ReadyPlanet.com


สารฟลาโวนอยด์มีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างไร ช่วยบอกต่อกันไปเอากุศลนำหน้าครับ
avatar
.


ที่มาครับhttp://www.songkhlahealth.org/paper/1601

สารฟลาโวนอยด์มีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างไร ช่วยบอกต่อกันไปเอากุศลนำหน้าครับ

 
by ครูนัด @December,09 2009 22.37 ( IP : 110...239 ) | Tags : แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา

การศึกษาต่าง ๆ พบว่าอาหารที่มีฟลาโวนอยด์อยู่ในปริมาณสูงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ, มะเร็งและโรคอื่นๆได้  ฟลาโวนอยด์ชนิดแรกถูกค้นพบในทศวรรษที่ 1930  เนื่องจากฟลาโวนอยด์มีคุณสมบัติหลายอย่างคล้ายวิตามิน ในตอนแรกจึงเรียกว่าวิตามิน พี

ดร.สยามรัฐ ป้านภูมิ สามารถค้นคว้าวิจัย สารฟลาโวนอยด์มาใช้กับพืชได้สำเร็จ เป็นรายแรกของประเทศ
 

คุณสมบัติ

สร้างภูมิคุ้มกัน เร่งราก เร่งต้น เร่งใบ เร่งดอก เร่งผล  ช่วยผสมเกสร ขั้วเหนียว ผิวสวย เพิ่มน้ำหนัก รสชาติดี (ขยายโครงสร้างของพืชทั้งระบบได้ดีที่สุดในโลก)  ป้องกันโรค ขับไล่แมลงเพลี้ยหนอน สารจับใบ กระตุ้นการสร้าง ภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการแบ่งเซลล์และสร้างโปรตีน กระตุ้นการยืดตัวและขยายตัวของเซลล์ เสริมสร้างผนังเซลล์ (เก็บน้ำ ป้องกันแมลง) กระตุ้นการดูดปุ๋ย N, P, K N สร้างเม็ดสี และโปรตีน P สร้างน้ำตาลและแป้ง K ลำเลียงน้ำตาลและแป้ง

นั่นคือ โอทูฟลาโวเจน คืออาหารเสริมพืชอินทรีย์ ตรวจสอบแล้วไม่พบสารตกค้าง สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขต1  จ. เชียงใหม่ และศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทาลัยแม่ฟ้าหลวง  จ เชียงราย

วิธีใช้

พืชไร่

อัตราส่วนการใช้พืช ข้าว  ข้าวโพด  มันสัมปหลัง  อ้อย  10 CC.ต่อไร่ต่อครั้ง

พืชสวน

เงาะ  ทุเรียน  มะม่วง  ลองกอง  ลำไย  ชมพู่  ส้ม  มะปราง  น้อยหน่า

อัตราส่วน 1CCต่อน้ำ  8-10 ลิตร

พืชผัก เช่น  แตงกวา  ถั่วฝักยาว  คะน้า  กล่ำปลี  ผักกาด  มะเขือเทศ  หอม
 

อัตราส่วน  1 CC ต่อน้ำ  10 ลิตร

เมื่อเราใช้กับพืชหรือผลิตผลทางเกษตรแล้ว ปลิดภัยทั้งตัวเกษตรกรเอง และผู้บริโภค แถมยังช่วยเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต เพราะจะลดสารเคมีหรือปุ๋ยเคมีลงครึ่งหนึ่งทันที แต่ให้ผลผลิตที่สูงถึง 30- 300 %  และเราก็จะสุขภาพดี กันทั่วหน้า มีทั้งที่ใช้กับสัตว์และพืช และสมุนไพรที่รักษาเพื่อนมนุษย์ที่โด่งดังมากๆ ครับ ผมได้ทดลองใช้แล้ว และนำไปให้ผู้ป่วยหลายโรครับประทาน ทุกอย่างเห็นผลภายใน 3 วัน 7 วัน
 

สำหรับคนนั้น โรคเบาหวาน ความดัน ไต หัวใจ ไขมัน เก๊าส์ และสุดยอดคือ มะเร็ง เอดส์  มียาใด หรือสมุนไพรใดที่รักษาให้เห็นผลภายใน 3 วัน 7 วัน บ้างครับ (ผู้ป่วยที่ได้ใช้แล้วเขาเรียกกันว่า ยาเทวดา อะไรจะปานนั้นครับ ) มี อย. และ GMP รับรองครับ  มีดีคืนเงินครับ



ผู้ตั้งกระทู้ . :: วันที่ลงประกาศ 2012-02-18 19:02:20 IP : 58.9.157.147


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3840732)
avatar
สวนมะลิสดๆป.เคมีภัณฑ์(ขายปลีก-ส่งราคาประหยัด)

 คำค้นหา: หางไหลหรือโล่ติ๊น,หางไหล สารสกัดศัตรูพืชหนอน-เพลี้ยทุกชนิด - YouTube,หางไหลทางเลือกใหม่ของเกษตรกรไทย

