ReadyPlanet.com


ช่วยกันหน่อยนะครับ ด่วน กาชาดวิกฤตขาดแคลนเลือดอย่างหนักทั่วประเทศ
avatar
starsunhero


ด่วน กาชาดวิกฤตขาดแคลนเลือดอย่างหนักทั่วประเทศ



ด่วน ! กาชาดวิกฤตขาดแคลนเลือดอย่างหนักทั่วประเทศ (สภากาชาดไทย)

            สภา กาชาดไทย วิกฤต โลหิตขาดแคลนอย่างหนัก ระดมขอรับบริจาคช่วยผู้ป่วยโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาคกว่า 170 แห่ง ทั่วประเทศ เผยยอดเบิกโลหิตเพิ่มสูงถึงวันละ 5,000-6,000 ยูนิต

            เนื่อง จากตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดหาโลหิตไม่ได้ตามเป้าหมาย คือ วันละ 1,600-2,000 ยูนิต และจะต้องมีโลหิตสำรองคงคลัง วันละ 3,000 ยูนิต แต่ปัจจุบันมีเพียง 300 ยูนิต เท่านั้น จนเกิดการขาดแคลนสะสม ในขณะที่ยอดขอเบิกโลหิตให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วประเทศ จำนวนมากถึงวันละ 5,000-6,000 ยูนิต แบ่งออกเป็น 

            กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโรงพยาบาล 135 แห่ง เบิกโลหิตวันละ 5,000 ยูนิต จ่ายโลหิตให้ได้เพียง 1,400 ยูนิต  
            ส่วนภูมิภาค มีภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลต่างจังหวัด รวม 35 แห่ง ขอเบิกโลหิตวันละ 2,000 ยูนิต จ่ายให้ได้ประมาณ  300  ยูนิต  

            จึง ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ วันจันทร์, พุธ, ศุกร์ เวลา 08.00-16.30 น. และวันอังคาร, พฤหัสบดี เวลา 07.30-19.30 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์  เวลา 08.30-15.30 น.

            สำหรับส่วนภูมิภาค บริจาคโลหิต ได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จ.เชียงใหม่ นครสวรรค์ อุบลราชธานี ขอนแก่น นครราชสีมา ชลบุรี ราชบุรี สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ

            สอบถามรายละเอียด ได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1101

            ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2557


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
สภากาชาดไทย



ผู้ตั้งกระทู้ starsunhero (starsunhero-at-gmail-dot-com) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2014-05-17 20:38:12 IP : 101.51.68.84


[1]

ความคิดเห็นที่ 5 (3635317)
avatar
starsunhero

 

ขั้นตอนบริจาคโลหิต

 

ขั้นตอนที่ 1 กรอกแบบฟอร์มผู้บริจาคโลหิต
*ควรให้ข้อมูลตรงตามความเป็นจริงของผู้บริจาค จะทำให้ได้โลหิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัย
ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งต่อตัวผู้บริจาคเอง และตัวผู้ป่วย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการรับบริจาคโลหิต

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น starsunhero (starsunhero-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-05-17 20:47:38 IP : 101.51.118.63


ความคิดเห็นที่ 4 (3635316)
avatar
starsunhero

ขั้นนตอนที่ 2    ลงทะเบียนรับหมายเลขถุงบรรจุโลหิต ที่เคาน์เตอร์ทะเบียน 

  

ผู้แสดงความคิดเห็น starsunhero (starsunhero-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-05-17 20:45:16 IP : 101.51.68.84


ความคิดเห็นที่ 3 (3635315)
avatar
starsunhero

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจความเข้มโลหิต และตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต
*บุคลากรทางการแพทย์ จะสอบถามประวัติผู้บริจาคเพิ่มเติม เพื่อวินิจฉัยเบื้องต้นว่าท่านมีสุขภาพพร้อมที่จะ
บริจาคโลหิตหรือไม่  โปรดอย่าปิดบังข้อมูลเรื่องสุขภาพ หรือเขินอายที่จะตอบคำถาม

 

ขั้นตอนที่ 4  บริจาคโลหิต ที่ชั้น 2

 
ขั้นตอนที่ 5   พักรับประทานอาหารว่าง/เครื่องดื่ม
*หลังบริจาคโลหิตจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มที่เจ้าหน้าที่จัดไว้บริการให้ และนั่งพักสักระยะหนึ่ง
เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพน้ำในร่างกาย เมื่อปกติดีแล้วจึงเดินทางกลับ

ผู้แสดงความคิดเห็น starsunhero (starsunhero-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-05-17 20:44:29 IP : 101.51.118.63


ความคิดเห็นที่ 2 (3635314)
avatar
starsunhero

การเตรียมตัวก่อน-หลัง

การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต

            -นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ในเวลานอนปกติของตนเอง ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคโลหิต

           -สุขภาพสมบูรณ์ทุกประการ ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบใดๆ

