ReadyPlanet.com


รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี !!ทุกปัญหาแก้ได้
avatar
ภูชิทย์


รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี !!ทุกปัญหาแก้ได้

โดยทนายภูชิทย์ 081-4339616 

มาเร็ว แก้เร็ว เสร็จเร็ว ต้องทนายภูชิทย์

คดีร้องจัดการมรดก ฟ้องแบ่งมกดก ฟ้องหย่า ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ฟ้องให้รับรองบุตร คดีกู้ยืม คดีที่ดิน คดีแรงงาน คดีเช็คเด้ง คดีเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล คดีละเมิด คดีผิดสัญญาซื้อขาย คดีปุ๋ย เพื่อเกษตรกรชาวไทย ฯลฯ


 



ผู้ตั้งกระทู้ ภูชิทย์ :: วันที่ลงประกาศ 2010-05-11 19:30:58 IP : 183.89.243.138


[1]

ความคิดเห็นที่ 21 (3536358)
avatar
s

รับสืบทรัพย์ธนาคาร, บุคคล, เงินในบัญชีธนาคารต่างๆ

ข้อมูลทรัพย์สินต่างๆ (รถยนต์)
รับสืบบัญชีเงินฝากธนาคารของลูกหนี้.....
ทั่วประเทศ
รับสืบการถือครองกรรมสิทธิ์รถยนต์ และรถจักรยานยนต์... ทั่วประเทศ

รับสืบรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ว่าเป็นรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ถูกขโมยมาหรือไม่

เพื่อใช้ข้อมูลในการดำเนินคดี หรือเพื่อฟ้องร้อง ทั่วประเทศ

รับจ้างสืบทรัพย์ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน สิ่งปลุกสร้าง ห้องชุด ทั่วประเทศ

รับจ้างสืบทรัพย์บังคับคดี  เดินเรื่องบังคับคดี ทั่วประเทศ

รับจ้างอายัดเงินเดือน สืบว่าทำงานที่ไหน สืบหน้าที่การงาน ทั่วประเทศ



สนใจส่งรายละเอียดที่ท่านต้องการ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่

s_the_ace@hotเมล.com // 0แปด9 ศูนย์ สาม 7-5659

 

สืบทรัพย์ /รับสืบทรัพย์ /รับสืบบัญชีธนาคาร /สืบบังคับคดี/สืบทรัพย์บังคับคดี

----------------------------------------------------------------------------------------

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น s วันที่ตอบ 2013-11-20 02:00:55 IP : 180.183.234.214


ความคิดเห็นที่ 20 (3359168)
avatar
เสียดายเงิน ของที่ได้ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร

อยากสอบถามว่าจะทำยังไงได้บ้างครับ

กรณีสั่งทำตู้ประตูเลื่อน ช่างรับเงินมัดจำไป ครึ่งนึง ลงชื่อรับเงินในสำเนาบัตรประชาชนเรียบร้อย

กำหนดส่งมอบงาน 3 สัปดาห์ ถึงเวลาส่งมอบงาน ขอเลื่อนจนเดือนครึ่ง ได้นำตุ้ที่ไม่มีประตูมาตั้งทิ้งไว้ให้

ติดตามทวงถาม บอกว่าจะมาติดตั้งให้ทีหลัง  ผ่านไป 3 เดือนกว่าแล้วยังไม่มาทำให้ 

กรณีนี้เราสามารถทำยังไงได้บ้างครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เสียดายเงิน ของที่ได้ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร วันที่ตอบ 2012-08-21 11:52:06 IP : 119.46.108.114


ความคิดเห็นที่ 19 (3328649)
avatar
หนามแดง

ขอเรียนสอบถามปัญหาด้านกฏหมายค่ะ

เรื่องมีอยู่ว่าเจ้านายของดิฉันเป็นน้องชายของเจ้าของโรงงานที่ดิฉันพักอาศัย แต่ปัจจุบันโรงงานของเขา(พี่ชายของเจ้านายดิฉัน)ได้ถูกธนาคารยึดเรียบร้อยแล้วและติดประกาศขาย ต่อมาได้มีคนมาซื้อไปจากธนาคาร แล้วเข้าไปถ่ายรูปโรงงานและอาคาร ดิฉันขอถามว่าทางเจ้าของใหม่สามารถทำได้หรือไม่ และดิฉันสามารถอยู่อาศัยในโรงงานได้นานเป็นระยะเวลาเท่าไรและสามารถเรียกค่าขนย้ายจากเจ้าของใหม่ได้หรือไม่ กรุณาตอบทางอีเมล์ค่ะ rps_rps99@yahoo.com  ขอบคุณค่ะ จากหนามแดง

ผู้แสดงความคิดเห็น หนามแดง (rps_rps99-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2012-05-05 15:40:58 IP : 101.109.176.246


ความคิดเห็นที่ 18 (2257789)
avatar
ชายนิรนาม

 

ท้าฝ่ายชายได้หมั้นกับฝ่ายหญิง ได้หนึ่งเดือน
แล้วฝ่ายชายได้อยู่กินกับฝ่ายหญิง
แล้วถ้าเกิดฝ่ายชายต้องการถอนหมั้น โดยที่ขอของหมั้นคืนจากฝ่ายหญิ่งคลึ่งหนึ่ง แล้วฝ่ายหญิงไม่ยอมให้และของหมั้นเราจะได้คืน คลึ่งหนึ่งไหม
ฝ่ายชายสามารถฟ้องศาลได้ไหม

ผู้แสดงความคิดเห็น ชายนิรนาม วันที่ตอบ 2012-03-03 14:14:45 IP : 118.172.107.72


ความคิดเห็นที่ 17 (2220437)
avatar
พล.ต.ต. พิชัย ศิลาทอง

พล.ต.ต.  พิชัย ศิลาทอง  เปิดสำนักงานกฏหมายตั้งแต่  1 ต.ค. 2554 เป็นต้นไป

**รับปรึกษาปัญหาทางกฎหมายและการบริการที่ไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือการบริหารงานที่ไม่เป็นธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ**


    ติดต่อได้ตลอด  24.00  ชั่วโมง
   

    เบอร์โทรศัพท์  081-7517122
  

    ที่อยู่ 121/68 หมู่บ้านบัณฑิตโฮม ถ.วิภาวดีรังสิต ซอยวิภาวดีรังสิต76 แขวงสีกัน
    เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

ผู้แสดงความคิดเห็น พล.ต.ต. พิชัย ศิลาทอง วันที่ตอบ 2011-09-27 12:34:25 IP : 223.204.213.178


ความคิดเห็นที่ 16 (2220354)
avatar
พล.ต.ต. พิชัย ศิลาทอง

    พล.ต.ต.  พิชัย ศิลาทอง  เปิดสำนักงานกฏหมายตั้งแต่  1 ต.ค. 2554 เป็นต้นไป 

**รับปรึกษาปัญหาทางกฎหมายและการบริการที่ไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ**

    ติดต่อได้ตลอด  24.00  ชั่วโมง 
   

    เบอร์โทรศัพท์  081-7517122
  

    ที่อยู่ 121/68 หมู่บ้านบัณฑิตโฮม ถ.วิภาวดีรังสิต ซอยวิภาวดีรังสิต76 แขวงสีกัน
    เขตดอนเมือง กรุงเทพ

