ReadyPlanet.com


อยากขายปุ๋ยเคมีแบบรับประกันความพอใจทดแทน46-0-0ได้จริงๆ เคลมสินค้าได้ ติดต่อมาน่ะ
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ


 Double Click on image to Enlarge.

หลักการใช้ปุ๋ยเคมีให้ได้ผลดี

ติดต่อผ่านโปรแกรมส่งเมล์อัตโนมัติ์ แล้วเราจะติดต่อกลับทางเฟสบุ๊คท่าน  ติดต่อมาน่ะ

ปุ๋ยเคมี เมื่อใส่ลงไปในดิน จะมีโอกาสสูญเสียไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง สำหรับธาตุไนโตรเจน และโพแทสเซียม ส่วนฟอสฟอรัสนั้น พืชดึงดูดไปใช้ประโยชน์ได้เพียงไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของปริมาณที่ใส่ลงไปในดิน ฟอสฟอรัสที่เหลือทั้งหมด จะทำปฏิกิริยากับดิน กลายเป็นสารประกอบที่ละลายน้ำยาก พืชดึงดูดไปใช้ไม่ได้ ดังนั้นการใส่ปุ๋ยลงไปในดิน เพื่อให้พืชสามารถดึงดูดไปใช้ได้มากที่สุดและสูญ เสียน้อยที่สุด จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ปุ๋ย ชนิดเดียวกัน สูตรเดียวกันใส่ลงไปในดินโดยวิธี แตกต่างกัน พืชจะใช้ประโยชน์จากปุ๋ยได้ไม่เท่ากัน อาทิ ปุ๋ยที่ใส่แบบหว่านจะให้ผลแตกต่างจากปุ๋ยที่ ใส่โรยแบบเป็นแถวหรือเป็นจุดใกล้ต้นพืช ฉะนั้น การใช้ปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพจึงควรมีหลักเกณฑ์ ในการใส่ปุ๋ยที่ควรจะยึดถือเป็นแนวทางดังนี้คือ 

(๑) ชนิดของปุ๋ยที่ใช้ถูกต้อง 
(๒) ใช้ปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสม
(๓) ใส่ปุ๋ยให้พืชขณะที่พืชต้องการ 
(๔) ใส่ปุ๋ยให้พืชตรงจุดที่พืชสามารถดึงดูดไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายและเร็วที่สุด 

(๑) ชนิดของปุ๋ยที่ใช้ถูกต้อง 

การใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องนั้น หมายถึง สูตร เรโช และรูปของธาตุอาหารในปุ๋ย ปุ๋ยเคมีจะมีทั้งสามอย่างนี้ แตกต่างกันออกไปอย่างกว้างขวาง 

สูตรปุ๋ย หรือบางทีเรียกว่า "เกรดปุ๋ย" หมายถึง ตัวเลขเขียนบอกปริมาณธาตุอาหาร ที่มีอยู่ในปุ๋ยเคมี โดยบอกเป็นค่าของเปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักของปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (N) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2 O5) และปริมาณโพแทสเซียมที่ละลายน้ำได้ (K2O) สูตรปุ๋ยจะเขียนไว้ที่ภาชนะบรรจุปุ๋ย เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น 20-10-5 ตัวเลขแรกจะบอกปริมาณไนโตรเจนว่ามี อยู่หนัก ๒๐ กิโลกรัม เลขที่สองบอกปริมาณ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์มีอยู่ ๑๐ กิโลกรัม เลขตัวที่สามบอกปริมาณโพแทสเซียมที่ละลายน้ำได้ มีอยู่ ๕ กิโลกรัม รวมเป็นธาตุอาหารทั้งหมด ๓๕ กิโลกรัม ในปุ๋ยหนัก ๑๐๐ กิโลกรัม และเป็นที่ ทราบกันเป็นสากลว่าเลขตัวแรก คือ ไนโตรเจน ตัวกลาง คือ ฟอสฟอรัส ตัวสุดท้าย คือ โพแทสเซียม จะไม่มีการสลับที่กัน จึงไม่จำเป็นต้องเขียนตัวหนังสือกำกับไว้ 