 หางไหล หรือ โล่ติ๊น (สั่งซื้อสินค้าคลิกที่นี่)เป็นพืชเถาเลื้อยที่พบได้ในป่าแถบชุ่มชื้นตามแม่น้ำ เป็นสมุนไพรที่นิยมนำเถา ใบหรือรากมาใช้ประโยชน์สำหรับการขับระดูในสตรี รวมถึงสารสกัดที่ได้จากส่วนต่างๆมีฤทธิ์ในการกำจัดหนอน และแมลงศัตรูพืชได้ดี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Derris elliptica Benth.
ชื่อวงศ์ : Fabaceae
ชื่ออังกฤษ : เดอริส (Derris) หรือ ทูบา รูท (Tuba root)
ชื่อท้องถิ่น : โล่ติ๊นกะลำเพาะไหลน้ำเครือไหลน้ำโพตะโกส้า (กะเหรี่ยง) และอวดน้ำ
ส่วนที่ใช้ : ราก ลำต้น (เถา) และใบ

แหล่งที่พบหางไหลหรือโล่ติ๊นมาก มักพบในแหล่งพื้นที่ชื้น เป็นที่ราบลุ่ม มีฝนตกชุก เช่น บริเวณป่าของลุ่มแม่น้ำในจังหวัดต่างๆ(สั่งซื้อสินค้าคลิกที่นี่)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
หางไหลที่พบในประเทศไทย แบ่งเป็น หางไหลแดง และหางไหลขาว ซึ่งแตกต่างกันที่ลักษณะสีของใบอ่อน หากเป็นหางไหลแดงจะมีสีของใบอ่อนออกแดงน้ำตาลหรือชมพูเข้ม ส่วนหางไหลขาวจะมีสีของใบอ่อนออกส้มปนน้ำตาล ซึ่งจะมีสีอ่อนกว่าหางไหลแดง และใบแก่ของหางไหลแดงจะเห็นเส้นใบไม่ชัดเจนเหมือนหางไหลขาว นอกจากนั้น สารสกัดจากรากหางไหลแดงจะมีสีแดง ส่วนสารสกัดจากรากหางไหลขาวจะมีสีขาวขุ่น คล้ายน้ำนม ซึ่งแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นชื่อเรียกที่ต่างกันตามลักษณะที่กล่าวมา
• 
ลำต้น
ลำต้นมีลักษณะกลม เป็นเถาเลื้อย เถาอ่อนมีสีเขียว และสีน้ำตาลปนแดงเมื่อเถาแก่ และจะสีเขียวที่เห็นชัดบริเวณปล้องก่อนถึงยอด 2-3 ปล้อง สำหรับเถาแก่

• ใบ
ใบเป็นใบประกอบ เหมือนขนนกปลายถี่ ใบอ่อนมีสีเขียวอ่อน และเป็นสีเขียวแก่เมื่ออายุใบมากขึ้น ใบจะแตกออกเป็นคู่ๆตรงข้ามกัน 2-4 คู่ ใบคู่แรกมีขนาดเล็กที่สุด และเริ่มใหญ่ขึ้นตามลำดับ โดยมีใบสุดท้ายบริเวณยอดใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่สุด ใบย่อย กว้างประมาณ 3.0-9.5เซนติเมตร และยาวประมาณ6.5-27.0 เซนติเมตร ใบอ่อนบริเวณยอดจะปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลปนแดง พื้นใบด้านบนสีเขียว มีลักษณะมัน มีเส้นแขนงใบคล้ายก้างปลาอย่างเห็นได้ชัด ด้านท้องใบมีสีเขียว และเห็นเส้นใบชัดกว่าด้านบน

• ดอก
ดอกจะออกเป็นช่อตามลำต้น ยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร ดอกตูมมีสีชมพูอมม่วง เมื่อบานจะมีสีชมพูอ่อน และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่ออายุดอกมากขึ้น

• ผล
ผลออกเป็นฝัก ฝักอ่อนมีสีเขียว และสีน้ำตาลปนแดงเมื่อฝักแก่ และจะปริแตกเมื่อฝักแห้ง ฝักมีลักษณะแบน ภายในประกอบด้วยเมล็ดลักษณะกลมแบนเล็กน้อย

ความแตกต่างของหางไหลแดง และหางไหลขาว
– 
ปริมาณโรติโนน : หางไหลแดง 4-5% หางไหลขาว 7-8%
– 
สีน้ำสกัดจากราก : หางไหลแดงได้สีขาวปนแดง หางไหลขาวได้สีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม
– 
สีใบอ่อน : หางไหลแดงมีสีแดงปนชมพู หางไหลขาวมีสีน้ำตาลปนส้ม
– 
สีใบแก่ : หางไหลแดงมีเส้นใบไม่ชัดเจน หางไหลขาวมีเส้นใบชัดเจน
– 
จำนวนใบประกอบ : หางไหลแดง 5-9 ใบ พบมากมี ใบ หางไหลขาว 5-13 ส่วนมากพบ 13 ใบ

 หางไหล หรือ โล่ติ๊น เป็นพืชเถาเลื้อยที่พบได้ในป่าแถบชุ่มชื้นตามแม่น้ำ เป็นสมุนไพรที่นิยมนำเถา ใบหรือรากมาใช้ประโยชน์สำหรับการขับระดูในสตรี รวมถึงสารสกัดที่ได้จากส่วนต่างๆมีฤทธิ์ในการกำจัดหนอน และแมลงศัตรูพืชได้ดี

ผู้แสดงความคิดเห็น สวนมะลิสดๆป.เคมีภัณฑ์(ขายปลีก-ส่งราคาประหยัด) (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2015-10-03 21:19:28 IP : 125.26.112.65



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.