ผู้แสดงความคิดเห็น พล.ต.ต. พิชัย ศิลาทอง วันที่ตอบ 2011-09-27 09:17:59 IP : 171.4.99.40


ความคิดเห็นที่ 15 (2216656)
avatar
พีรณัฐ

สวัสดีครับ ผมมีเรื่องปรึกษาดังนี้ครับ

มีผู้นำที่ดินของผมไปจำนองธนาคารโดยผมไม่รู้เรื่อง ภายหลังมารู้ว่าเป็นที่ดินของพ่อผม(เสียชีวิตแล้ว) หลังจากพ่อผมเสียชีวิตเขาก็โอนที่ดินกันเลย แต่เขาโอนกันได้อย่างไรไม่รู้เพราะขณะนั้นยังเป็นเด็กอยู่  ผมจึงทำเรื่องเพิกถอนกับสำนักงานที่ดินฯ โดยสนง.ที่ดินได้ทำการเพิกถอนในเวลาต่อมา แต่ทางธนาคารผู้รับจำนองคัดค้านการออกโฉนดใหม่ ทำให้้เริ่องต้องหยุดชะงัก โดยธนาคารบอกว่าถ้าจะให้เรื่องเรียบร้อยทางผมต้องไปชำระหนี้สิน(เงินต้น+ดอกเบี้ย) ให้เรียบร้อยก่อนเพราะถือว่าทางธนาคารรับจำนองโดยสุจริต โดยธนาคารบอกว่าถ้าต้องต่อสู้กันในชั้นศาลทางผมไม่มีทางชนะ ให้รีบมาเคลียร์ ถ้าชักช้าจะนำที่ดินขายทอดตลาด ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมไม่ได้ก่อหนี้แต่ต้องกลับมารับผิดชอบด้วย ทำไมธนาคารไม่ไปฟ้องร้องผู้ที่นำที่ดินมาจำนองทั้งที่เขาไม่ใช่เจ้าของที่ตัวจริง แต่กลับมาไล่บี้ผมแทน อย่างนี้มันก็ไม่ยุติธรรมซิครับ ถ้าสู้กันในชั้นศาลจนถึงฎีกาผมจะแพ้ดคีตามคำขู่ของธนาคารจริงหรือไม่?  ขอคำปรึกษาด้วยตรับ ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พีรณัฐ วันที่ตอบ 2011-09-15 14:04:05 IP : 110.168.179.65


ความคิดเห็นที่ 14 (2190489)
avatar
ฟ้า

สวัสดีค่ะ 

      หนูเป็นหลานค่ะ  อยากทราบว่าป้าจะยกบ้าน+ที่ดิน ที่ซื้อไว้ ให้แล้วค่ะ(ให้เปล่าค่ะ) แต่ว่าต้องไปโอนบ้านที่กรมที่ดิน ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนหรือไม่ค่ะ และถ้าเสียต้องเสียเท่าไรค่ะ

 

รบกวนขอคำปรึกษาค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ฟ้า วันที่ตอบ 2011-06-27 09:52:00 IP : 58.9.145.141


ความคิดเห็นที่ 13 (2176006)
avatar
กังวลใจ

ขอปรึกษาหน่อยค่ะ คือกำลังจะขายทาวน์เฮาส์ ผู้ซื้อขอสำเนาโฉนดกับสัญญาซื้อขายเพื่อขอกู้ ทางเราถ่ายสำเนาโฉนดกับ เขียนหนังสือสัญญาซื้อขาย โดย มีชื่อผู้ขาย ผู้ซื้อ ราคาบ้านให้กับผู้ซื้อไปยื่นกู้ ไม่ทราบเอกสารเหล่านั้นจะทำให้เรามีปัญหาตามมาทีหลังหรือไม่ ถ้ากู้ไม่ผ่าน

ผู้แสดงความคิดเห็น กังวลใจ วันที่ตอบ 2011-05-10 20:49:48 IP : 183.89.115.5


ความคิดเห็นที่ 12 (2129845)
avatar
หญิงเหล็ก (หญิงหม้ายผู้ไร้ที่พึ่ง )

