได้ชนิดแรกของโลก และปฏิวัติวงการเคมี ที่เคยเชื่อว่าสารอินทรีย์ต้องได้มาจากสิ่งมีชีวิตเท่านั้น

ราคาปุ๋ยยูเรีย (urea price)

ราคาปุ๋ยยูเรีย ขึ้นลงตามตลาดโลก อันเนื่องมาจากต้นทุนวัตถุดิบ บางโรงงานผลิตปุ๋ยยูเรียจากก๊าซธรรมชาติ ส่วนบางโรงงานผลิตปุ๋ยยูเรียจากถ่านหิน ต้นทุนการผลิต ต้นทุนค่าขนส่ง อัตราแลกเปลี่ยน ภาษี ปุ๋ยยูเรีย ถือได้ว่าเป็นสินค้าประเภทคอมโมดิตี้ (commodity) ที่มีการซื้อขายกันโดยทั่วไป และมีราคาซื้อขายล่วงหน้า แต่ปัจจัยที่มีผลต่อราคาปุ๋ยยูเรียอย่างมาก คือ ปริมาณความสามารถของการผลิตโดยรวม ปริมาณความต้องการใช้ปุ๋ยโดยรวม (demand - supply) และปริมาณปุ๋ยยูเรียคงคลังที่เก็บไว้เพื่อจำหน่าย และยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมาก

ลูกค้าหมักยาข้าวดีดข้าวเด้ง หน้าร้าน ป.เคมีภัณฑ์ by f100000760321161 

กรรมวิธีการผลิตปุ๋ยยูเรีย (urea production)

เริ่มจากการดูดก๊าซไนโตรเจน (N2) จากอากาศ และนำก๊าซธรรมชาติมาผลิตก๊าซไฮโดรเจน (H2) (บางโรงงานผลิตจากถ่านหิน) มาผ่านกระบวนการผลิตเป็นแอมโมเนีย (NH3) และได้ผลพลอยได้เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หลังจากนั้นนำแอมโมเนียเหลว และ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ผลิตได้ก่อนหน้านี้มาผ่านขบวนการทางเคมี ที่ความร้อนสูงประมาณ 180°C ที่ความดันประมาณ 200 บาร์ แล้วนำมาตกผลึก จะได้เป็นปุ๋ยยูเรีย

อาจกล่าวได้อย่างง่าย ๆ ว่า ปุ๋ยยูเรียเป็นปุ๋ยที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ (เพราะก๊าซไนโตรเจนดูดมาจากอากาศ)

อย่างไรก็ตามในขบวนการผลิต จะได้สารพิษที่ไม่ต้องการปะปนมาด้วยคือ ไบยูเร็ต (biuret) ซึ่งจำเป็นต้องควบคุมให้มีปริมาณต่ำ และใช้เป็นตัวแบ่งเกรดปุ๋ยยูเรีย โดยทั่วไป กำหนดให้ไบยูเร็ตไม่เกิน 1%

อันเนื่องมาจากการผลิตแอมโมเนีย ต้องใช้ก๊าซธรรมชาติ (หรือถ่านหิน) เป็นวัตถุดิบ ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติ (หรือถ่านหิน) มีผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตปุ๋ยยูเรีย และส่งผลต่อราคาขายปุ๋ยยูเรียอีกด้วย

คุณสมบัติของปุ๋ยยูเรีย (urea property)

มีผลึกสีขาว มีกลิ่นเฉพาะตัว ดูดความชื้นได้ดี ละลายน้ำได้ดีมาก ที่อุณหภูมิห้อง ยูเรีย 1.5 กิโลกรัม สามารถละลายหมดในน้ำเปล่า 1 กิโลกรัมได้ มีจุดหลอมเหลวประมาณ 133 องศาเซลเซียส (สูงกว่าน้ำเดือด) ไม่ติดไฟ

ชนิดของปุ๋ยยูเรีย (urea type)

1.ปุ๋ยยูเรียเม็ดโฟม (granular urea)

ปุ๋ยยูเรียเม็ดโฟม เป็นปุ๋ยที่มีเม็ดขนาดใหญ่ 2-4 มิลิเมตร มีสีขาวเหมือนเม็ดโฟม นิยมใช้ทางการเกษตร เหมาะกับการหว่าน และใช้กับเครื่องพ่นปุ๋ยทั่วไปได้

ปุ๋ยยูเรียเม็ดโฟม เป็นแม่ปุ๋ยหลักไนโตรเจน สำหรับโรงงานผลิตปุ๋ยบัลค์ โดยนำไปบัลค์ปุ๋ย (คลุกปุ๋ย) กับแม่ปุ๋ยชนิดอื่น เช่น แม่ปุ๋ยแดป (DAP) 18-46-0 แม่ปุ๋ยม็อบ (MOP) 0-0-60 และฟิลเลอร์ ด้วยการคลุกเคล้า เพื่อให้ได้ปุ๋ยสูตรต่าง ๆ ตามต้องการ เช่น ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 ปุ๋ยสูตร 16-16-8

2.ปุ๋ยยูเรียเม็ดเล็ก หรือเม็ดสาคู (prilled urea)

ปุ๋ยยูเรียเม็ดเล็ก หรือเม็ดสาคู เป็นปุ๋ยที่มีเม็ดขนาดเล็ก 1-3 มิลิเมตร มีสีขาวใสเหมือนเม็ดสาคู เฉพาะในประเทศไทยนิยมใช้ทางการเกษตรน้อยกว่าปุ๋ยยูเรียเม็ดโฟม แต่ใช้ได้ดีกับต้นไม้เหมือนปุ๋ยยูเรียเม็ดโฟม เพียงแต่ไม่เป็นที่คุ้นเคยของเกษตรกร ปุ๋ยยูเรียเม็ดเล็ก ไม่สามารถใช้บัลค์ปุ๋ยได้เนื่องจากเม็ดมีขนาดเล็ก

ที่สำคัญปุ๋ยยูเรียเม็ดเล็กนิยมใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์เพื่อเสริม โปรตีน (ไม่ใช้ปุ๋ยยูเรียเม็ดโฟม) เพื่อเพิ่มโปรตีนสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้องต่าง ๆ เช่น วัว ควาย แพะ แกะ
นอกจากนี้ปุ๋ยยูเรียเม็ดเล็ก ยังใช้สำหรับงานอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น
ปุ๋ยยูเรีย ใช้เป็นสารให้ความเย็น เนื่องจากปุ๋ยยูเรียเวลาละลาย จะมีความสามารถดูดความร้อนได้สูง (ทำให้สิ่งรอบข้างเย็นลง)
ปุ๋ยยูเรีย ใช้เป็นส่วนผสมในพลาสติก เพื่อเพิ่มคุณสมบัติที่ดี
ปุ๋ยยูเรีย ใช้เป็นกาว
ปุ๋ยยูเรีย ใช้เป็นส่วนผสมวัตถุไวไฟ
และอื่น ๆ อีกมากมาย

