ReadyPlanet.com


ชาวนาเสียชีวิตจากการสูดดมยากำจัดเพลี้ยโดดแล้วหลายราย‏ ปํญหานี้มีทางออก
avatar
ชาคริต


หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม 2553 09:41:54 น. สุพรรณบุรี/ นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดอย่างหนักในนาข้าว โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ชาวนาได้รับความเสียหายกันทั่วหน้า รวมทั้งยังทำให้ชาวนาและผู้ที่รับจ้างฉีดยากำจัดเพลี้ยที่ต้องทนสูดดมเอาละอองของยาที่เป็นสารเคมีเข้าไปในร่างกายอย่างต่อเนื่อง จนเสียชีวิตไปจากการสูดดมเอายากำจัดเพลี้ยแล้วหลายราย ถือเป็นเรื่องที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ตนได้เสนอแนวคิดในการกำจัดเพลี้ยที่ทดลองดำเนินการแล้วได้ผลคือการรณรงค์ให้ชาวนาและชาวบ้านทั่วไป จับเอาเพลี้ยตัวเป็นๆ มาทำลาย
แนวความคิดของตนได้รับการตอบรับจากประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นชาวนา เพราะการใช้ยากำจัดเพลี้ยเกิดอันตรายหลายด้านทั้งต่อชีวิตของชาวนาที่ต้องสูดดมเอากลิ่นและละอองของน้ำยาเคมี รวมทั้งการใช้ยาฉีด ปัจจุบันนี้ได้ผลน้อยมากเพราะเพลี้ยเริ่มดื้อยา และหากฉีดแล้วไม่โดนตัวเพลี้ยก็ไม่สามารถกำจัดได้ ที่สำคัญการสะสมของสารเคมีเหล่านี้ที่มีทั้งสารเคมีที่มาในสภาพของการเป็นปุ๋ยและสารเคมีที่มาในสภาพของน้ำยากำจัดเพลี้ย ยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วย เพราะทุกครั้งที่ฝนตกลงมาชะล้างสารเคมีเหล่านี้จะไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง ทำให้น้ำเกิดการเน่าเสีย สัตว์น้ำตายไปเป็นจำนวนมากทุกปี ระบบนิเวศเสียหายหมด
นายบุญชู กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัดได้ประสบปัญหาศัตรูพืชนาข้าว ได้แก่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มีการระบาดทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ จากรายงานของกรมการข้าวพบว่าพื้นที่นาข้าวที่ถูกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทำลายจนเกิดความเสียหาย ถึงระดับเศรษฐกิจแล้วทั้งสิ้นประมาณ 783,000 ไร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับความเสียหายไปแล้วประมาณ 116,027 ไร่
อบจ.สุพรรณบุรี ในฐานะที่เป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน และมีหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จึงได้จัดทำโครงการประชุมสัมมนาในประเด็นปัญหาเรื่อง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในพื้นที่เกษตรกรรม โดยเชิญวิทยากรจากสำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี มาบรรยายให้ความรู้ในประเด็นดังกล่าว พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับตัวแทน เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งระดมความคิดเห็นของทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหา การประชุมสัมมนา ดังกล่าวได้รับความสนใจจากตัวแทนเกษตรกร ผู้นำท้องถิ่นทั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. เป็นต้น


แนวทางการใช้ สารชีวภัณฑ์


 