ดิฉันก็เป็นอีกคนที่มีปัญหา   เป็นทุกข์มาหลายปี  เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันอยู่กินกับสามีมาตั้งแต่ ปี 2526  ตอนนั้นดิฉันอายุแค่ 17 ปี  อาชีพรับจ้างจนปี 2529  ดิฉันคลอดลูกคนที่ 1 เป็นหญิง  ฐานะเราดีขึ้น  จนปี  2533  ดิฉินคลอดลูกคนที่ 2 เป็นชายในปีนั้นเราสามารถเก็บเงินจนเปิดบริษัท สามีเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  และเป็นผู้บริหารเอง โดยมีหุ้น 25 %  ต่อมากิจการดีขึ้นเรื่อยเรื่อย เราเริ่มมีปัญหากัน ปัญหาทั่วไปสามีออกจากบ้านไม่เคยบอก บางที 2-3 วัน บางทีเป็นอาทิตย์ โทรหาปิดเครื่อง กลับมาก็อ้างว่าไปกับเพื่อนของสามีที่ดิฉันนับถือมาก  ดิฉันก็ไม่เคยเอาความ  เวลาผ่านไปจนปี  2542 ปลายปี น้องสะใภ้ตั้งท้องโยที่เขายังไม่พร้อมที่จะมีลูก เรียนยังไม่จบ ม. 3  ดิฉันขอลูกเขามาเลี้ยงก็ตกลง จนเขาคลอดลูก ประมาณเดือน กรกฎาคม 2543 เป็นหญิงดิฉันกีบสามีและลูกทั้งสองเดิอนทางไปรับลูกคนเล็กด้วยตัวเอง (ที่ อ.มัญจาคีรี) ไปรับในโรงพยาบาล ทำพิธีตามโบราณยกเป็นลูกบุญธรรม  ต่อมาทดลองเลี้ยงจนครบกำหนดก็ไปจดทะเบียนรับเป็นบุตรตามกฏหมาย และใช้นามสกุลของสามีเหมอืนลูกตัวเอง  เขารักเด็กคนนี้มาก เลี้ยงเอง ดูแลอย่างดี ด้วยฐานะในตอนนั้น  อ้อ้ย้อหลังไปประมาณ 4 ปี เราซื้อบ้านแฝด ม.พระปิ่น 5 ไว้ 2 หลังคู่ โดยการผ่อน และมีหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 30% มีรถยนต์หนึ่งคันกำลังผ่อนอยู่ต่อมาเกิดปัญหาที่แก้ไม่ตก ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อย สะสมมาเร่อยจนในที่สุดดิฉันเหนื่อยมากกับชีวิตที่ไม่รู้วันข้างหน้า  เราทะเลาะกันบ่อยขึ้นบางครั้งลงไม้ลงมือ ดิฉันนอนทรมหลายวัน บ่อบเข้าสุดทนเลยตกลงหย่ากันก่อนจะหย่าดิฉันทราบมาว่าสามีถอนเงินในธนาคารไปให้เพื่อน เพื่อนที่ดิฉันอยู่กับสามีมา 21 ปีไม่เคยรู้จักและเป็นผู้หญิงหม้ายสามีตายมาสิบปี (เขาว่ามา ) ดิฉัน๙อกและเสียใจมากถามเขาว่าที่แท้เขาคนนั้นเป็นใครเขาบอกว่าเรื่องของกูมึงอย่ายุ่ง เงินของกูไม่เกี่ยวกับมึงซึ่งตลอดเวลา 21 ปีดิฉันไม่เคยระแคะระคายเลยส่วนเรื่องเงินดิฉันเอาเข้าแบ๊งค์  อย่างเดียวไม่มีสิทธิ์ถอน เขาให้ใช้เท่าไหร่เท่านั้น  เพาระไว้ใจเขามาก  ดิฉันเลยบอกว่าทำบบนี้อยู่ไม่ได้แล้วเขาบอกกูอยากไยนคำนี้มานานมากแล้ว    ดิฉันเหมือนคนบ้าไม่เอาอะไรซักอย่างสามีเอากล้องวีดีโอมาถ่ายแล้วให้ดิฉันพูดว่าดิฉันจะไม่เอาะไรไปเลยมาแต่ตัวจะไปแต่ตัว  ด้วยอารมย์ที่เคียดแค้นเขาสัญญาว่าออย่าห่วงเรื่องลูกเขาจะส่งให้เรียนสูง สูง เท่าที่ลูกต้องการ บ้านแฝดสองหลังจะโอนให้ลูกคนละหลัง ดิฉันเชื่อเขาทุกคำพูดเพราะความโง่   ยอมอย่าเพาระไม่อยากเห็นแม้แต่หน้า ดิฉันไปอญุ่เชียงใหม่ 8 เดือน โทรหหาลูกแทบทุกวันแต่ไม่เคยได้คุยกับลูกเขาเปลี่ยนเบอร์โทรให้ลูกทุก คน  ดิฉันทำงานรับจ้างเงินเดอนละ  4200  บาท 8 เดือนมีเงินเก็บไม่มากจึงเข้ากรุงเทพเพราะคิดถึงลูกมาก มาเช่าบ้านอยู่และเพือนฝากงานให้  ดิฉันโทรหาเขาขอพบลูกบ้างเขาวางสายใส่ไม่พูดไม่ตอบ ไม่อะไรทั้งสิ้น ดิฉันทรมานใจมาก จึงโทรหาน้องสาวสามีนัดแนะให้พาลูกสาวคนเล็กมาพบ 2- 3 ครั้งมีความสุขมากดิฉันบอกน้องสามีว่าให้คุยกับพี่ชายเขาให้ว่าดิฉันขอลูกสาวคนเล็กมาเลี้ยงเองเพราะเขาเป็นหลานดิฉัน  เขาก็ตอบว่าพี่เขาไม่ยอมและอย่าพามาหาดิฉันอีก  จนกระทั่งเทศการสงกรานต์ ประมาณ ปี  2547  น้องสาวสามีโทรมาว่าจะกลับยโสธรแต่เอาลูกสาวคนเล็กไปด้วยไม่ได้เพราะรถแน่นมาก  ขอฝากดิฉันไว้ 2-3 วันดิฉันดีใจมากไปรับลูกมา  จนเวลาผ่านไป 3 วัน 4 วัน 2 อาทิตย์ เป็นเดือนโทรหาน้องสาวสามีเปลี่ยนเบอร์สรุปคือดิฉันเลี้ยงเขาเอง  ต่อมาอีกประมาณไม่ถึงเดือนลูกชายคนที่สองหอบกระเป๋ามาหหหาบอกทะเลาะกับพ่อเขาว่าลูกชายดิฉันขโมยเงินเมียเขา  10,000  บาท ดิฉันเลี้ยงเขามากับมือไม่เชื่อเด็ดขาดตอนนั้นเขาจบ ม. 3 แล้วลูกบอกขออยู่ด้วยดิฉันก็ตกลงเพราะไม่ได้เจอลูกเป็นปี  ชีวิตก็ลำบากมากขึ้น  อดทนต่อสู้รับจ้างทำทุกอย่างมี่ถูกต้องและได้เงิน  ต่อมาอีกประมาณสองเดือนลูกสาวคนโตโทรมาปปรึกษาว่าอยากเรียนต่อที่ ม.กรุงเทพ แต่พ่อไม่ให้เรียนสาเหตุเพราะลูกสาวคนเล็กของเมียใหม่เขาเรียนที่นั่นแต่ให้ลูกสาวดิฉันไปเรียนม.รามคำแหง  บ้านอยู่จอมทอง  ดิฉันสงสารลูกมากลูกสาวอ้อนวอนอยากเรียนจะตั้งใจเรียนดิฉันยอมเป็นหนีหายืมเงินแรกเข้าสามหมื่นบาทให้ลูก(ค่าหอด้วย) จนลูกได้เข้าเรียน ม.กรุงเทพ โดยกู้เงินรัฐบาล ดิฉันเสียใจมากและรอ  รอ  รอ ว่าวันไหนเขาจะรับผิดชอบตลอดเวลาจนถึงวันนี้จะครบหกปี ลูกสาวคนโตจะจบปริญญาตรีเทอมนี้ส่วนลูกชายเข้ามหาลัยปีหนึ่งเทอมสอง กู้เรียนเหมือนกันดิฉันเหนื่อยมาก เหนื่อยจนบางคร้

งหลายครั้งอยากฆ่าตัวตายแต่พอคิดถึงลูกทำไม่ได้ ตั้งแต่ลูกออกมาจากบ้านเมียเขามา ( ซึ่งคือผู้หญิงคนที่เขาให้เงินหนึ่งล้านบาท) แต่งกันหลังจากดิฉันหย่าให้เขาได้สองเดือน เป็นเวลา 7 ปีโทรหหาเขาไม่เคยรับสายลูกกสาวยังไม่เคยเปลี่ยนเบอร์เพราะยังหวังว่าพ่อจะโทรหหามทุกวัน   ดิฉันอยากถามว่าจะฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมได้หรือเปล่าเพราะปีนี้ดิฉันเหนื่อยมากลูกเรียนซ้อนกันสามคน  โปรดเมตตาให้ความรู้กับดิฉันด้วย ท่านผู้มีความรู้เรื่องกฏหมายด)รดตอบด้วยนะคะ  ดิฉันขอให้สิ่งศักดสิทธิ์คุ้มครองทุกท่านที่จะเมตตาดิฉันและลูกคะ  จจะรอคำตอบ

ผู้แสดงความคิดเห็น หญิงเหล็ก (หญิงหม้ายผู้ไร้ที่พึ่ง ) (miess44-at-hotmail-dot-comm)วันที่ตอบ 2010-11-19 14:55:43 IP : 182.232.43.157


ความคิดเห็นที่ 11 (2127132)
avatar
นิรุจน์

โืีทรปรึกษาได้ที่เบอร 0858349839  ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น 

ผู้แสดงความคิดเห็น นิรุจน์ (niruj_lawyer0703-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2010-11-10 19:49:33 IP : 110.168.114.143


ความคิดเห็นที่ 10 (2119118)
avatar
หน่อย

ขอคำปรึกษาเรื่องค่านายหน้าค่ะ

 

ประมาณเดือนเมษายน2553 ดิฉันได้ทำเรื่องซื้อบ้านหลังหนึ่ง ในราคา 700000บาท

ดิฉันต้องการกู้วงเงินให้ได้เกิน 700000บาท เพื่อเอามาต่อเติมบ้าน

จึงได้กระทำการซื้อขายโดยผ่านนายหน้า โดยตกลงว่าจ้างกันเป็นเงิน 30000บาท

จ่ายเงินสดเลย 2000บาท ที่เหลืออีก28000บาท ไว้จ่ายทีหลังตอนได้รับเช็คในส่วนที่เหลือ