ประโยชน์ของยูเรียเป็นปุ๋ย (urea as fertilizer)

ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 เป็นแม่ปุ๋ยที่ให้แร่ธาตุอาหารหลักไนโตรเจน ซึ่งพืชทุกชนิดมีความต้องการในปริมาณที่สูงมาก โดยทั่วไปไนโตรเจนเป็นแร่ธาตุอาหารในดินที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของ พืช จึงมีความจำเป็นต้องใส่เพิ่มในทุกกรณี เพื่อให้พืชเจริญเติบโตงอกงาม ได้ผลผลิตที่ดี โดยปุ๋ยยูเรีย ช่วยทำให้พืชมีใบสีเขียว มีส่วนในการสังเคราะห์แสง ทำให้พืชเจริญเติบโตมีความสูง ใบเจริญงอกงามมีขนาดใหญ่ ใบดกหนา ใบสีเขียวเข้ม และช่วยเพิ่มโปรตีนในผลผลิต

ประโยชน์ของยูเรียเป็นอาหารสัตว์เสริมโปรตีน (urea as feedstuff)

ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 นิยมใช้เป็นอาหารสัตว์เสริมโปรตีนที่สำคัญสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น วัวเนื้อ วัวนม ควาย โค กระบือ แพะ แกะ กวาง เพราะจุลอินทรีย์ในกระเพาะหมัก (rumen หรือ กระเพาะ ผ้าขี้ริ้ว) ของสัตว์เคี้ยวเอี้องสามารถเปลี่ยนยูเรียในอาหารให้เป็นก๊าซแอมโมเนีย ซึ่งอุดมด้วยธาตุไนโตรเจนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของกรดอะมิโน เพื่อให้สัตว์นำไปสร้างเป็นโปรตีน นอกจากนี้ยูเรียถือเป็นอาหารเสริมสำหรับสัตว์ที่ให้โปรตีนในราคาถูกที่สุด ถูกกว่าปลาป่น และกากถั่วต่าง ๆ เพราะให้โปรตีนสูงถึง 287.5 เปอร์เซนต์

ข้อควรระวัง
ไม่สามารถให้ยูเรียเป็นอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องได้โดยตรง หรือให้เป็นอาหารสัตว์ในปริมาณมากเกินไป เพราะอาจเป็นอันตรายและทำให้สัตว์ตายได้

ประโยชน์ของยูเรียเป็นสารเคมี (urea as chemicals)

ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ใช้เป็นสารเคมี ที่เป็นส่วนประกอบในขบวนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิด เช่น เป็นส่วนผสมในการผลิตปลั๊กไฟฟ้า เป็นส่วนผสมในการผลิตสารให้ความเย็น เป็นส่วนผสมในการผลิตกาว เป็นต้น

การให้ธาตุอาหารไนโตรเจนของปุ๋ยยูเรีย (how urea nutrient works)

ไนโตรเจน (N2) เป็นแก๊สที่มีปริมาณมากที่สุดในอากาศ โดยมีมากถึง 78% (มากกว่าแก๊สออกซิเจนที่เราใช้หายใจ) แต่เนื่องจากไนโตรเจนเป็นแก๊สเฉื่อย มีโครงสร้างโมเลกุลยึดเกาะกันอย่างแข็งแรง พืชไม่สามารถนำไปใช้ได้โดยตรง อีกทั้งไนโตรเจนไม่สามารถทำปฏิกิริยาเคมีได้โดยง่าย ทำให้ในธรรมชาติและในดินมีไนโตรเจนซึ่งอยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ น้อยมาก ดินทั่วไปโดยเฉพาะดินสำหรับการเพาะปลูกถูกพืชดูดซึมไนโตรเจนไปใช้จนหมด ทำให้คลาดแคลนไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืชอีกต่อไป มีความจำเป็นต้องเติมไนโตรเจนกลับลงสู่ดินในรูปที่พืชดูดซึมไปใช้ได้ในรูป ของปุ๋ย และปุ๋ยที่ให้ธาตุไนโตรเจนสูงที่สุดคือปุ๋ยยูเรีย

เมื่อเติมปุ๋ยยูเรียลงในดินจะเกิดกระบวนการดังนี้
• ปุ๋ยยูเรีย เมื่อละลายน้ำจะถูกแบคทีเรียในดินย่อยสลายจะเปลี่ยนรูปเป็น แอมโมเนีย (NH3)
• แอมโมเนียบางส่วน จะระเหยสูญเสียไปจากดิน
• แอมโมเนีย เมื่อโดนความชื้นจะเปลี่ยนรูปเป็นแอมโมเนียม (NH4+)
• แอมโมเนียม จะจับกับอนุภาคดินที่เป็นประจุลบ เป็นธาตุอาหารไนโตรเจนที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้
• แอมโมเนียมบางส่วน จะผ่านกระบวนการไนตริฟิเคชั่นถูกแบคทีเรียเปลี่ยนรูปเป็น ไนไตรท์ (NO2-)
• ไนไตรท์ จะผ่านกระบวนการไนตริฟิเคชั่นถูกแบคทีเรียเปลี่ยนรูปเป็น ไนเตรท (NO3-)
• ไนเตรท เป็นธาตุอาหารไนโตรเจนที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้
• เนื่องจากไนเตรทมีประจุลบไม่จับกับอนุภาคดิน ไนเตรทบางส่วนจะถูกชะล้างสูญเสียไปจากดิน

อัตราการใช้ปุ๋ยยูเรีย วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ (urea usage)

ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ลักษณะของดิน ปริมาณของสารอาหารในดิน และที่สำคัญขึ้นอยู่กับประเภทและชนิดของพืชที่ปลูก พันธุ์พืชที่ปลูก

ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 เป็นปุ๋ยที่ละลายน้ำได้ดีมาก และพืชจึงสามารถดูดซึมธาตุไนโตรเจนไปใช้ได้ทั้งจากทางรากและทางใบ เพราะฉะนั้น การใส่ปุ๋ยยูเรียต้องใส่ในขณะที่ดินเปียกชื้นพอเหมาะ

นาข้าว

• สำหรับพันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสง ซึ่งปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ใส่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 อัตราไร่ละ 5-10 กิโลกรัม หว่านให้ทั่วแปลงก่อนข้าวออกดอก 30 วัน
• สำหรับพันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง ซึ่งปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ใส่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 อัตราไร่ละ 10-15 กิโลกรัม หว่านให้ทั่วแปลงหลังปักดำข้าว 35-45 วัน

