ReadyPlanet.com


จำหน่าย มูลค้างคาวแท้ๆ 100% นำเข้าจากประเทศลาว บรรจุกระสอบสวยงาม ทั้ง ชนิด เม็ด และ ผง
avatar
บัณฑิต


จำหน่าย  มูลค้างคาวแท้ 100%  จากประเทศลาว ตอนเหนือ (แขวงบ่อแก้ว)  มีให้เลือก  ทั้ง  ชนิด เม็ด  และ  ผง  บรรจุกระสอบ รูปแบบ สีสรร สวยงาม  เหมาะที่จะรับไปจำหน่ายต่อ  หรือเป็นตัวแทนจำหน่าย  หรือ นำไปใช้เองใน สวน หรือ ไร่ นา  โดยตรง หรือ นำไปผสมกับ ปุ๋ยอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิ์ภาพปุ๋ย

ตอนนี้มีตัวแทนจำหน่ายอยู่ที่เดียว คือ จ. จันทบุรี   กำลังเปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ  (รูปแบบบกระสอบ และ ข้อมูลทั่วไปของมูลค้างคาว ส่งทาง อีเมลล์ ให้ดูได้ ก่อน ตัดสินใจ)   ท่านที่สนใจ

        กรุณาติดต่อ  เบอร์:  086-445-1754

                                             ความจริงเกี่ยวกับมูลค้างคาว

             มูลค้างคาวที่มีกลิ่นฉุนๆ เนื่องมาจากกลิ่นของก๊าซแอมโมเนีย ที่ระเหยมาจากฉี่หรือปัสสาวะของค้างคาว มูลค้างคาวใหม่ๆเท่านั้นจะมีกลิ่นฉุนๆ ซึ่งก๊าซแอมโมเนีย จะระเหยไปเรื่อยๆจนหมดกลิ่น เมื่อระยะเวลาผ่านไป จนกระทั่งกลายเป็นมูลค้างคาวเก่า หรือมูลค้างคาวแห้ง จะไมมีกลิ่นฉุนอีกต่อไป

         มูลค้างคาวใหม่ ถ้าทิ้งไว้ในถ้ำนาน 3-5 เดือน ก็จะย่อยสลายต่อเป็นผงละเอียดสีเหลือง และไม่มีกลิ่นฉุน เนื่องจากก๊าซแอมโมเนียระเหยออกไปเกือบหมดภายใน 1 เดือน แต่มูลค้างคาวเก่าจะมีธาตุอาหารสูงกว่า เพราะมูลค้างคาวใหม่  100 กิโลกรัม  ย่อยสลายแล้วจะได้มูลค้างคาวเก่าเรียกว่า กัวโนฟอสเฟต ประมาณ  50  กิโลกรัม ถ้าไปตักมูลค้างคาวในถ้ำจะมีกลิ่นฉุน แต่ถ้านำออกมาแล้วจะไม่มีกลิ่นฉุน สำหรับมูลค้างคาวของบริษัทฯ ที่ผลิตเป็นมูลค้างคาวเก่า

         สาเหตุที่มูลค้างคาวที่นำมาเสนอขาย มีกลิ่นฉุน อันเนื่องมาจากการผสมปุ๋ยยูเรียเข้าไปด้วยกับมูลค้างคาว ซึ่งก็จะมีกลิ่นฉุนๆของก๊าซแอมโมเนีย ซึ่งเกิดจากการระเหยของปุ๋ยยูเรีย ซึ่งมีองค์ประกอบของก๊าซแอมโมเนีย เช่นเดียวกับฉี่ของค้างคาว  บางรายมีการปลอมแปลงมูลค้างคาวโดยการนำดินดำมาผสมน้ำขี้หมู ผสมปุ๋ยยูเรีย ก็จะเกิดกลิ่นฉุนมาก ทำให้เข้าใจว่าเป็นมูลค้างคาว แต้ถ้านำไปวิเคราะห์แล้วแทบจะไม่มีธาตุอาหารเลย

                           กรรมวิธีการผลิตมูลค้าคาวแท้ 100% ของบริษัทฯ

1.วัดค่า อีซี (EC) ที่กองมูลค้างคาวในถ้ำ  ต้องให้ได้มากกว่า  15 ซึ่งแสดงว่ามีความเข้มข้นของธาตุอาหารพืชปริมาณสูง  แล้วตักใส่กระสอบนำมาที่โรงงาน ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศลาวตอนเหนือ (แขวงบ่อแก้ว)