ตอนดำเนินการเรื่องซื้อขายบ้าน อยู่ในช่วงที่เค้าลดหย่อยค่าโอนให้เหลือ 0.02%(ขออภัยถ้าข้อมูลผิดพลาด)

ทางนายหน้าได้แจ้งหลักจากได้ดูหลักฐานต่างๆ ว่า จะกู้เงินกับทางธนาคารได้ประมาณ 950000บาท

รับรองโอนทันแน่นอน แล้วก้อได้ทำการยื่นเรื่องไปที่ธนาคารA

รออยู่ประมาณ 2เดือน ทางนายหน้าแจ้งว่า น่าจะกู้ได้ประมาณ 850000บาท

ถามดิฉันว่าไหวไหม ดิฉันบอกว่าโอเค รออีกประมาณ 1เดือน

ผลปรากฏว่า การกู้สินเชื่อกับทางธนาคารA ไม่ได้รับการอนุมัติ

ทางนายหน้าแจ้งว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวยื่นกู้กับธนาคารB รอประมาณ 2เดือน

ผลปรากฏว่า กู้สินเชื่อได้ 692000บาท ไม่พอแม้กระทั่งจะจ่ายค่าบ้านในราคา700000บาท

ดิฉันต้องหาเงินมาจ่ายค่าบ้าน และค่าโอน ประมาณ 30000บาท

ทางนายหน้าได้มาทวงถามค่านายหน้าจำนวน 28000บาท ดิฉันไม่มีเงินที่จะมาจ่ายค่านายหน้า

เพราะว่าวงเงินที่กู้สินเชื่อจากธนาคารได้ไม่ถึงตามที่ตกลงกันไว้

ทางนายหน้าแจ้งว่า ทางธนาคารทวงถามมา ถ้าไม่จ่ายประวัติดิฉันจะเสีย

ทั้งนี้ ดิฉันอยากทราบว่าประวัติดิฉันจะเสียจริงหรือไม่ และดิฉันต้องจ่ายค่านายหน้าไหม

ถ้าดิฉันไม่จ่าย นายหน้าสามารถฟ้องร้องได้หรือไม่ (ตอนตกลงว่าจ้างกันไม่ได้มีการเซ็นสัญญาใดๆทั้งสิ้น)

รบกวนตอบด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หน่อย (kiosk_3bb-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-14 19:29:33 IP : 182.232.194.228


ความคิดเห็นที่ 9 (2114073)
avatar
mlaw

รับปรึกษาปัญหาข้อกฎหมาย แพ่งและอาญา กฎหมายปกครอง และเกี่ยวกับวินัยข้าราชการ หรือไม่เข้าใจในกระบวนการยุติธรรม โทร 0806554177 0809375022

ผู้แสดงความคิดเห็น mlaw (oag2009-at-windowsluve-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-30 15:53:35 IP : 192.168.30.131


ความคิดเห็นที่ 8 (2113381)
avatar
ภาคภุมิ

ขอความกรุณาปรึกษาเรื่องการหย่าร้างครับ

สวัสดีครับขอความกรุณาช่วยผมหน่อยครับ

            ผมกับภรรยาอยู่กินกันมา 4ปีไม่ได้จดทะเบียนครับ มีลูกกัน 1คน ครับ ก่อนหน้าที่จะอยู่ด้วยกันผมมีอาชีพรับเหมาอยู่ก่อนแล้วโดยที่ผมมีเงินส่วน ตัวอยู่ประมาณ 400,000 บาทกับทองคำหนัก 3บาท และมีรถกะบะ 2คัน และเครื่องมืออุปกรณ์รับเหมา (เครื่องมือช่างครับ) และอุปกรณ์สำนักงาน(คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ)ผมดำเนินงานมาด้วยดีโดยตลอด จนกระทั่งมาปี 2550 ที่อยู่กินกับภรรยาคนปัจจุบัน

            ภรรยาผมเขาเข้ามาเห็นเขาบอกว่าเขามีเงินอยู่ 30,000 บาท ทองคำหนัก 1 บาท (ลูกติดสามีเก่าอีก1คนครับ)

             แล้วเขาก้อบริหารการเงินมาโดยตลอดโดยปีแรกไม่เคยมีบัญชีรายรับรายจ่ายมาให้ ผมดูเลยมีข้ออ้างตลอดผมก้อคิดว่าใหม่อยู่ในปีแรก พอปีที่สองก้อยังคงเหมือนเดิมจนมีปากเสียงกันแล้วผมก้อดึงเอาพี่สาวของผม เข้ามาทำแทนแต่แล้วก้อทนการที่ต้องทะเลาะกับเขาไม่ไหว(เขาบอกไว้ใจพี่ มากกว่าเมีย)ก้อเลยให้เขากับมาทำเหมือนเดิม จนกระทั่งมาปีที่สามก้อจดทะเบียนเป็น บริษัท จำกัด แล้วก้อทำงานกันต่อมาสรุปเอาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ 27 กันยายน 2553

               สรุปยอดบริษัทปัจจุบันเหลือ

1.รถกะบะ 1คัน (ขายไป1คันครับ)

2.เงินเรียกเก็บจากลูกค้า อีก 30,000 กว่าบาท

3.หนีที่ยืมมารดาของผมมา 550,000 บาท

4.หนีที่ยืมบิดาของผมมา 60,000 บาท

แล้วยังมีของเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่งที่ของผมซื้อก่อนอยู่ด้วยกันพอ มันเสียหายเขาก็ซื้อแล้วเอาไว้บ้านพ่อเขาก่อนแล้วค่อยเอามาที่นี่เขายึดคืน ไปหมดเลยครับ(บ้านพ่อเขากับผมอยู่ใกล้ๆกัน)

             เขาทะเลาะกับผมเรื่องบัญชีแล้วเขาก้อขอเลิกกับผม แต่เขาเรียกร้องเงิน 30,000 บาทของเขากับทองคำอีก1บาทโดยการจะทิ้งหนีทั้งหมดให้ผมสารต่อ(ลูกเขาก้อไม่ เอา)แบบนี้ผมจะทำอะไรได้มั่งครับ เพราะตอนนี้ต้องเลี้ยงลูกมีเงินไม่ถึงสองร้อยเลยครับได้โปรดขอความกรุณาผู้ รู้ช่วยให้ผมหายโง่ทีครับ

          กราบขอบพระคุณไว้ร่วงหน้าผิดพลาดยังไงขอโทษด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภาคภุมิ วันที่ตอบ 2010-09-28 10:18:10 IP : 124.122.37.61


ความคิดเห็นที่ 7 (2109025)
avatar
ศุภกานต์

สวัสดีค่ะ หนูมีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ ช่วยตอบหนูด้วยนะคะ

คือว่าแม่หนูเอาที่ไปจำนองไว้ 100000 บาท และได้โอนลอยไว้

ส่งดอกส่งต้นจนเหลือหนี้ค้างอยู่ 47000 บาท พอดีโครงการหนี้นอกระบบของรัฐบาลมาพอดี

แต่แม่มีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า ไม่มีเครดิตอะไร แม่จึงไปติดต่อธนาคารเขาให้หาคนมาค้ำแต่เราไม่มีใครจริงๆ

