ReadyPlanet.com


จีนบุกปลูกกล้วย..รวบแดกแผ่นดินสยาม ภาครัฐเพิกเฉย ธุรกิจชาวจีนเหยียบหัวคนไทยตายคาที่ เชียงรายเสร็จ
avatar
สวนมะลิสดๆป.เคมีภัณฑ์(ขายปลีก-ส่งราคาประหยัด)


 (ชาวบ้านโวยสวนกล้วยจีนบุกเชียงรายสูบน้ำอิงแห้ง) ถึงกับอึ้ง รำพึงตาม... “ข้ามโขงมาถึงบ้านเราแล้วเหรอ”

สวนกล้วยมหาบรรลัยกำลังกลายเป็นเรื่องเล่าขานตำนานแห่งการทำลายล้างที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบนแผ่นดินลาว ตอนเหนือ เมื่อที่ดินที่เคยเป็นเรือกสวนไร่นากว่า 250,000 ไร่ กลายเป็นสวนกล้วยหอมที่มีนักลงทุนจีนเป็นเจ้าของ

การที่คนจีนทะลักเข้าไปลงทุนในลาว สะท้อนปรากฏการณ์ของการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเองเหมือนเช่นอดีต โดยเฉพาะคนจีนจากมณฑลกว่างสีและยูนนาน ซึ่งประมาณการกันว่าน่าจะอยู่ในลาวหลายพันคนแล้ว คนเหล่านี้เริ่มพบทางตันในการทำธุรกิจที่บ้านเกิดตัวเอง จุดหมายปลายทางของพวกเขา คือเดินทางลงใต้

คนจีนที่เข้าไปทำมาหากินในลาวจะได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากรัฐบาลท้องถิ่นของจีนรายละ 10,000 ดอลลาร์ หรือ 350,000 บาท แต่ต้องแลกกับการตีตั๋วเที่ยวเดียว คืออยู่ในลาวตลอดไป ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าว ก็น่าจะใช้ตั้งตัวได้ หากต้องการถือครองที่ดินก็ใช้วิธีซื้อผ่านนอมินีชาวลาว แต่ส่วนใหญ่เช่าที่ดินของเกษตรกรลาวมากกว่า โดยให้ค่าเช่าไร่ละ 300 - 600 ดอลลาร์ต่อปี หรือ 10,500 - 21,000 บาท เกษตรกรเจ้าของที่เห็นว่าราคานี้ค่อนข้างดี แถมไม่ต้องทำงานให้เหนื่อย

เซซิลี ฟริส แห่งมหาวิทยาลัยฮัมโบลดท์ในเบอร์ลินเจ้าของงานศึกษา Chinese Banana Investments in Northern Laos ชี้ว่า การที่เกษตรกรชาวลาวยอมปล่อยที่ดินให้คนจีนเช่ามาจากแรงจูงใจในตัวเงินจำนวนมหาศาลที่เกษตรกรลาวไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา เช่น คุณภาพของดินจะถูกทำลายเพราะสารเคมีที่คนจีนนำมาใช้อย่างไม่บันยะบันยัง รวมถึงระบบการแจกจ่ายน้ำผ่านลำเหมืองก็ถูกทำลายลงไปด้วย

ส่วนคนงานสวนกล้วยหอมมีรายได้เฉลี่ย 120 - 150 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 4,200 - 5,250 บาท รายได้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย เพราะลาวมีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ที่ 137 ดอลลาร์ต่อเดือนหรือประมาณ 4,800 บาทต่อคนต่อเดือน โดยแรงงานส่วนใหญ่มาจากชนกลุ่มน้อยในพื้นที่นั่นเอง

การปลูกกล้วยได้ผลตอบแทนดีเกินคาด ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรของลาวเชือว่าการลงทุนปลูกกล้วยหอม ให้ผลตอบแทนดี อาจจะถึง 20 เท่าภายใน 5 ปี ซึ่งผลผลิตกล้วยทุกหวีส่งกลับไปยังจีนทั้งหมด แต่ที่เหลือทิ้งบนแผ่นดินลาวคือสารเคมีล้วนๆ