2.วัดค่า อีซี อีกครั้ง ทุกกระสอบ ก่อนเทกองรวมกัน กระสอบไหน ค่า อีซี ต่ำกว่า 15 ก็คัดกระสอบนั้นทิ้งออกไป 

3.นำมูลค้างคาวที่ผ่านการคัดด้วยค่า อีซี  ทั้งหมดไปบดและร่อน เอา ดิน หิน กรวด ทราย  ซากค้างคาว และ สิ่งเจือปนต่างๆ  ออกให้หมด  ให้เหลือแต่มูลค้างคาวแท้ๆ 100%

4.นำมูลค้างคาว บริสุทธิ์  100% ไปปั้นเม็ด ด้วยเครื่องปั้นเม็ด  และบรรจุกระสอบสีสันสวยงาม ที่โรงงานในประเทศลาว  แล้วส่งมาเก็บ รอการจำหน่ายที่โรงงานในประเทศไทย ที่จังหวัดเชียงราย

               มูลค้างคาวทั่วๆไปที่จำหน่าย ในประเทศ ขณะนี้ จะไม่มีการวัดค่า อีซี ไม่มีการบด และ ร่อน  เพื่อเอาเฉพาะ มูลค้างคาวแท้ๆ มาจำหน่าย เหมือนของบริษัทฯ   ผู้ผลิตทั่วๆไปแค่ไปรวบรวมมูลค้างคาวจากถ้ำ มีใบสัมปทานบ้าง ไม่มีใบสัมปทานบ้าง (ผู้ที่ได้รับสัมปทานมูลค้างคาวที่แท้จริง ต้องสามารถให้ดูหรือแสดงใบสัมปทานแก่ท่านได้) แล้วบรรจุใส่กระสอบ และนำมาจำหน่ายเลย  และเป็นมูลค้างคาวชนิดผงเท่านั้น ไม่มีการปั้นเม็ด เพราะไม่มีเครื่องปั้นเม็ด เหมือนของบริษัทฯ

                                   จุดเด่นปุ๋ยมูลค้างคาวของบริษัทฯ

-มีธาตุอาหารพืชครบทั้ง 13 ธาตุ ที่พืชต้องการจากทางดิน คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซี่ยม  แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม กำมะถัน โบรอน เหล็ก แมงกานีส สังกะสี โมลิบดินั่ม ทองแดง และ คลอรีน

(ปุ๋ยเคมี มีธาตุ อาหารพืชไม่ครบ  มีเพียง 3 หรือ อย่างมาก 6 ธาตุเท่านั้น คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซี่ยม หรือ เพิ่มอีก 3 ธาตุ คือ แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม และ กำมะถัน)

   -มีธาตุฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืชสูงและละลายน้ำได้ทั้งหมด ใน เวลาอันรวดเร็วกว่าปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพืชมากกว่า

-มีธาตุแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืชสูงและละลายน้ำได้ทั้งหมด ช่วยลดความเป็นกรดของดิน สาเหตุเนื่องจากการใช้ปุ๋ยเคมีต่อเนื่องเป็นเวลานาน

-มีฟูลวิก แอซิค ปริมาณสูง ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ (ปุ๋ยเคมีไม่มี) ที่ช่วยกระตุ้นการแตกราก และ การพัฒนาระบราก ทำให้ การดูด ธาตุอาหาร และ น้ำ จากดินเพิ่มขึ้น ทำให้เป็นประโยชน์ และ ส่งเสริมการเจริญเติบโตต่อพืชเพิ่มขึ้น

-มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์(ปุ๋ยเคมีไม่มี) ซึ่งช่วยปรับระบบนิเวสน์วิทยาของดิน ช่วยทำให้ธาตุอาหารพืชทุกตัวที่ถูกดินยึดไว้ (ทั่วๆไปปุ๋ยเคมีที่ใส่ที่ใส่ลงในดิน 100% ดินจะยึดไว้ถึง 80%  พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เพียง 20% เท่านั้น) ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อพืช กลับละลายออกมาและกลับมาเป็นประโยชน์ต่อพืชอีกครั้ง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อดินและพืช ทั้งระยะสั้น และ ระยะยาว

 

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ บัณฑิต (bunditpraw-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2010-05-02 00:10:38 IP : 58.11.17.53


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.