ด้วยความที่เจ้าหนี้ก็อยากได้เงินคืนมาก จึงซื้อฉลากออมสินเป็นจำนวนเงิน 50000 บาท

เพื่อใช้ฉลากค้ำประกันกับธนาคารให้เรา เราจึงยื่กู้สำเร็จ ธนาคารจ่ายเงินสดให้กับเจ้าหนี้ 47000 บาท

ตามจำนวนหนี้ที่ค้าง และแม่ก็ผ่อนหนี้ต่อกับธนาคารเป็นรายเดือน แม่กับเจ้าหนี้ตกลงกันแล้วว่า 47000 บาท

ไม่คิดเพิ่มอีกแล้ว แต่ระหว่างรอธนาคารดำเนินการเป็นเวลา5เดือนแม่ไม่ได้ส่งเลย

เนื่องจากตกลงกันแล้วว่ารอธนาคารทีเดียวเลย

พอกู้ผ่านธนาคารนำเงินให้เจ้าหนี้ 47000 บาทเรียบร้อย โดยมีฉลากค้ำประกัน

พอเดินออกจากธนาคารเจ้าหนี้กลับบอกแม่ว่า ให้แม่เอาเงินมาจ่ายเขา 3000 บาท

เขาบอกว่าค่ารอนานกว่าจะได้เงินตั้ง5เดือน

1. เราไม่ให้เงิน 3000 ได้ไหมคะ

2.เจ้าหนี้ไม่ยอมคืนโฉนดจนกว่าจะผ่อนธนาคารหมด เจ้าหนี้มีสิทธิ์ทำได้ไหม

3.ถ้าไม่ได้แม่สามารถปรึกษาตำรวจได้ไหมคะ

4.ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมช่วยแนะนำหนูหน่อยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ศุภกานต์ วันที่ตอบ 2010-09-14 20:31:18 IP : 117.47.73.82


ความคิดเห็นที่ 6 (2103488)
avatar
วรพล

 สวัสดีครับ

 
พอดีที่บ้านผมีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินที่เคยซื้อไว้นานมาแล้ว  เป็นที่เปล่าครับ พอหลังจากนั้นเป็นเวลานานพอสมควร
ได้เข้าไปตรวจสอบที่ดิน พบว่าได้มีโรงงานผลิตน้ำตาลมาตั้งอยู่ใกล้เคียงพื้นที่ของผม และทางโรงงานได้ทำการซื้อที่ดินระแวกนั้น
ไปหมดแล้วยกเว้นพื้นที่ของผมเนื่องจากไม่สามารถติดต่อได้ หลังจากนั้นผมจึงติดต่อกับทางโรงงานเพื่อดำเนินการให้ทางโรงงาน
จัดการซื้อที่ดินแปลงนั้นของผมซะ เนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่ดีเอาเสียเลย มีบ่อกักเก็บน้ำเสียและแก๊สเสียส่งกลิ่นเหม็น
ซึ่งก่อนหน้านี้ผมและครอบครัวคิดเอาไว้ว่าจะสร้างบ้านอยู่ แต่ปัจจุบันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว ทางโรงงานก็ได้ปฏิเสธการซื้อที่ดิน
ทุกครั้ง โดยที่ให้เหตุผลว่าแพงไปบ้าง ยังไม่ส่งเรื่องบ้าง เพราะคิดว่ายังไงผมก็ต้องขายเพราะผมอยู่ตรงนั้นไม่ได้แล้ว 
 
จึงอยากจะขอความช่วยเหลือหน่อยครับ ว่าผมควรจะทำยังไงดี สามารถพึ่งกฏหมายหรือร้องเรียนกับใครได้บ้างครับ
 
ขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น วรพล (parivanon-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-02 20:11:02 IP : 118.174.84.73


ความคิดเห็นที่ 5 (2101297)
avatar
เอ

ปรึกษาเรื่องที่ดินเนื่องจากที่ดินเป็นที่ดินที่แม่แบ่งให้ก่อนจะเสียชีวิตแต่ที่ดินของดิฉันอยู่ด้านหลังที่ดินน้องสาว

ซึ่งที่ดินน้องติดถนนแล้วน้องสาวไม่ยอมให้เข้าออกจะสามารถทำอะไรได้หรือไม่เพราะแบ่งที่ดินมานานแล้วเกือบ15ปีโดยที่ดิฉันไม่สามารถเข้าไปดูแลที่ดินได้เลย

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ วันที่ตอบ 2010-08-27 17:20:17 IP : 58.11.56.217


ความคิดเห็นที่ 4 (2091145)
avatar
อ้อม

เนื่องจากพ่อของหนูศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 6 เดือน ลดเหลือ 9 เดือน (ลักแบรนรังนก ในวัด หนึ่งแพคหกขวด) แต่ทางพระไม่ได้เอาผิดอะไรแต่พ่อก็รับสารภาพพระก็ไม่เอาความแต่บังเอิญแม่ชีในวัดบอกว่าสร้อยทองหนึ่งบาทหาย แต่พอนัดสืบพยานแม่ชีก็มาปฎิเสธว่าพ่อไม่ได้เอาไปก็คือเจ้าทุกไม่เอาความแล้ว แต่พ่อก็ชดใช้ค่าเสียหายแบรนรังนกให้ไป แต่ศาลยังตัดสินจำคุกและยังคัดค้านการประกันตัว พอยื่นประกันศาลอุทรธ์ก็ไม่ไห้ประกันก็จะรอศาลฎีกา ขอคำปรึกษาหน่อยคะแม่ก็เป็นคนคำประกันให้เงินสด 120000 แล้วนะคะทำไมเค้าไม่ให้เค้าบอกว่ากลัวพ่อหนี แต่ไม่หนีแน่พ่อมีกิจการอยู่ที่บ้านและไปตามศาลนัดตลอด สาลที่บึงกาฬนะคะ หนองคายแล้วเราอยู่สุโขทัยไปมาก็ลำบากคะ0801085580

ผู้แสดงความคิดเห็น อ้อม (aom_aonjung-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-07-31 14:11:58 IP : 118.172.223.74