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการใช้สารเคมีและยากำจัดศัตรูพืชปริมาณมหาศาลเพื่อเร่งกล้วยให้ได้ผลผลิตส่งออกภายใน 3 - 4 เดือน ดังนั้นสารเคมีเหล่านี้จึงปนเปื้อนอยู่ในสภาพแวดล้อม ไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง ส่วนในอากาศก็คละคลุ้งไปด้วยสารพิษ โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ๆ สวนกล้วย ว่ากันว่ามีกลิ่นเหม็นและเย็นยะเยือกทีเดียว

คนงานในสวนกล้วยส่วนใหญ่มักไม่สวมเครื่องป้องกันใดๆ แต่-ถึงแม้จะใช้หน้ากากหรือเครื่องป้องกัน คนงานมักมีอาการปวดหัว คันตา และอาเจียน คนงานบางรายเจอกับเรื่องเศร้า เมื่อลูกทารกอายุ 6 เดือน ที่เอามาอยู่ในแคมป์กลางสวนกล้วย ต้องเสียชีวิต หลังมีอาการตัวเหลือง อ้วกออกมาเป็นเลือด ริมฝีปากแห้ง หมอวินิจฉัยว่าตับล้มเหลว

แพทย์ที่โรงพยาบาลต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว (ตรงข้ามเชียงแสน) ให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาจากคนงานสวนกล้วย โดยเฉพาะเด็กๆ จะมีอาการท้องเสีย อาเจียน มีไข้ ปอดถูกทำลาย ซึ่งอาการลักษณะนี้มีความเป็นไปได้ที่มีสาเหตุมาจากการได้รับพิษจากยาฆ่าแมลง และยาฆ่าหญ้า

เมื่อเกิดเหตุบ่อยครั้งเข้า กระทรวงเกษตรและป่าไม้ของลาวได้แจ้งเตือนไปยังกลุ่มนายทุนสวนกล้วยชาวจีน เรื่องการใช้ยาฆ่าแมลงมากเกินไป และขอเข้าไปตรวจสอบสวนกล้วยในหลายๆ พื้นที่ทางตอนเหนือของลาว แต่กลุ่มนักลงทุนชาวจีนเหล่านี้ ก็ "รู้มาก" แค่เข้าไปดูแลเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ใกล้ชิดกว่าเดิม ทุกอย่างก็ราบรื่น

สำนักข่าวนิเคอิของญี่ปุ่น รายงานว่า การรุกคืบของกลุ่มทุนจีนในลาว ไม่เพียงแต่สร้างปัญหาด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังทำลายวิถีชุมชนของลาวตอนเหนืออีกด้วย ในปี 2012 หลายร้อยครอบครัวในบ่อเตนและห้วยทรายถูกสั่งให้อพยพออกจากพื้นที่ ไปอยู่ที่จัดสรรใหม่ เพราะหมู่บ้านของพวกเขาถูกแทนที่ด้วยคาสิโน แต่ที่อยู่ใหม่ใช่ว่าจะสวยและดีงาม เพราะผ่านไปแค่ปีเดียว ผนังผุ เพดานร่อน หลังคายุบ ชาวบ้านไม่มีใครอยากจะอยู่ในที่จัดสรรใหม่ แต่ก็เลือกไม่ได้

ขณะที่ชาวบ้านที่อุดมไซและหลวงน้ำทา ชุมชนของพวกเขากำลังถูกทำลายด้วยเขื่อนยักษ์เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ต้องอพยพชาวบ้านถึง 11,000 คน ไปอยู่ในที่จัดสรรแห่งใหม่



ผู้ตั้งกระทู้ สวนมะลิสดๆป.เคมีภัณฑ์(ขายปลีก-ส่งราคาประหยัด) (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2016-03-26 12:22:47 IP : 125.26.121.159


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.