เมื่อดินขาดธาตุอาหาร N P และ K ชนิดของธาตุอาหารในปุ๋ยที่ใส่ ก็จะต้องมีธาตุ N P และ K แต่ถ้าดินขาดธาตุอาหาร N และ P ส่วน K ในดินตามธรรมชาติมีเพียงพออยู่แล้ว ธาตุอาหาร ในปุ๋ยก็ควรจะมีแต่ N และ P เท่านั้น อาทิ ดิน นาในภาคกลาง ซึ่งขาดแต่ N และ P เป็นส่วนใหญ่ ปุ๋ยที่ใช้ในนาข้าวจึงมีแต่ N และ P เท่านั้น เช่น ปุ๋ยสูตร 18-46-0, 28-28-0, 20-20-0 และ 16-20-0 เป็นต้น

สำหรับ "เรโช" ของปุ๋ยนั้น เป็นสัดส่วนเปรียบเทียบกันระหว่างธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ในสูตรปุ๋ย เรโชปุ๋ยจะบอกเป็นตัวเลขลงตัวน้อยๆ ระหว่างไนโตรเจน ฟอสฟอรัส (P2 O5 ) และโพแทสเซียม (K2 O) ของสูตรปุ๋ยนั้นๆ เช่น 

16-16-8 เท่ากับเรโช 2:2:1 ได้จากการหารตลอดด้วย
20-10-5 เท่ากับเรโช 4:2:1 ได้จากการหาร ตลอดด้วย 5

 



ผู้ตั้งกระทู้ ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2014-07-11 06:45:31 IP : 125.26.113.246


[1]

ความคิดเห็นที่ 5 (3653532)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

เช็คและเปรียบเทียบราคากล้องวงจรปิด,กล้องวงจรปิด จำหน่าย-ติดตั้งกล้องวงจรปิด,กล้องวงจรปิดสิงห์บุรี จำหน่ายและติดตั้งกล้องวงจรปิด

Double Click on image to Enlarge.

กล้องวงจรปิด FUJIKO

กล้องวงจรปิดคุณภาพสูงจากประเทศเกาหลี มีสินค้าที่ครอบคลุมการใช้งานระบบกล้องวงจรปิดในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น กล้องวงจรปิดอนาล็อก IP Camera กล้อง Speed Dome กล้องวงจรปิดอินฟราเรด NVR สัญญาณกันขโมย Access Control และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งฟูจิโกะได้มุ่งเน้นที่จะทำให้สินค้าทุกชนิดมีคุณภาพและความทนทาน เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทุกท่าน

ด้วยการออกแบบอินเตอร์เฟสและฟังก์ชั่นการใช้ที่แสนง่าย ทำให้ผู้มีไม่เคยใช้งานมาก่อนสามารถเรียนรู้การใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และในปัจจุบันอุปกรณ์มือถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ทางฟูจิโกะเลยออกแบบระบบมาให้รองรับการดูกล้องวงจรปิดผ่านมือถือ iPhone iPad และ Android ได้อีกด้วย

 

กล้องวงจรปิด FUJIKO : IP CAMERA

กล้องวงจรปิดแบบ IP Camera เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Fujiko ที่สุดของกล้องระดับ พรีเมียม ในระบบ Full HD ภาพที่ได้มีความคมชัด มองเห็นทุกรายละเอียด สามารถดูภาพและควบคุมตัวกล้องผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ทันที และดูภาพกล้องวงจรปิดผ่าน Computer, มือถือ, Tablet ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ประเภทของกล้องมีให้เลือกทั้ง แบบ Dome, แบบ Box และ Infrared