ความคิดเห็นที่ 3 (2089503)
avatar
เครียดมาก

สวัสดีค่ะรบกวนปรึกษาหน่อยนะค่ะ...
ช่วงปลายปี  2552  ดิฉันมีปัญหาเรื่องเงินและค่าใช้จ่ายมากๆค่ะ  จึงได้นำนำทรัพย์สินที่มีไปจำนำ  ไม่ว่าจะเป็นทอง  รถจักรยานยนต์  จนกระทั้งวันหนึ่งมีเอกสารมาส่งที่บ้าน  เป็นเอกสารจากไฟแนนซ์รถยนต์  เตือนให้จ่ายค่างวดรถยนต์  ซึ่งดิฉันไม่ได้จ่ายมา  2  งวดกำลังจะเข้างวดที่สามแล้ว  ตอนนั้นกลัวทางไฟแนนซ์จะมายึดรถมากๆ  แต่ตอนนั้นเงินก็ยังหาไม่ได้  จากประสบการณ์ที่ได้ไปจำนำสิ่งของมีค่าต่างๆ  ก็เลยลองไปเปิดอินเตอร์เน็ตหาแหล่งเงินกู้  ก็ไปเจอข้อความหนึ่งโพสไว้ว่าเพียงมีรถยนต์ก็กู้เงินได้  ก็เลยโทรไปสอบถาม  เค้าก็บอกว่ากู้ได้แต่ต้องจอดรถไว้กับเค้า  ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร  จิตใจอยากได้แค่เงินไปจ่ายไฟแนนซ์เท่านั้น  ก็เลยนัดกู้เงินกับเค้าในวันที่  26  ตุลาคม  2552  แถวถนนเกษตรนวมินทร์  ขอกู้  50000  บาท  แต่วันนั้นเค้าก็ได้หักดอกเบี้ยไป  5000  บาท  สรุปได้รับเงินสด  45000  บาท  แล้วเค้าก็มีเอกสารมาให้ดิฉันเขียน  ก็จะมีเขียนชื่อที่อยู่และข้อมูลรถทั่วไป  แล้วเค้าก็บอกว่าเอกสารการจ่ายเงินและดอกเบี้ยที่กู้  จะส่งไปให้ตามที่อยู่ที่ดิฉันเขียนเอาไว้  และเค้าก็ยื่นเงินสด  ให้ดิฉัน  45000  บาท  ตอนนั้นดิฉันดีใจมากค่ะเพราะมีเงินไปจ่ายค่างวดรถแล้ว  ในสมองตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะเป็นอันตรายใดๆเลย  รู้สึกสบายใจด้วยซ้ำที่มีเงินแล้ว  และไม่กลัวด้วยว่าจะถูกโกงรึว่ารถจะหายเพราะคิดว่ารถก็ยังคงติดไฟแนนซ์อยู่คงไม่มีใครขโมย  ตอนนั้นก็คิดเพียงอยากได้เงินไปจ่ายค่างวดรถเท่านั้น  คิดอยู่แค่นี้จริงๆ  แล้วเงินก็ไม่ได้มากมาย  ไม่นานก็คงมีเงินไปคืนเงินกู้และก็คงได้รถกลับมา  จนครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยเดือนที่สองในวันที่  26  ธันวาคม  2552  เอกสารที่คนให้กู้เงินบอกจะส่งมาให้ที่บ้านดิฉันก็ยังไม่ได้รับเลย  ก็เลยหยิบโทรศัพท์มาโทรหาคนที่ให้กู้เงิน  กดย้ำๆอยู่หลายครั้งมาก  แต่โทรเท่าไรก็โทรไม่ติด  โทรติดกันอยู่สองสามวัน  จนดิฉันทนไม่ไหวกังวลไปหมด  และคิดว่าโดนหลอกแล้วแน่ๆ  ในวันที่  28  ธันวาคม  2552  ดิฉันจึงไปที่  สน.คันนายาว  และปรึกษาคุณตำรวจ  เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คุณตำรวจฟัง  คุณตำรวจเลยบอกว่าดิฉันทำผิดนะที่เอารถที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ไปจำนำ  ดิฉันเองก็ไม่เคยทราบเลยจริงๆค่ะว่ามันผิด  ก็พึ่งมารู้ว่ามันผิดก็วันนี้แหละ  แล้วคุณตำรวจก็เลยแนะนำว่า  ทำไมไม่ไปแจ้งความในสน.เขตพื้นที่ที่เอารถไปจำนำไว้หละ  คุณตำรวจแนะนำว่าน่าจะอยู่ในเขตพื้นที่ของสน.โชคชัย รึไม่ก็  สน.โคกคราม  ในวันนั้นคุณตำรวจก็เลยให้ลงบันทึกประจำวันเอาไว้  และให้ลงไว้ว่าให้คนคนหนึ่งยืมไปและยังไม่ได้รถกลับคืนมา  กลับจากสน.ดิฉันก็ยังคงพยายามโทรหาคนที่ดิฉันกู้เงิน  ผ่านไปสองวันดิฉันก็ยังโทรหาคนที่ให้กู้เงินไม่ติด  พยายามค้นหาข้อมูลที่เคยไปอ่านในอินเตอร์เน็ตแต่ก็ไม่เจอ  ก็เลยตัดสินใจจะไปแจ้งความในสน.เขตพื้นที่  ตามที่คุณตำรวจได้แนะนำไว้  และได้ไปที่สน.โคกคราม  พอไปถึงสน.โคกครามก็เข้าไปหาที่จอดรถกับเพื่อนที่ลานจอดรถ  แต่สิ่งที่ดิฉันเห็นคือรถยนต์ของดิฉันเอง  ลงจากรถไปดู  ก็เห็นว่ารถจอดล๊อคล้ออยู่ที่ลานจอดรถภายในสน.  ดิฉันก็เลยเข้าไปติดต่อสอบถามกับคุณตำรวจในสน.  สุดท้ายได้เรื่องว่ารถน่าจะติดคดี  ทางฝ่ายสืบสวนได้เล่าให้ดิฉันฟังว่า  คาดว่ารถยนต์ของดิฉันจะไปเกี่ยวข้องกับคดียิงคน  ตามที่คุณตำรวจที่สน.โคกคราม  เล่าให้ดิฉันฟังเรื่องมีอยู่ว่า  มีรถยนต์กระบะคันหนึ่งไปก่อคดียิงคนเอาไว้  แล้วก็ได้นำรถไปจอดทิ้งเอาไว้  ทางสายสืบจึงได้ไปสุ่มอยู่ที่รถกระบะคันนั้น  จากนั้นก็ได้มีคนขับรถเก๋งซึ่งเป็นรถยนต์ของดิฉัน  มาจอดและลงไปดูที่รถกระบะคันนััน  แล้วสายสืบที่สุ่มอยู่เห็นก็คิดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับคดี  จึงได้ไล่รถเก๋งของดิฉันไป  และยิงล้อรถของดิฉัน  แล้วทางตำรวจก็ไปเจอรถเก๋งของดิฉันจอดยางแตกอยู่  จากนั้นเค้าก็ยกไปไว้ที่สน.  และดิฉันได้สอบถามตำรวจว่ามีตายมีบาดเจ็บกี่คน  ทางตำรวจก็บอกว่าไม่ตาย  แต่มีหนึ่งคนได้รับบาดเจ็บ  จานนั้นคุณตำรวจก็ได้นัดดิฉันไปเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้ฟัง  และไปให้ปากคำ  ดิฉันก็ได้เล่าความจริงให้ฟังครบทุกอย่างทุกตอน  แต่สุดท้ายคุณตำรวจเค้าก็บอกว่าเค้ายังไม่เชื่อ  เพราะว่าดิฉันไม่มีเอกสารการจำนำรถยนต์เลย  ดิฉันก็บอกคุณตำรวจไปว่าเป็นดิฉันดิฉันก็คงไม่เชื่อร้อยเปอร์เซ็น  แต่สิ่งที่ดิฉันพูดไปเล่าไปทั้งหมดนั้นมันคือความจริงทุกอย่าง  ส่วนข้อมูลของคนที่ให้ดิฉันกู้เงิน  ตัวดิฉันเองก็ไม่มีข้อมูลอะไรของเค้าเลย  นอกจากเบอร์โทรศัพท์  ที่ใช้ติดต่อกันในวันที่ไปขอกู้  แต่ทางสน.