พืชไร่ชนิดต่าง ๆ
อ้อย

• สำหรับอ้อยปลูก ใช้ยูเรีย 46-0-0 อัตราไร่ละ 50-80 กิโลกรัมต่อปี แบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง เท่า ๆ กันครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน 
• สำหรับอ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ใส่ครั้งแรกต้นฤดูฝน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว
• สำหรับอ้อยตอ ในเขตชลประทาน ใส่ครั้งแรกหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว

สับปะรด

ใช้ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 อัตราไร่ละ 25 กิโลกรัม โรยข้างแถว แล้วพรวนดินกลบหลังจากปลูก 30 วัน

ข้าวโพด ข้าวฟ่าง

ใช้ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 อัตราไร่ละ 10-20 กิโลกรัม โรยข้างแถว แล้วพรวนดินกลบเมื่อมีอายุ 25-30 วัน

พืชผัก ชนิดต่าง ๆ

ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ใช้ได้กับมะเขือเทศ แตงโม พริก กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก หอมหัวใหญ่ กระเทียม มันฝรั่ง มันเทศ และพืชผักทุกชนิด
โดย แบ่งอัตราการใส่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ออกเป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อต้นพืชอายุประมาณ 10-15 วัน โดยหว่านปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 อัตราไร่ละ 50 กิโลกรัม ครั้งที่สองใช้หลังหว่านปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ครั้งแรกประมาณ 30-45 วัน อัตราไร่ละ 50 กิโลกรัม

ข้อควรระวังของการใช้ปุ๋ยยูเรีย (urea usage caution)

การใช้ปุ๋ยยูเรียหรือปุ๋ยเคมีชนิดอื่น ๆ ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น จะทำให้มีปุ๋ยตกค้างในดิน ทำให้ดินเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพ ทำให้ดินแข็ง รากพืชชอนไชหาอาหารได้ไม่ดี ทำให้ดินเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมี ทำให้ดินเค็ม

ถ้าใช้ปุ๋ยยูเรียในปริมาณที่สูงเกินไปมาก จะทำให้พืชมีใบสีเขียวเข้ม มีใบเพิ่มผิดปกติ อาจทำให้พืชเฉาและตายได้ (น็อคปุ๋ย) ได้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ ในกรณีต้นข้าว จะได้ข้าวเมล็ดเล็กลีบกว่าปกติ ทำให้ต้นพืชอ่อนแอไม่แข็งแรง และเป็นโรคได้ง่าย เช่น โรคไหม้ข้าวที่เกิดจากเชื้อรา ที่เคยระบาดในจังหวัดมหาสารคาม หนองบัวลำภู อันเนื่องมาจากใช้ปุ๋ยยูเรียปริมาณสูงมากเกินความจำเป็น ทำให้ต้นข้าวอวบ ใบข้าวอวบ แต่เปราะและอ่อนแอ ติดโรคไหม้ข้าวได้ง่าย

เคยมีผลสำรวจการใช้ปุ๋ยยูเรียจากทางการ ปรากฏว่าเกษตรกรมีการใช้ปุ๋ยยูเรียมากเกินความจำเป็น เพราะคิดว่ายิ่งใส่ปุ๋ยปริมาณมาก จะทำให้ได้ผลผลิตปริมาณมากตาม ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะนอกจากปุ๋ยส่วนเกินที่พืชไม่ได้ดูดซึมไปใช้แล้ว ทำให้ปุ๋ยตกค้าง และเป็นผลเสียต่อดินในระยะยาว และเป็นความสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

วิธีที่ถูกต้องคือ ต้องศึกษาลักษณะของดิน เคมีของดิน ปริมาณแร่ธาตุอาหารในดิน ปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในดิน ก่อนการเพาะปลูกในแต่ละครั้ง ซึ่งโดยทั่วไปเกษตรกรไม่สามารถคาดเดาได้ง่าย ๆ จากประสบการณ์ ควรส่งดินไปตรวจสอบที่หน่วยเกษตรเป็นระยะ เพื่อจะได้รู้ปริมาณปุ๋ยและแร่ธาตุในดิน เพื่อจะได้เลือกประเภทปุ๋ย และสัดส่วนการใส่ปุ๋ยได้ถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนจังหวะเวลาในการใส่ปุ๋ย เพื่อให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้งานได้สูงสุดไม่เหลือตกค้าง และยังเป็นการประหยัดค่าปุ๋ยได้อย่างดี

อย่างไรก็ได้ได้มีผลการวิจัย สรุปว่าการใช้แต่ปุ๋ยยูเรีย หรือปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว กลับจะทำให้โครงสร้างดิน สมดุลของดินเสีย ตลอดจนได้ผลผลิตปริมาณต่ำ ควรใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ ควบคู่กันไปด้วยในสัดส่วนที่เหมาะสม

ข้อมูลเพิ่มเติมการใช้ปุ๋ยยูเรีย

ถ้าไม่แน่ใจวิธีการใช้ปุ๋ย สามารถขอข้อมูลได้ที่ กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือสอบถามเบื้องต้นได้ที่ Thaifertilizer ฝ่ายวิชาการของเรา พร้อมที่จะให้ความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการใช้ปุ๋ยแก่ท่าน


 



ผู้ตั้งกระทู้ ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2013-12-20 10:14:56 IP : 125.26.119.235


[1]

ความคิดเห็นที่ 7 (3551078)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557

ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวอินทรีย์ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

 
จัดสงฟรีทั่วไทย ปลอดภัย รวดเร็ว ภายใน 2 วัน
ราคาสง หมายถึง 100 กิโลกรัม เถาแกนอย / 500 กิโลกรัม ทำธุรกิจ / 1000 กิโลกรัม ผูเชี่ยวชาญ
แพ็คสูญญากาศ สี่เหลี่ยม ขนาด 1ก.ก. และ 5ก.ก.