รองรับ ONVIF ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลระดับโลก สามารถใช้งานร่วมกับ NVR และ Sofware Management ชั้นนำที่รองรับมาตรฐาน ONVIF ได้เป็นอย่างดี ระบบจ่ายกระแสไฟด้วย PoE ซึ่งเป็นการจ่ายกระแสไฟ และ Lan ไปพร้อมกันใน 1 สาย จึงทำให้ง่ายต่อการติดตั้ง

 

ติดต่อผ่านโปรแกรมส่งเมล์อัตโนมัติ์ แล้วเราจะติดต่อกลับทางเฟสบุ๊คท่าน  ติดต่อมาน่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-07-12 16:06:33 IP : 125.26.124.146


ความคิดเห็นที่ 4 (3653367)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

 *****กำเนิดยาบ้า (ยาม้า) (ยาขยัน)*****
จากผู้หญิงไทยคนหนึ่ง ที่ส่งลูกไปเรียนวิชาเคมีที่ประเทศใต้หวัน เพื่อกลับมาผลิตยาม้าเป็นรายแรกของเมืองไทย เธอคือ "นางกัลยาณี อร่ามเวชอนันต์" ยังคิดคุกอยู่ลาดยาว ยาบ้า ครั้งหนึ่งใช้ชื่อว่ายาม้า เมทแอมเฟตามิน(METHAMPHETAMINE) สามีและลูกชาย 2 คน เช่าบ้านย่าน อ.บางกรวย จ. นนทบุรี เพื่อผลิตยาม้า เดือนพฤศจิกายน 2530 ภายหลังยาม้าประกาศเป็นยาต้องห้าม แต่ก่อนนั้นยาม้าสามารถนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อใช้กับม้าแข่งได้ แม้กัลยาณีและครอบครัวจะถูกคุมขัง ยาม้าก็ไม่ได้หยุดไปด้วย คนงานที่ช่วยผลิตได้เรียนรู้สูตรจากลุกชายสองคนของเธอ
คนงานทีช่วยผลิตขยายธุรกิจต่อ บางคนไปทำเองจนสูตรยาบ้าที่กัลยาณีใช้ยี่ห้อเปาปุ้นจิ้น ได้ขยายเป็นยี่ห้อต่างๆ มากมาย แหล่งผลิตที่กระจุกตัวอยุ่ในกรุงเทพฯ เริ่มถูกตำรวจตามทลาย จึงต้องกระจายไปสู่ส่วนภูมิภาค กระทั่งสุดท้าย ประมาณกลางปี 2538 คนงานของกัลยาณีบางคนที่แยกมาผลิต ได้ขยายพื้นที่เข้าสู่ชายแดนประเทศพม่าโดยจ่ายค่าคุ้มครองให้ชนกลุ่มน้อยและ ทหารพม่าบางกลุ่ม โรงงานของคนไทยได้ขยายเพิ่มมากขึ้นในเขตพม่า จนในที่สุดคนกลุ่มน้อยที่แตกตัวมาจากขุนส่าและกลุ่มว้าแดงเริ่มสนใจธุรกิจ ผลิตยาม้า จึงทั้งขอและบังคับให้เจ้าของบอกสูตรให้
เจ้าของโรงงานคนไทยยอมมอบสูตรให้ และสุดท้ายธุรกิจผลิตยาบ้า ได้ตกอยู่ในมือชนกลุ่มน้อยต่างๆ ของพม่าทั้งหมด การผลิตและการตลาดของชนกลุ่มน้อยโดยใช้ประสบการณ์จากการค้าเฮโรอีน ทำให้ยาบ้าแพร่ระบาดในประเทศไทยอย่างรวดเร็วจนน่าเป็นห่วง 19 กรกฎาคม 2539 เปลี่ยนชื่อจาก "ยาม้า" เป็น "ยาบ้า" เพราะการบริโภคเข้าไปแล้วเป็นบ้าเลย ปี 2520 จำนวน 13,000 เม็ด ปี 2540 จำนวน 24 ล้านเม็ด จับได้ร้อยละ 20 ของยาบ้าที่ผลิตและส่งเข้ามาในประเทศไทย นั่นหมายถึงว่าคนไทยเสพยาบ้า 120 ล้านเม็ดต่อปี ภาคเหนือเชียงรายเป็นแหล่งลำเลียงแต่ไม่สามารถเข้าไปจับในพม่าได้
ทหารไม่สามารถเข้าไปทำลายยาบ้าได้ทั้งที่มองเห็นอยู่ห่างชายแดนไม่กี่ร้อย เมตร โรงงานเคลื่อนที่หลังคาแดงหลังคาเขียว หมู่บ้านป่าสักท่าขี้เหล็กประเทศพม่าซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.แม่สาย ของไทย โรงงานแห่งนี้เป็นของชาวเขาเผ่าอีก้อชื่อ "อาโต่" เป็นแหล่งพักยาบ้า จ่ายให้ทหารพม่าบางคนเดือนละ 150,000 บาท บรรจุหีบห่อ ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าลูกบ้านรวยจากการผลิตกาแฟ กลุ่มว้าแดงมีกองกำลังติดอาวุธกว่า 6,000 คน มี เว่ย เซีะกัง เป็นหัวหน้าใหญ่ กลุ่มที่แยกตัวจากขุนส่า คือจ้าวยอดศึก วีรบุรุษของชาวไทย ชาวไทใหญ่ปฏิเสธไม่เคยเกี่ยวข้องกับการค้ายาบ้า แต่ปราบปรามการค้ายาบ้า
*******************
ขอบพระคุณข้อมูลดีๆจากท่านฯ ปลัด-พิชัย...ขอบพระคุณครับๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-07-11 13:55:07 IP : 125.26.123.38