ก็ได้เช็คแล้ว  มันเป็นเบอร์เติมเงินธรรมดา  และหาข้อมูลอะไรไม่ได้เลย  ดิฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรได้อีก  แต่ดิฉันก็พยายามค้นหาเอกสารต่างๆ  ที่พอจะยืนยันได้ว่าดิฉันเดือดร้อนมาก  และได้เอารถไปจำนำจริงๆให้ทางคุณตำรวจดู  เอกสารที่พอจะมี  ก็คือ  ยอดเงินที่เอาไปเข้าบัญชีไว้  ใบเสร็จการจ่ายค่างวดรถยนต์สองงวดพร้อมกัน  ด้วยเงินที่ได้มาจากการจำนำรถยนต์  ใบแจ้งทวงหนี้จากไฟแนนซ์   และเอกสารที่ดิฉันนำทรัพย์สินต่างๆที่มีไปจำนำ  สิ่งที่พอจะยืนยันได้ว่าดิฉันเดือดร้อนเรื่องเงินจริงๆ  มันก็มีเพียงแค่นี้  ตัวดิฉันเองก็พึ่งจะมารู้ว่าถูกหลอกให้ทำประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง  ก่อนหน้าที่จะมารู้ว่ารถที่นำไปจำนำก็มีปัญหา  ตอนนี้ดิฉันเครียดมากๆค่ะ  ไม่เคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต  ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาลอะไรแบบนี้  เป็นบทเรียนชีวิตที่แย่ที่สุดจริงๆค่ะ  และทางตำรวจก็บอกกับดิฉันว่าเดี๋ยวจะติดต่อกลับมาหาดิฉันเอง  ดิฉันก็รออยู่ทุกวัน  รออยู่เกือบสองเดือน  จนดิฉันรอไม่ไหวก็เลยติดต่อกลับไปเอง  พอติดต่อไปเค้าก็ให้ดิฉันไปติดต่อกับร้อยเวรที่ดูแลคดีนี้  จากนั้นร้อยเวรก็นัดดิฉันไปที่สน.  และนัดไปบ่อยมากๆ  ทุกครั้งที่ทางร้อยเวรได้นัดไป  ดิฉันก็จะคอยถามอยู่่เสมอว่าอีกนานไหมค่ะ  ดิฉันจะได้รถคืนเมื่อไร  แล้วดิฉันต้องทำยังไงบ้าง  และทางสน.ทำไมไม่ไปตามหาคนร้ายกับเจ้าของรถกระบะ  ทางร้อยเวรเค้าก็เลยเล่าว่ารถกระบะคันนั้นติดป้ายทะเบียนปลอม  และบอกให้ดิฉันไปขอใบมอบอำนาจจากทางไฟแนนซ์ก่อนถึงจะรับรถคืนได้  พอไปที่ไฟแนนซ์เค้าก็สำเนาใบบันทึกประจำวัน  ดิฉันก็ได้กลับไปขอใบบันทึกประจำวันกับร้อยเวร  ในใบบันทึกประจำวันใบนั้นได้เขียนไว้ว่ายึดไว้เพื่อตรวจสอบ  และทางไฟแนนซ์ก็ได้ออกใบมอบอำนาจให้  วันรุ่งขึ้นดิฉันก็ได้นำใบมอบอำนาจจากไฟแนนซ์มาส่งให้ร้อยเวร  พอยื่นใบมอบอำนาจให้เสร็จ  ทางร้อยเวรเค้าก็บอกว่า  ดิฉันต้องไปสเก็ตภาพคนที่ให้กู้เงินแล้วก็จะได้รถคืน  แล้ววั้นนั้นตอนกลับดิฉันก็ไปเจอทะเบียนรถยนต์ของดิฉัน  ไปติดอยู่ที่ป้ายทะเบียนรถเก๋งเก่าๆอีกคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ที่หน้าสน.  แต่ตอนนั้นดิฉันได้ขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้วดิฉันก็เลยโทรไปถามร้อยเวรว่าทำไมทะเบียนรถของดิฉันถึงไปติดอยู่ที่รถคันอื่น  เค้าก็ตอบว่าเดี๋ยวผมขอเดินไปดูก่อน  แล้วเดี๋ยวจะโทรกลับมา  นานมากเค้าก็ยังไม่โทรกลับมา  ดิฉันก็เลยโทรกลับเอง  แล้วเค้าก็บอกว่าเค้าไม่ได้อยู่สน.นานมากเป็นเดือนก็เลยไม่รู้เรื่อง  แต่ถามให้แล้วเป็นรถของสายสืบที่โรมพักนี่แหละ  แล้วดิฉันก็เลยบอกว่าทำไมทำแบบนี้  ทำแบบนี้มันไม่ถูกนะเพราะทะเบียนก็ยังเป็นชื่อของดิฉันอยู่  ร้อยเวรเลยตอบว่าผมไปสั่งให้เค้าถอดออกมาแล้วครับ  ดิฉันเลยถามกลับว่าแบบนี้ดิฉันต้องไปแจ้งความไว้ไหม  ร้อยเวรก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ  สบายใจได้เลย  ไม่เกินสองสามวันนี้แหละครับ  คุณก็มารับรถกลับไปได้แล้ว  ดิฉันก็เริ่มสบายใจขึ้น  และดิฉันก็ได้ไปสเก็ตภาพคนที่ให้ดิฉันกู้เงินตามที่ร้อยเวรบอก  ในวันที่นำภาพเสก็ตไปให้ร้อยเวร  ร้อยเวรก็บอกกับดิฉันว่า  ยังจะต้องตรวจลายนิ้วมือที่รถอีก  แล้วยังไงอีกอีกสามวันให้ดิฉันลองโทรมาเช็คดู  ดิฉันก็รอจนครบกำหนดที่ร้อยเวรนัดให้ติดต่อกลับ  พอติดต่อกลับไปร้อยเวรก็บอกดิฉันว่าได้ตรวจลายนิ้วมือเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ดิฉันก็เลยถามว่าดิฉันจะได้รถคืนรึยังค่ะ  ทางร้อยเวรก็ตอบว่า  ผมจะย้ายแล้วเดี๋ยวผมจะโทรไปบอกอีกทีนะ  ว่าจะต้องติดต่อกับทางตำรวจคนไหนที่ดูแลคดีนี้ต่อ  ดิฉันก็เลยถามว่าอีกนานเลยเหรอค่ะ  จากวันนั้นที่ร้อยเวรได้ให้ความหวังดิฉันไว้  ว่าอีกสองสามวันก็มารับรถได้แล้ว  มันกลับกลายเป็นคำตาบที่ว่าผมก็ตอบไม่ได้ครับ  แต่ผมก็ทำเรื่องขอคืนรถส่งไปให้ทางผู้กำกับแล้วนะ  ไหนๆก็รอมาแล้วก็รอต่อไปก่อน  อาจจะต้องรอให้อัยการสั่ง  ก็รอประมาณหนึ่งปี  รึไม่งั้นคุณลองมาติดต่อขอคุยกับผู้กำกับดูนะ  เพราะตัวผมเองก็ไม่มีอำนาจอะไรตอบอะไรไม่ได้  ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ผู้กำกับทั้งหมด  แล้วแบบนี้ดิฉันต้องทำยังไงต่อไปค่ะ  รถก็ยังคงจอดตากแดดตากฝนอยู่ที่สน.  จอดอยู่ในสภาพนั้นจะครบปีอยู่แล้ว  ค่างวดรถยนต์ดิฉันเองก็ยังคงผ่อนอยู่ทุกๆเดือน  ร่มกันแดดกันฝนที่สน.ก็ไม่มีเลย  สภาพรถก็โทรมขึ้นทุกที  ทางตำรวจเล่าว่าได้ยึดรถดิฉันมาจอดไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  2552  ปัจจุบันก็จะเดือน  สิงหาคม  2553  แล้วค่ะ  ทุกครั้งที่ไปสน.ดิฉันเห็นรถแล้วก็อดร้องไห้ไม่ได้เลยสักครั้ง  สงสารรถค่ะ  แล้วก็สงสารตัวเองด้วย  มันเป็นเหมือนทั้งหมดของชีวิตดิฉันเลยค่ะ  กว่าจะเก็บเงินซื้อมาได้ไม่ใช่ง่ายๆเลย  โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ไม่มีเหลืออะไรแล้วจริงๆค่ะ  ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายก็ไม่มีเลย  ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วค่ะ  แบบนี้ดิฉันควรทำอย่างไรต่อไปค่ะ  ที่จะทำให้ได้รถกลับมาบำรุงรักษาและใช้งาน  ขอคำปรึกษาด้วยค่ะ  รบกวนหน่อยนะค่ะ  ขอบคุณมากๆค่ะ
 