***ทานสามารถนำไปขายไดเปนแบรนดตัวเอง หรือ ใหเราออกแบบให***
ท่านใดจะสั่งไปหุงทาน ติดต่อได้ส่งฟรี 35 ถุง แถมฟรี  3 ถุง  ส่งฟรีทั่วไทย


 
 

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-01-14 18:31:57 IP : 125.26.112.216


ความคิดเห็นที่ 6 (3547106)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

การกำจัดข้าวดีด ข้าวเด้ง ข้าวปน แบบถูกวิธี

ซึ่งผมทดลองมาระยะหนึ่ง เนื้อที่นาแต่ละบ้านเกินทุกแปลง กับอัตราส่วนสมุนไพรหมักข้าวดีด ไม่สมดุลกัน จึงไม่ได้ผลเท่าที่ควร

จึงเกิดอัตราส่วนใหม่ 2.5 ไร่ต่อ 1 ลิตร และแถม 1 ลิตรต่อ 10 ไร่เสมอ

1.หมักด้วยเกลือแกง กิโลกรัมละ 4 บาท

2.หมักด้วยยาสมุนไพร  ขวดละ 350 บาทถึงราคาขวดละ 1500 บาท

หมักก่อนปั้นดิน ทิ้งไว้ 7 วันแล้วย่ำดิน เลือบเทือกพร้อมหว่านข้าว 7-9 วัน ตามลำดับ  สั่งซื้ออ่านต่อคลิก

ปัญหาเมล็ดข้าวดีดจะสามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

ควรกำจัดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยใช้สารย่อยฟาง ซึ่งจะสามารถช่วยย่อยเมล็ดข้าวดีดและเมล็ดวัชพืชอื่นๆได้ด้วย ซึ่งทางบริษัทขอแนะนำ สารย่อยฟางชื่อ ไดเจส+A-100 ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาข้าวดีดลดลง 90% จะสะดวก สบายในการใช้งานมากกว่า

สายด่วนเกษตร: 087-9181778  ป.เคมีภัณฑ์

กดชมแผนที่ บริษัท ป.เคมีภัณฑ์ จำกัด คลิกๆ

กดชมแผนที่ ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี คลิกๆ

หน้าเพจGoogle ป.เคมีภัณฑ์ อยากขายมากกว่าอยากรวย คลิก

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-12-28 08:26:46 IP : 125.26.112.151


ความคิดเห็นที่ 5 (3545332)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-12-22 11:11:01 IP : 125.26.105.84


ความคิดเห็นที่ 4 (3545330)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

6. หาลูกค้าอย่างไรดี

เป็นโชคดีของเราที่คนไทยบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก เพราะฉะนั้นลูกค้าของคุณก็คือคนทุกคนทีกินข้าว ในการขายข้าวสารท่านอาจเลือกที่จะเปิดร้านขาย หรือ วิ่งหาลูกค้าแล้วส่งตามที่เขาสั่ง หรือจะทำทั้งสองอย่างก็ได้ ในกรณีเปิดร้านขาย ท่านก็ต้องพยายามโปรโมทร้านค้าของท่านโดยการติดป้าย หรือบอกคนรู้จัก เพื่อนบ้าน ในละแวกบ้านหรือละแวกร้านของท่านให้ทราบ ให้เกิดการบอกต่อ ท่านอาจจะวิ่งหาออเดอร์เองตามบ้าน มีบริการส่งสินค้าสั่งขั้นต่ำ1 ถัง ส่งฟรี หรือในกรณีที่สองคือการวิ่งหาลูกค้าแล้วค่อยส่ง ท่านสามารถเข้าไปสอบถามพ่อค้า แม่ค้า โรงเรียนโรงแรม โรงอาหาร เอาตัวอย่างข้าวไปเสนอ ทำใบเสนอราคา แล้วพอลูกค้าสั่งก็นำไปส่ง วิธีนี้หากท่านต้องค่อยๆสะสมฐานลูกค้า ณ วันที่ท่านมีฐานลูกค้ามากก็สบายแล้วค่ะ     

7. มีเทคนิคหรือวิธีการอย่างไรบ้างในการดึงดูดลูกค้า 

ในเรื่องนี้มีอยู่หลายปัจจัยด้วยกันที่จะสามารถดึงลูกค้าเข้าร้านท่านได้ เช่นว่า หลังจากท่านเปิดร้านแล้วท่านอาจจะต้องติดป้ายหรือบอกคนรู้จัก เพื่อนบ้าน ในละแวกบ้านหรือละแวกร้านของท่านให้ทราบ ให้เกิดการบอกต่อ และการที่ร้านของท่านจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้นั้น ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมาก ร้านที่โปร่ง โล่ง จัดวางสินค้าอย่างเป็นระเบียบ จะแลดูสะอาดกว่าร้านที่วางสินค้าหลายๆอย่างและจัดไม่เป็นสัดส่วน ให้ท่านลองนึกภาพร้านโชห่วยสมัยก่อนดู จริงๆแล้วร้านทุกร้านจำเป็นจะต้องทำให้ดูดี ไม่ว่าท่านจะขายไก่ย่าง ส้มตำ ขายก๋วยเตี๋ยว ขายน้ำ ถึงแม้ว่าสินค้าจะเหมือนกัน แต่ร้านที่ดูสะอาดและเป็นระเบียบกว่ามักจะขายได้ดีกว่า เพราะจะทำให้ลูกค้ามั่นใจในตัวสินค้า อย่างต่อมาคือความหลากหลายของสินค้า หากร้านของท่านมีทั้ง ข้าวหอมเก่า หอมใหม่ ข้าวเหนียว ข้าวขาว ข้าวเพื่อสุขภาพ สินค้าของท่านมีความหลากหลายทางราคา ลูกค้ามาหาซื้อสินค้าลักษณะไหนท่านก็มี คราวหน้าเขาก็จะกลับมาซื้อใหม่ สิ่งที่สำคัญต่อมาคือ ใจที่รักการบริการ สนใจในความต้องการของลูกค้าและจงอย่าลืมว่าน้ำเสียงที่ไพเราะและรอยยิ้มที่จริงใจเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้นะคะ 

8. ปัญหาในการขายข้าวสาร

ปัญหาของการขายข้าวสารที่เกิดขึ้นนั้น ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าข้าวสารเป็นสินค้าเกษตร ผลผลิตออกกันปีละครั้งหรืออาจจะ 2 ครั้งต่อปีหากเป็นข้าวนาปรัง เพราะฉะนั้นในบางครั้งในช่วงระหว่างรอยต่อของปีหรือฤดูกาลจะเป็นช่วงเวลาที่ข้าวเปลี่ยนแปลงคือมีทั้งข้าวเก่าและข้าวใหม่ ข้าวสารตัวที่เคยซื้อก็อาจจะไม่เหมือนเดิมหมุนเวียนตามฤดูกาล อย่างไรก็ตามทางโกดังได้มีระบบจัดการกับปัญหานี้โดยการสต็อคข้าวสารเอาไว้ในปริมาณที่มากพอที่จะทำให้เราผลิตข้าวสารได้ทั้งปี รวมทั้งเรามีโรงงานผลิตข้าวสารซึ่งเป็นของเราเอง ทำให้เราไม่ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ที่ไหน ซึ่งจะทำให้ข้าวสารที่ท่านซื้อไป ซื้อถุงแรกเป็นอย่างไรถุงต่อไปก็เป็นอย่างนั้น เราผลิตแต่ข้าวอินทรีย์ล้วนๆเพื่อกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพ เพราะสิ่งนี้ต้องใช้ทั้งคนที่มีประสบการณ์ (เราอยู่ในวงการนี้มากว่า 5 ปี) มีโรงงานผลิตที่ทันสมัย ใช้เงินทุนสูง มีการจัดการที่ดี และที่สำคัญคือความจริงใจที่เรามีต่อลูกค้า จริงใจ ไม่ปลอม ไม่หลอกลวง