องค์ประกอบ: บิววาเรีย บัสสิน่า + เมธาไรเซี่ยม

 เอนนิโซเพล + พาซิโลมัยซิส ลินลาซินัส

   ประโยชน์: บิววาเรีย และ เมธาไรเซี่ยม มีความสามารถเข้าทำลาย แมลงศัตรูพืชทุกชนิด โดยผ่านเข้าทางผิงหนังของแมลง ด้วยการสร้างหลอดออกมาแทงทะลุผิวหนังของแมลงเข้าไปภายใน เชื้อจะสร้างกลุ่มเส้นใยเข้าไปตามท่ออาหารและขยายจำนวนมากขึ้น โดยเส้นใยแตกและหักออกเป็นท่อนสั้นๆเข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆในตัวแมลง และเพิ่มจำนวนภายในตัวแมลง ซึ่งจะทำลายเนื้อเยื่อของแมลง และ ปล่อยสารพิษทำลายแมลงด้วย ทำให้แมลงป่วย ร่างกายอ่อนแอ และตายในที่สุดและติดต่อไปยังแมลงข้างเคียงอย่างรวดเร็ว และทำลายแมลงตัวอื่นๆด้วย  ส่วนแมลงไม่สามารถ แสดงอาการดื้อยา เหมือนสารเคมีกำจัดแมลงทั่วๆไป       ในขณะที่     พาซิโลมายซิส  จะกำจัดไข่ของแมลงทุกชนิด เช่น ไข่หนอนเจาะลำต้น ไข่เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ไข่หนอนใยผัก ไข่หนอนเจาะสมอฝ้าย ไข่หนอนกระทู้หอม และไข่ของแมลงทุกชนิดทั้งปากกัดและปากดูด รวมทั้งไข่หอยเชอรี่ในนาข้าว   แต่ สารชีวภัณฑ์ ไม่เป็นอันตรายต่อ มนุษย์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด จึงปลอดภัยกับคนฉีดกว่าสารเคมี

     วิธีการใช้:

    1. แช่ สารชีวภัณฑ์ ไว้หนึ่งคืนจะดีที่สุด (หรืออย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง) เพื่อให้ จุลินทรีย์เพิ่มปริมาณและขยายตัว ก่อนนำไปฉีด

     2.   สารชีวภัณฑ์ อัตรา 50 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร ฉีดช่วงเช้าหรือเย็น ช่วงเย็นจะเหมาะที่สุดเพราะผ่านช่วงกลางคืน ทำให้จุลินทรีย์ทั้ง 3 ชนิดทำงานได้เต็มที่ และฉีดให้โดนตัวแมลงให้มากที่สุด ถ้ากรณี เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จะเกาะอยู่ตามโคนต้นและใต้ใบ

      3.   กรณีป้องกัน ใช้ สารชีวภัณฑ์ สลับกับสารเคมี หรือผสมกับสารเคมีไปพร้อมกัน เพื่อป้องกันการดื้อยาของแมลงทุกชนิด โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่ดื้อสารเคมีได้รวดเร็วมาก (ยาดีๆแพงๆยังเอาไม่อยู่)

     4.   กรณีแมลงระบาดแล้ว เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ให้ผสม สารชีวภัณฑ์ กับสารเคมีได้เลย ฉีดไปพร้อมกัน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสามารถสร้างภูมิต้านทานสารเคมีได้ แต่ไม่สามารถสร้างความต้านทาน สารชีวภัณฑ์ ได้

     5.  สามารถใช้ สารชีวภัณฑ์ ลดจำนวนแมลงตัวแก่ได้โดยฉีดไปที่ตัวแมลงที่มาเล่นไฟโดยตรง โดยเฉพาะ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จะเป็นตัวเมียส่วนใหญ่

    ที่มาเล่นไฟ ทำให้ตัวแก่ตัวเมียตายไม่สามารถออกไข่ได้

      6.   สารชีวภัณฑ์ มี พาซิโลมัยซิส  เป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะทำลายไข่ของ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ที่เกาะอยู่ตามใบข้าว ไม่ให้ฟักออกมาเป็นตัว ทำให้

    ช่วยลดจำนวนของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้อีกทางหนึ่ง สาเหตุที่สารเคมีใช้ควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่ค่อยได้ผล เป็นเพราะ การดื้อยา และ

     สารเคมีฆ่าเฉพาะตัวอ่อนกับตัวแก่เท่านั้น แต่ฆ่าไข่ไม่ได้ เมื่อไข่ฟักออกมาเป็นตัวก็จะทำลายข้าวได้อีก

               

                ชาคริต : 081-821-2995

 

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ ชาคริต :: วันที่ลงประกาศ 2010-11-28 08:32:33 IP : 118.172.72.135


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.