ผู้แสดงความคิดเห็น เครียดมาก วันที่ตอบ 2010-07-26 23:08:13 IP : 125.27.49.121


ความคิดเห็นที่ 2 (2088264)
avatar
หนิง

 

เรื่องมีอยู่ว่าพี่สาวหนูไปสมัครงานเป็นพนักงานขายเครื่องประดับเงิน อยู่แถวประตูน้ำ แต่บริษัท ผลิตอยู่ประชานิเวศร์ 3 ซึ่งทาง บริษัท เค้าให้หาคนมาเซนต์ค้ำประกัน ซึ่งหนูก็ได้เซนต์ค้ำประกันให้พี่สาว พี่สาวหนูก็เลยได้ทำงานนี้ ซึ่งได้รับเงินเดือน 7,000 บาท / เดือน และต่อมาของในร้านสูญหายไป ทางเจ้าของ บริษัท ก็ได้พาพี่สาวหนูไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ และให้หาของมาคืนให้ครบ ซึ่งต่อมาพี่สาวหนูก็ได้รับสาระภาพว่าได้นำของในร้านออกไปจำนำ และขาย และหลุดจำนำไปแล้วก็มี ซึ่งมูลค่าของที่หายไปคิดเป็นราคาขายหน้าร้าน ประมาณ 200,000 บาท ( ของเน้นขายชาวต่างชาติ ) และทางเจ้าของ บริษัท ได้เรียกหนูเข้าไปคุยว่าให้บอกพี่สาวให้หาของมาคืนให้ครบแล้วเขาจะไม่เอาเรื่อง ถ้าไม่ได้ของคืนเค้าก็ต้องแจ้งความในข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง หนูไปตามถ่ายของที่ยังไม่หลุดจำนำตามโรงรับจำนำที่พี่สาวเอาไปจำนำไว้ มาคืนเขา เป็นยอดเงินที่จำนำไว้ + ดอกเบี้ย เป็นเงิน16,000 กว่าบาท มาคืนให้เจ้าของ บริษัท ซึ่งของที่หนูนำมาคืนเขาคิดเป็นราคาขายหน้าร้านเป็นเงิน 100,000 กว่าบาท ยังคงเหลือของที่ยังหามาคืนเขาไม่ครบเป็นเงินที่เหลือประมาณ 90,000 กว่าบาท และทางเจ้าของ บริษัท ได้นัดพี่สาวหนูไปคุยกันที่โรงพักอีกครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ช่วยเจรจาว่าให้หาของมาคืนให้เขา ภายในเวลา 3 เดือน ครึ่ง ถ้าหาของมาคืนไม่ได้ ทางเจ้าของ บริษัท เค้าให้ชดใช้เป็นเงิน ซึ่งเค้าคิดค่าเสียเวลาด้วยรวมเป็นเงิน 100,000 บาทถ้วน แล้วเค้าจะไม่เอาเรื่องให้จบกันไป และตอนนี้พี่สาวหนูก็ยังไม่ได้ทำงาน และพ่อแม่ก็มีอาชีพทำไร่ ทำไร่ก็ขาดทุน เป็นหนี้เป็นสินเขา พี่สาวหนูคงหาเงิน 100,000 มาคืนเขาไม่ได้ ภายในเวลาที่กำหนด และทางเจ้าของ บริษัท คุยกับหนูไว้ว่าหนูจะต้องชดใช้แทนพี่สาวกรณีที่พี่สาวหนูไม่ชดใช้ให้เขา เพราะหนูเป็นคนค้ำประกัน และตามสัญญาค้ำประกันระบุไว้ว่าถ้าของสูญหายจะต้องชดใช้เป็นเงิน 2 เท่า ของมูลค่าของที่หาย และบอกว่าเขาอุตส่าไม่คิด 2 เท่าแต่คิดจากราคาขายหน้าร้าน หนูกลุ้มใจมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าพี่สาวหนูจะทำอย่างนี้ และหนูก็ไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหนมาให้เขา และถ้าหนูไม่มีเงินให้เขา เขาจะแจ้งความจับหนูมั้ยค่ะ รบกวนขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ ว่าหนูควรทำอย่างไร
1.       ถ้ากรณีที่พี่สาวหนูหาเงินมาคืนเขาไม่ได้ในเวลาที่กำหนด แล้วเขาจับพี่สาวหนูติดคุก หนูจะต้องชดใช้เงินแทนพี่สาวหรือไม่
2.       ถ้ากรณีที่พี่สาวหนูหนี หนูซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบอย่างไร
 
 
รบกวนขอคำปรึกษาด้วยนะคะ
ผู้แสดงความคิดเห็น หนิง วันที่ตอบ 2010-07-22 13:39:31 IP : 124.121.185.153


ความคิดเห็นที่ 1 (2065833)
avatar
ณรงค์

สวัสดีคร้บ ตอนนี้เป็นทุกข์มากครับ ผมซื้อกิจการต่อมา เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าของคนแรกที่เซ็นต์สัญญาเฟรนด์ไชส์ เสียชีวิต ญาติขายให้เจ้าของที่ 2 และเจ้าของที่ 2 ก็เซ็นต์สัญญาต่อมา ขายให้ผมซึ่งเป็นเจ้าของที่ 3 วันที่ 1พ.ค. 53 ถึงวันนี้ผมยังไม่กล้าที่จะเซ็นต์สัญญา ตรงที่ค่าเฟรนด์ไชส์ต้อง่ชำระเดือนละ 1000 บาท ที่เจ้าของที่ 2 เซ็นต์ไว้ จะหมดลงวันที่ 30 ก.ย. 53 จะต้องปรับเป็น 3000 บาท(สามพันบาท) ไม่ทราบว่าสัญญาดังกล่าวต้องสิ้นสุดตั้งแต่

1. สัญญาต้องสิ้นสุดที่เจ้าของที่ 1 เสียชีวิตถูกหรือไม่

2. ถ้าใช่ เจ้าของที่ 2 เซ็นต์ต่อสัญญาได้หรือไม่

3. และเจ้าของที่ 2 ขายต่อให้เจ้าของที่ 3 ต้องรับผิดชอบในสัญญาดังกล่าวหรือไม่

4. สุดท้าย เจ้าของที่ 3 ไม่เซ็นต์ และหรือ ยกเลิกสํญญาได้หรือไม่

ได้โปรดตอบคำถามผมด้วยครับ เป็นทุกข์ใจมากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ณรงค์ (kikford-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-19 01:32:42 IP : 125.24.142.242



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.