9. ข้าวสารแต่ละชนิดมีตั้งหลายราคา หลายเกรด แล้วแต่ละเกรดแตกต่างกันอย่างไร

ข้าวสารแต่ละชนิดมีหลายเกรดค่ะ แต่ละเกรดหากจะให้บอกอย่างคร่าวๆว่าแตกต่างกันอย่างไร มันก็ต่างกันตรงที่ความขาว ความสวย ความเคี่ยว ความนุ่ม ความหอม เปอร์เซ็นต์ของเมล็ดข้าว เยอะใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นขอเป็นแนะนำว่าหากท่านมีเวลาหรือมีโอกาสแวะเข้ามาเยี่ยมชมเราที่สาขา ขอแนะนำว่าเป็นสาขาใหญ่เกษตร-นวมินทร์นะคะ ท่านจะได้เห็นตัวอย่างข้าว ใบราคา พร้อมทั้งมีคนแนะนำให้ท่านแบบไม่มีหมกเม็ดและไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ 

10. อยากรู้เรื่องข้าวสาร ข้าวสารมีกี่แบบ และแตกต่างกันอย่างไรบ้าง 

ผู้ขายข้าวสารปลีกจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับข้าวสารซึ่งเป็นตัวสินค้าของท่านด้วย ซึ่งในที่นี้ขอแบ่งหมวดหมู่ออกเป็นดังนี้ 

ชนิดของข้าวสาร จริงๆแล้วประเภท หรือ ชนิดของข้าวสาร หากแบ่งแยกชนิดอย่างเป็นทางการโดยอ้างอิงจากมูลนิธิข้าวไทย สามารถแบ่งชนิดของข้าวได้ คือ แบ่งตามประเภทของเนื้อแข็งในข้าว (ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว) แบ่งตามสภาพพื้นที่เพาะปลูก แบ่งตามอายุการเก็บเกี่ยว แบ่งตามความไวต่อช่วงแสง แบ่งตามรูปร่างของเม็ดข้าว แบ่งตามฤดูเพาะปลูกข้าว (นาปี หรือ นาปรัง) ในที่นี้จะขอแบ่งเพื่อความเข้าใจง่ายต่อผู้เริ่มขายข้าวสารซึ่งสามารถแบ่งชนิดของข้าวออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว ข้าวเหนียว และข้าวเพื่อสุขภาพ 
- ข้าวหอมมะลิ  มีถิ่นกำเนิดในไทย มีลักษณะกลิ่นหอมคล้ายใบเตย พันธุ์ที่นิยมปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลายคือพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ พันธุ์กข.15 แต่ในปัจจุบันจะมีข้าวอีกชนิดที่คนทั่วไปเรียกว่าข้าวหอมปทุมธานี ข้าวหอมปทุมธานีจะมีความหอมคล้ายข้าวหอมมะลิแต่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ ซึ่งที่ขายตามท้องตลาดจะมีราคาต่ำกว่าข้าวหอมมะลิแท้ ปัจจุบันทางรัฐบาลส่งเสริมให้ชาวนาเน้นการปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานีมากกว่า เพราะข้าวพันธุ์ปทุมธานีให้ผลผลิตสูงกว่าข้าวหอมมะลิ 105 และสามารถปลูกได้หลายครั้งต่อปี 

-ข้าวเหนียว พื้นที่ปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ดีส่วนใหญ่ของประเทศไทยอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพันธุ์ข้าวเหนียวที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายคือ พันธุ์ กข. 6 นอกเหนือจากนี้แล้วก็ยังมีพันธุ์ กข.10 พันธุ์ กข.4 พันธุ์สันป่าตองที่นิยมปลูก  แต่ราคาที่ขายจะต่ำกว่าพันธุ์ กข.6 เพราะความสวย และความหอม ความอร่อยต่างกัน 

-ข้าวขาว ข้าวขาวที่ปลูกกันอยู่โดยทั่วไปมีหลายพันธุ์ เช่น ข้าวเสาไห้สระบุรี ข้าวกอเดียว ข้าวเหลืองอ่อน ข้าวเหลืองประทิว ฯลฯ โดยส่วนใหญ่แล้วคนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าข้าวขาวคือข้าวเสาไห้ จริงๆแล้วข้าวเสาไห้ก็คือข้าวชนิดหนึ่งของข้าวขาวนั่นเอง 

-ข้าวเพื่อสุขภาพ ตัวอย่างของข้าวชนิดนี้ก็เช่น ข้าวกล้อง ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวสีนิล ข้าวมันปู ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวหอมนิล ข้าวสังข์หยด ข้าวหอมปทุม ผลิตแนวอินทรีย์100% ซึ่งข้าวพวกนี้จะเป็นข้าวที่ยังไม่ได้ผ่านการขัดสี ข้าวที่ได้จึงยังคงคุณค่าของวิตามินและกากไยไว้สูง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมกันมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพ

อายุของข้าว ผู้ขายจำเป็นที่จะต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้าแบบไหนเหมาะกับข้าวลักษณะไหน ข้าวที่เพิ่งออกและผ่านการเก็บเกี่ยวมาซึ่งเรียกว่าข้าวใหม่ จะมีสีขาวสวย หุงแล้วนิ่ม เหนียว กลิ่นหอม ซึ่งข้าวยิ่งเก่าตามอายุ คุณลักษณะพวกนี้จะค่อยๆหายไป ข้าวชนิดนี้จะเหมาะกับ ร้านข้าวต้ม คนที่ชอบรับประทานข้าวนิ่มๆ มียาง หุงข้าวหม้อเล็ก ส่วนข้าวเก่านั้น จะมีความเคี่ยว ขึ้นหม้อ ไม่แฉะ หุงแล้วได้ปริมาณ เหมาะกับร้านขายข้าวแกง ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ร้านอาหารที่หุงข้าวหม้อใหญ่ และผู้ที่ชอบข้าวเป็นเม็ดๆ 

เวลาในการเก็บเกี่ยวข้าวสาร ในที่นี้เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจจะขอแบ่งเป็นข้าวออกเป็นข้าวนาปี และ ข้าวนาปรัง 
 