ความคิดเห็นที่ 3 (3653307)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

 

ระวังราคาปุ๋ยเคมี กระสอบละ 300-350 บาทไว้ครับ  

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-07-11 08:30:35 IP : 125.26.113.246


ความคิดเห็นที่ 2 (3653306)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

ผู้ใดสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์ เฉิน  นักวิชาการชำนาญการพิเศษ ฝ่ายนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี

 

กด ถูกใจ ตรงนี่
 
 

บำรุงต้นไม้ของคุณให้ดก ผลใหญ่ เชิญมาพิสูจน์ความจริง  คลิกที่นี่!!!

แตงกวา (Cucumber)

พืชในกลุ่มแตง หากแบ่งตามความยาวของผล จะแบ่งได้ 4 ชนิด ได้แก่
แตงร้าน (ความยาวของผล 20 ซม. ขึ้นไป)
แตงกลาง (ความยาวของผลอยู่ระหว่าง 18 - 20 ซม.)
แตงท่อน (ความยาวของผลอยู่ระหว่าง 14 - 16 ซม.)
แตงกวา (ความยาวของผลไม่เกิน 10 ซม.)

หากแบ่งตามลักษณะการติดดอก จะแบ่งได้ 4 ชนิดเช่นกัน ได้แก่
Monoecious (Mono): ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในง่ามเดียวกัน
Gynoecious (GY): ติดดอกตัวเมียบนต้น 100%
Predominated Female (PF): มีดอกตัวผู้ที่โคนต้น ที่เหลือข้างบนเป็นดอกตัวเมีย
Parthenocarpic: ติดผลโดยไม่ผ่านการผสม (ผสมเทียม) เมล็ดจึงลีบแบน ไม่สมบูรณ์

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-07-11 06:52:32 IP : 125.26.113.246


ความคิดเห็นที่ 1 (3653305)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

ปุ๋ยเคมีใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ดีที่สุด

ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์
ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ 


เมื่อพิจารณาด้านการนำมาใช้ปรับปรุงดินเลวให้เป็นดินดีนั้น ทั้งปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีต่างก็มีข้อได้เปรียบ และเสียเปรียบ ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้