-นาปีหรือข้าวนาน้ำฝน คือ ข้าวที่ปลูกในฤดูการทำนาปกติ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมและเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นล่าสุดไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 

-ข้าวนาปรัง คือ ข้าวที่ปลูกนอกฤดูการทำนาปกติ เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ในบางท้องที่จะเก็บเกี่ยวอย่างช้าที่สุดไม่เกินเดือนเมษายน นิยมปลูกในท้องที่ที่มีการชลประทานดี เช่น ในภาคกลาง 
การที่ท่านรู้ว่าข้าวตัวไหนเป็นข้าวนาปีหรือนาปรัง จะช่วยให้ท่านทราบถึงอายุของข้าว ซึ่งจะทำให้สามารถหาสินค้าที่เหมาะสมที่สุดให้กับลูกค้าท่านได้ 


ข้อแนะนำเพิ่มเติมทั้งนี้ตามที่กล่าวมาทั้งหมด ดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องไม่ง่ายเท่าไรนักสำหรับผู้ที่ริเริ่มเปิดร้านที่จะเข้าใจเรื่องของข้าวสาร จริงๆแล้วการขายข้าวสารก็ไม่ต่างอะไรไปจากการประกอบอาชีพอื่น ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์และเวลาในการเรียนรู้ ในเรื่องนี้ทางร้านขอแนะนำวิธีง่ายๆ เช่นหากท่านไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ท่านอาจเริ่มสังเกตว่าข้าวที่ท่านรับประทานอยู่เป็นข้าวอย่างไร ข้าวเก่า หรือข้าวใหม่ ข้าวพันธุ์อะไร มาจากจังหวัดไหน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ท่านอาจถามเจ้าของร้านได้ หรือท่านอาจจะลองซื้อข้าวตามร้านขายข้าวสารปลีกมาลองหุงดูครึ่งกิโล เพื่อสังเกตความแตกต่างระหว่างข้าวสารแต่ละชนิดอย่าลืมว่าขายข้าวสารก็เหมือนกับขายสินค้าอื่นที่ต้องให้ความใส่ใจนะคะ

แล้วคุณจะรอช้าอยู่ไย ในเมื่อโอกาสดีๆรออยู่ตรงหน้าแล้ว สนใจมีธุรกิจขายข้าวสารเป็นของตนเอง ปรึกษาเราได้ที่ เว๊ปไซต์หลัก:www.organicricesingburi.blogspot.com 

www.0879181778.blogspot.com

www.facebookthaipost.blogspot.com

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-12-22 11:09:38 IP : 125.26.105.84


ความคิดเห็นที่ 3 (3545329)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

00สนใจจำหน่ายข้าวสารอินทรีย์ล้วน100%กระบวนการผลิต GMPรองรับ AEC
เข้าชมสินค้า: www.organicricesingburi.blogspot.com
คุณรู้หรือไม่ว่า ปี 2556 ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 65 ล้านคน* ทุกวันคนไทยบริโภคข้าวเฉลี่ยคนละประมาณ 6 ขีด หมายความว่าคนไทยทั้งประเทศบริโภคข้าว 21.4 ล้านกิโลกรัมต่อวัน จะเห็นได้ว่าข้าวเป็นสินค้าที่คนมีความต้องการซื้อและจำเป็นต้องซื้อสูงจริงๆ

ขายข้าวดีกว่าขายสินค้าอื่นอย่างไรมีคำตอบ นอกจากข้าวจะเป็นสินค้าจำเป็นที่คนไทยบริโภคสูงแล้ว ข้าวยังเป็นสินค้าที่ไม่เน่า ไม่เสีย เก็บไว้ได้นานบริโภคแล้วหมดไป ซื้อแล้วต้องซื้อซ้ำอีก แล้วคนไทยทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจน อย่างไรก็ต้องทานข้าว ทานตั้งแต่เกิดจนตาย กับข้าวในจานเหลือได้แต่ข้าวห้ามเหลือ แล้วยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี คนรัดเข็มขัดกันมากขึ้น คนจะยิ่งบริโภคข้าวกันมากขึ้นด้วย เพราะข้าวทานแล้วอิ่มท้อง ทานบ่ายก็อิ่มไปถึงเย็น 

ผลตอบแทนจากการขายข้าว ร้านขายปลีกโดยทั่วไปผลตอบแทนจะอยู่ที่ประมาณ 15%-25% แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการขาย การตั้งราคา คู่แข่ง จำนวนร้านค้าที่มีอยู่ในละแวกนั้นด้วย แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ขายต้องมีต้นทุนที่ต่ำเสียก่อน การมีต้นทุนที่ต่ำในที่นี่หมายความว่า ลูกค้าซื้อข้าวสารในคุณภาพที่ดี สมเหตุสมผล 
ลงทุน ไม่ยากเพียงมีเงินทุนประมาณหลักพันเพื่อซื้อข้าวสาร กิโลชั่ง ถุงพลาสติกใส่ข้าว สถานที่ที่จะขายข้าว ซึ่งอาจเป็นบ้านที่เปิดหน้าร้านขายของได้ ค่าเช่าก็ไม่เสีย เพียงแค่นี้ก็สามารถเริ่มธุรกิจขายข้าวสารหารายได้เข้าบ้านได้แล้ว 
 ไม่มีประสบการณ์ ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ง่ายมากเลย...ปรึกษาเราได้ที่...ป.เคมีภัณฑ์ข้าวอินทรีย์100%www.organicricesingburi.blogspot.com  เรามีพนักงานคอยให้คำแนะนำ ตอบปัญหาข้อสงสัยในการขายข้าวสาร เราขายสินค้าราคาย่อมเยาว์ได้มาตรฐาน ซื้อกี่ครั้งก็คุณภาพเหมือนเดิม มาที่เดียวก็ซื้อสินค้าได้ครบ เพราะเรามีสินค้ามากมายกว่า 5รายการ อีกทั้งเรายังตั้งอยู่บนทำเลที่สะดวก ที่จอดรถสะดวกสบาย


คำถามที่ถูกถามบ่อย Frequently Asked Questions

1. ไม่เคยขายข้าวสารมาก่อน ไม่รู้เรื่องเลย แล้วจะทำได้ไหม

 
คอนเฟริ์มว่าทำได้แน่นอนค่ะ ถ้าคุณมีความตั้งใจจริงไม่ย่อท้อที่จะหาความรู้และหาลูกค้า เพราะการขายข้าวสารก็ไม่ต่างอะไรไปจากตอนที่เราเป็นเด็กหัดเขียนหนังสือ แรกๆก็ทำไม่ได้ เขียนไปเขียนมาเรื่อยๆก็เขียนเป็นเอง


2. แล้วจะเริ่มอย่างไรดีล่ะ
สิ่งที่ต้องทำเริ่มแรกคือการหาข้อมูลเกี่ยวกับข้าวสาร ศึกษาวิธีการขายที่ดี วิธีหาลูกค้าใหม่และการรักษาฐานลูกค้า (ซึ่งมีอยู่แล้วด้านล่าง)  ถ้าอ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากันที่www.organicricesingburi.blogspot.comเพราะคุณจะได้เห็นตัวอย่างข้าวสาร ใบราคาข้าวสาร และมีผู้มีประสบการณ์ในการขายข้าวสารคอยให้คำแนะนำและตอบข้อสงสัยท่านได้  

3. ทำเลที่ตั้งในการเปิดร้านขายข้าวสาร

 
ทำเลที่ตั้งถ้าให้ดีควรจะตั้งอยู่ในที่ที่เป็นชุมชน มีคนเดิน แต่ทั้งนี้หากท่านมีบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านที่สามารถขายของได้ก็ใช้ได้เหมือนกันซึ่งลักษณะนี้ท่านก็ไม่ต้องเสียค่าเช่า สิ่งที่ท่านต้องคำนึงถึงมากมากก็คือจำนวนคนที่อาศัยในละแวกนั้น ซึ่งก็คือจำนวนลูกค้าของท่านนั่นเอง และจำนวนคู่แข่งว่าแถวนั้นมีมากน้อยเพียงใด

4. ต้องมีเงินลงทุนเท่าไหร่ 

มีทุนน้อยขายข้าวสารได้หรือเปล่า มีทุนน้อยก็ขายข้าวสารได้ คอนเฟริ์มค่ะ จริงๆแล้วการขายข้าวสารนั้นขายได้หลายวิธีมากๆ เริ่มแรกนั้นหากท่านยังเกิดความไม่แน่ใจ ท่านก็ไม่มีความจำเป็นต้องเช่าหน้าร้านเพื่อเปิดร้านก็ได้ ท่านสามารถเดินสอบถามพ่อค้า แม่ค้า โรงเรียน โรงแรม โรงอาหาร ที่ไหนก็ได้ที่มีคนทานข้าว ดูว่าเขาใช้ข้าวลักษณะไหน แล้วทำการเสนอราคา ถ้าของถูกกว่า ดีกว่าเป็นใครก็ต้องเปลี่ยนใจ ท่านอาจซื้อข้าวสารไปอย่างละถุง ซึ่งราคาก็ตามแต่ข้าวสารที่ท่านเลือก อย่างนี้ท่านก็ลงทุนแค่หลักพันเท่านั้น ขอยกตัวอย่างลูกค้าคนหนึ่งของโกดังนะคะ เขาเดินเข้ามาในโกดังแบบไม่รู้เรื่องราว สอบถาม แล้วซื้อข้าวสารไป 2 ถุง แล้วนำไปลองเสนอพ่อค้าที่ขายข้าวแกงที่อยู่ในตลาด หลังจากนั้นเขาก็กลับมาซื้อข้าวกับทางโกดังอีกเรื่อยๆ จากวันแรกซื้อ2 ถุง ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้ซื้อข้าวสารไปส่งลูกค้าวันละ 30 ถุงแล้วค่ะ เห็นไหมคะไม่ต้องใช้ทุนเยอะ ขอแค่ใจที่พร้อมจะทุ่มเท และความขยันขันแข็งเท่านั้นเอง 

5. กำไรเท่าไหร่

โดยปกติถ้าท่านตักข้าวสารขายหน้าร้านจะกำไรอยู่ที่กิโลละ5-8 บาท ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดข้าวและคู่แข่งของท่านด้วย ส่วนหากท่านขายเป็นถุงโดยนำข้าวสารไปส่งให้ถึงร้านลูกค้า ท่านก็อาจจะกำไรประมาณ 500-1500(จากยอดขาย) อาจมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับชนิดข้าวและคู่แข่งของท่านค่ะ 

บอร์ด กระทู้/คนตอบ ตอบล่าสุด
ฝากคำถามถึง ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี ฝากคำถามถึง ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี
ปัญหาคาใจได้ทุกเรื่อง 
12 / 90 โดย 0892430677
เมื่อ 23 ธันวาคม 2554 12:59
ห้องสนทนา แม่ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0/18-46-0 /0-0-60 ห้องสนทนา แม่ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0/18-46-0 /0-0-60
เฉพาะสูตรดังกล่าวเท่านั้น ใครมีก็มาโพสได้ 
3 / 28 โดย guest
เมื่อ 27 มกราคม 2555 14:41
ห้องสนทนา ปุ๋ยเคมี(ทุกยี่ห้อ)ในท้องตลาด ห้องสนทนา ปุ๋ยเคมี(ทุกยี่ห้อ)ในท้องตลาด
ราคา แหล่งติดต่อ ลงได้เต็มที่ 
1 / 11 โดย guest
เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2554 15:20
ห้องสนทนา ยาเคมี (ทุกยี่ห้อ) ในท้องตลาด ห้องสนทนา ยาเคมี (ทุกยี่ห้อ) ในท้องตลาด
มีก็อย่าซุ้ม นำมาโชว์ มาขายซิ 
3 / 24 โดย 0892430677
เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2555 8:52
ห้องสนทนาเกี่ยวกับ พันธุ์ข้าวปลูก ห้องสนทนาเกี่ยวกับ พันธุ์ข้าวปลูก 
อนุญาตทุกกิจการโพสขายได้ตรงนี่ 
2 / 23 โดย guest
เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2555 17:17
ลงโฆษณากับเรา แผ่นสปอตโฆษณา/เว็ปไซต์ .blogspot.com ลงโฆษณากับเรา แผ่นสปอตโฆษณา/เว็ปไซต์ .blogspot.com
เดือนละ 100 บาท ราคาโคตรถูกบริการหลังการขายเยี่ยม 
1 / 3 โดย 0892430677
เมื่อ 20 ตุลาคม 2554 12:27
โปรโมชั่นแรงส์ๆเดือนนี้ ของ ป.เคมีภัณฑ์ สิงห์บุรี โปรโมชั่นแรงส์ๆเดือนนี้ ของ ป.เคมีภัณฑ์ สิงห์บุรี
จัดแรงส์ๆ จัดหนักๆ จัดเต็ม เพื่อแฟนคลับ 
3 / 2 โดย 0892430677
เมื่อ 11 เมษายน 2556 17:35
สนทนากับบางระจันดีไซน์ สนทนากับบางระจันดีไซน์
ให้คำปรึกษาปัญหาด้านกราฟิก 
1 / 3 โดย 0892430677
เมื่อ 26 มีนาคม 2555 6:57
คลังสินค้าประจำจังหวัด คลังสินค้าประจำจังหวัด
กระจายสินค้าในเครือ ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี 
7 / 53 โดย guest
เมื่อ 12 มิถุนายน 2555 13:07
โฆษณาสินค้าของท่าน ตรงนี่......ฟรีค่ะ โฆษณาสินค้าของท่าน ตรงนี่......ฟรีค่ะ
สามารถลงโฆษณาแบบฟรี แสดงรูปและรายละเอียดได้ 
5 / 22 โดย 0892430677
เมื่อ 29 พฤษภาคม 2556 11:45
ซื้อ--ขาย--แลกเปลี่ยน--มะขามรูดเม็ด/เม็ดหมามุ้ย ซื้อ--ขาย--แลกเปลี่ยน--มะขามรูดเม็ด/เม็ดหมามุ้ย
มีก็แลกเปลี่ยนสินค้าตรงนี้ 
2 / 70 โดย guest
เมื่อ 1 เมษายน 2556 15:37
การกำจัดตะไคร่น้ำในนาข้าว การกำจัดตะไคร่น้ำในนาข้าว
เซฟไรซ์สามารถกำจัดได้แบบแน่นอน ทดลองก่อนขายจริง 
1 / 2 โดย 0892430677
เมื่อ 16 มิถุนายน 2555 15:44
วิธีกำจัดหญ้าดื้อยาเคมี หรือ อายุหญ้า 30 วันขึ้นไป วิธีกำจัดหญ้าดื้อยาเคมี หรือ อายุหญ้า 30 วันขึ้นไป
เรามีผลิตภัณฑ์กำจัดหญ้าอายุ 30 วัน 
1 / 21 โดย 0892430677
เมื่อ 10 สิงหาคม 2555 7:23
รถขนส่งร่วมวิ่งให้บริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศไทย รถขนส่งร่วมวิ่งให้บริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศไทย
ผู้ประกอบการสามารถลงโฆษณาได้ ฟรี 
1 / 34 โดย 0892430677
เมื่อ 17 กรกฎาคม 2555 20:43
แผนที่เดินทางมายัง ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี แผนที่เดินทางมายัง ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี
เดินทางปลอดภัย หาง่าย ติดถนน 8 เลน ห่าง กรุงเทพ 140 ก.ม. 
1 / 14 โดย 0892430677
เมื่อ 24 กันยายน 2555 13:31
ทำนาข้าวแนวอินทรีย์พึ่งธรรมชาติ ทำนาข้าวแนวอินทรีย์พึ่งธรรมชาติ
อธิบายถึงบทความตำราสมุนไพรสำหรับใช้งานในนาข้าว 
2 / 7 โดย 0892430677
เมื่อ 9 ตุลาคม 2556 20:51