ข้อได้เปรียบของปุ๋ยอินทรีย์ 

๑. ช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น โดยเฉพาะคุณสมบัติทางฟิสิกส์ของดิน เช่น ความโปร่ง ความร่วนซุย ความสามารถในการอุ้มน้ำ และธาตุอาหารพืชของดินดีขึ้น ข้อดีข้อนี้ปุ๋ยอินทรีย์ทำได้แต่ผู้เดียว ปุ๋ยเคมีไม่สามารถทำได้ 

๒. อยู่ในดินได้นาน และค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารพืชอย่างช้าๆ 

๓. เมื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี จะส่งเสริมปุ๋ยเคมีให้เป็นประโยชน์แก่พืชอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

๔. ส่งเสริมให้จุลินทรีย์ในดินโดยเฉพาะพวกที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงดินให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

ติดต่อผ่านโปรแกรมส่งเมล์อัตโนมัติ์ แล้วเราจะติดต่อกลับทางเฟสบุ๊คท่าน  ติดต่อมาน่ะ

ข้อเสียเปรียบของปุ๋ยอินทรีย์ 

๑. มีปริมาณธาตุอาหารพืชต่ำ 

๒. ใช้เวลานานกว่าปุ๋ยเคมีในการปลดปล่อยธาตุอาหาร ที่จะเป็นประโยชน์ให้แก่พืช 

๓. ราคาแพงกว่าปุ๋ยเคมี เมื่อคิดเทียบในแง่ราคาต่อหน่วยน้ำหนักของธาตุอาหารพืช

๔. หายาก พิจารณาในแง่ เมื่อต้องการเป็นปริมาณมาก 

ข้อได้เปรียบของปุ๋ยเคมี 

๑. มีปริมาณธาตุอาหารต่อหน่วยน้ำหนักของปุ๋ยสูง ใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็พอ 

๒. ราคาถูก เมื่อคิดเป็นราคาต่อหน่วยน้ำหนักของธาตุอาหาร ประกอบกับการขนส่ง และเก็บรักษาสะดวกมาก 

๓. หาได้ง่าย ถ้าต้องการเป็นปริมาณมาก ก็สามารถหามาได้ เพราะเป็นผลิตผลที่ผลิตได้จากกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม 

๔. ให้ผลทางด้านธาตุอาหารเร็วกว่าปุ๋ยอินทรีย์

ข้อเสียเปรียบของปุ๋ยเคมี
 

๑. ปุ๋ยเคมีไม่มีคุณสมบัติปรับปรุงสภาพทางฟิสิกส์ของดิน กล่าวคือ ไม่ทำให้ดินโปร่งร่วนซุยเหมือนปุ๋ยอินทรีย์ 

๒. ปุ๋ยไนโตรเจนในรูปแอมโมเนียม ถ้าใช้เป็นปริมาณมาก และติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ดินเป็นกรดเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องใช้ปูนช่วยแก้ความเป็นกรดของดิน

๓. ปุ๋ยเคมีทุกชนิดมีความเค็ม ถ้าใช้ในอัตราสูง หรือใส่ที่โคนต้นพืช จะเกิดอันตรายแก่พืชและการงอกของเมล็ด การใช้จึงต้องระมัดระวัง 

๔. ผู้ใช้ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องปุ๋ยเคมีพอสมควร มิฉะนั้นอาจมีผลเสียหายต่อพืช และต่อภาวะเศรษฐกิจของผู้ใช้ (ทำให้ขาดทุนได้)

ดังนั้น จะเห็นว่า ตามที่ได้กล่าวมานี้ ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์ ควรจะมีบทบาทร่วมกัน และสนับสนุนส่งเสริมกัน ที่จะสร้างผลประโยชน์ที่ดีที่สุดในแง่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน มากกว่าที่จะเป็นคู่แข่งขันกัน ที่เกษตรกรจะต้องตัดสินใจ เลือกเอาการใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง การใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ดีที่สุด และควรเป็นนโยบายที่สำคัญในการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-07-11 06:49:21 IP : 125.26.113.246



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.