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-12-22 11:07:07 IP : 125.26.105.84


ความคิดเห็นที่ 2 (3545315)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

 

าหารเสริมแบบเข้มข้น สูตรหมัก กลั่นกรอง เฉพาะพืช สำหรับพืชที่คุณรัก

โดย ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี 087-9181778 : www.0879181778.blogspot.com

www.facebookthaipost.blogspot.com

ฟังเรื่องข้าวอินทรีย์(เปิดลำโพงด้วยครับ):http://www.organicricesingburi.blogspot.com

ชื่อสินค้า

ขนาดบรรจุ

ใช้ช่วง

วิธีใช้งาน

ข้าวเล็ก 10-50 วัน

แตกกอ

2กิโลฉีดได้10ไร่พอดี

1 กิโลกรัม

10-50วัน

ควรนำ 3อย่างบวกกันแล้วฉีดทั้งประหยัดปุ๋ยเคมี,ต้นแข็งใบตั้ง

ข้าวเขียว...ฉีดได้10ไร่พอดี

1000 ซีซี

10-50วัน

วัคซีนพืช(เม็ด)

1 กิโลกรัม

10-50วัน

ระยะข้าวตั้งท้อง 50-70วัน

หนักแน่
2กิโลฉีดได้10ไร่พอดี

1 กิโลกรัม

50-70วัน

ควรฉีดเวลาที่เหมาะสม ต้องเป๊ะๆ

เต่งตึง ฉีดได้10ไร่พอดี

1000 ซีซี

50-70วัน

ระยะข้าวออกรวงโผ่ลเผล่ 70-95วัน

เต็มเกวียน 2กิโลฉีดได้10ไร่พอดี

1 กิโลกรัม

70-95วัน

รักษาเวลาฉีดให้ดีๆ ข้าวหิวเป็นเวลาค่ะ

เต่งตึง ฉีดได้10ไร่พอดี

1000 ซีซี

70-95วัน

หาคำว่า  ราคาแม่ปุ๋ยทางใบ จากเว็ปไซต์ค้นหาชั้นนำของโลก www.google.com  ( สำหรับเกษตรต้องการเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ๆ....ประหยัดจริง ได้ผลผลิตดีขึ้นและมากขึ้น ฝากผลงานสินค้าคุณภาพไว้ด้วยจ๊ะ  เราจัดส่งทั่วประเทศไทยทุกพื้นที่....ที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงและไปรษณีย์ส่งได้ ทางลาดยาง หรือ คอนกรีตผ่าน ไฟฟ้า ประปาเข้าถึง มีเสาโทรศัพท์เคลื่อนที่ติดตั้ง

By  ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี

คำเตือน!!! : ควรซื้อไปฉีดให้อาหารทางใบพืชที่คุณรักเพราะ ชุดนี้เข้มข้นกว่าที่เคยใช้งาน และ อุหภูมิไม่เกิน 39 องศาเป็นอุหภูมิที่เหมาะสมกับพืชทุกชนิดในประเทศ อาหารเสริมทางใบชุดนี้ ฉีดได้กับผักสวนครัว อ้อย มันสำปะหลัง ถั่ว มะลิ ต้นรัก ฟักทอง มะละกอ แตงกวา ข้าว เผือก ส้ม องุ่น ยางพารา แคนตาลูป ลำไย ฝรั่ง กระท้อน ชมพู่ พันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ สินเหล็ก หอมนิล สังข์หยด มะลิ105 กข.49 กข.47 กข.41พวง กข.31 กข.51 กข.53 กขผ-1-2-3 

กดชมแผนที่ บริษัท ป.เคมีภัณฑ์ จำกัด คลิกๆ

กดชมแผนที่ ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี คลิกๆ

หน้าเพจGoogle ป.เคมีภัณฑ์ อยากขายมากกว่าอยากรวย คลิก

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-12-22 07:49:23 IP : 125.26.122.207


ความคิดเห็นที่ 1 (3545312)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-12-22 07:45:09 IP : 125.26.122.207



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.