            -รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาค โลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ อาหารที่ประกอบด้วยกะทิ แกงต่างๆ ของทอด ของหวาน ฯลฯ  เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้

            -ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณ โลหิตในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต

           -งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคโลหิตอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

          -งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

 

ขณะบริจาคโลหิต

            -สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว

            -เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน ที่สามารถให้โลหิตไหลลงถุงได้ดี ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้ง เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า

            -ทำตัวตามสบาย อย่ากลัว หรือวิตกกังวล

            -ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต

            -ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก หากมีอาการ ผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทราบทันที

            -หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อยนอนพักบนเตียงสักครู่ ห้ามลุกจากเตียงทันที อาจทำให้เวียนศีษะเป็นลมได้ ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี จึงลุกไปดื่มน้ำ และรับประทานอาหารว่างที่จัดไว้รับรอง

 

หลังบริจาคโลหิต

            -ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีบริการให้ ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1 วัน

            -หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ รวมถึงการหิ้วของหนักๆ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ภายหลังการบริจาคโลหิต เพื่อป้องกันการบวมช้ำ

            -ไม่ควรรีบร้อนกลับ ควรนั่งพักจนแน่ใจว่าเป็นปกติ หากมีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที

            -ถ้ามีโลหิตซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล อย่าตกใจ ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อส กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคโลหิตเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล

            -ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงานปีนป่ายที่สูง หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน

            -รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และรับประทานยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละ 1 เม็ด จนหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก

ผู้แสดงความคิดเห็น starsunhero (starsunhero-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-05-17 20:43:33 IP : 101.51.68.84


ความคิดเห็นที่ 1 (3635313)
avatar
starsunhero

คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต

 คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต

1. มีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ พร้อมที่จะบริจาคโลหิต

2.อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ผู้ที่มีอายุ 17 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง  ถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรกต้องอายุไม่เกิน 55 ปี

   2.1 การคัดเลือกผู้บริจาคโลหิตอายุ > 60-70 ปี

        2.1.1  ผู้บริจาคโลหิตอายุ >60-65ปี

1). เป็นผู้บริจาคโลหิตประจำมาโดยตลอดจนกระทั่งอายุ 60 ปี

2). บริจาคโลหิตได้ไม่เกินปีละ 3 ครั้งคือทุก 4 เดือน

3). ตรวจ Complete Blood Count ( CBC ) ทุกครั้งก่อนบริจาคโลหิต

4). ตรวจ Serum Ferritin ( SF ) , Blood Chemistry ( BC ) ปีละ 1 ครั้ง

5). แพทย์หรือพยาบาลพิจารณาและบันทึกผล SF และค่า Hb และ Hematocrit และค่าที่ผิดปกติของการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ ถ้าผลเลือดและความดันโลหิตปกติ อนุญาตให้บริจาคโลหิตได้

2.1.2 ผู้บริจาคโลหิตอายุ > 65-70ปี

1). เป็นผู้บริจาคโลหิตต่อเนื่องสม่ำเสมอในช่วงอายุ > 60-65 ปี

2). บริจาคโลหิตได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง คือทุก 6 เดือน

3). ตรวจ CBC ทุกครั้งก่อนบริจาคโลหิต

4). ตรวจ BC, SF, และ EKGปีละ 1 ครั้ง

5). มีใบรับรองแพทย์ ออกโดยแพทย์ประจำตัว หรือแพทย์ของศูนย์บริการโลหิตฯ

3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในเวลาปกติของตนเอง ในคืนก่อนวันที่มาบริจาคโลหิต

4. ไม่มีอาการท้องเสีย ท้องร่วง ใน 7 วันที่ผ่านมา หรือกำลังเป็นไข้หวัด

5. สตรีไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน  6 เดือนที่ผ่านมา

6. น้ำหนักต้องไม่ลดผิดปกติในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่ทราบสาเหตุ

7. หากรับประทานยาแอสไพริน, ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวดอื่นๆ ต้องหยุดยามาแล้ว 3 วัน ถ้าเป็นยาแก้อักเสบหรือยาอื่นๆ ต้องหยุดยามาแล้ว 7 วัน

8. ไม่เป็นโรคหอบหืด, ผิวหนังเรื้อรัง, วัณโรค หรือภูมิแพ้อื่นๆ

9. ไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, หัวใจ, ตับ, ไต, มะเร็ง, ไทรอยด์,โลหิตออกง่าย-หยุดยาก หรือโรคประจำตัวอื่นๆ

10. หากถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูนหรือรักษารากฟัน ต้องทิ้งระยะอย่างน้อย 3 วัน

11. หากเคยได้รับการผ่าตัดใหญ่ต้องเกิน 6 เดือน, ผ่าตัดเล็ก ต้องเกิน 1 เดือน

12.ท่านหรือคู่ครองของท่านต้องไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือเบี่ยงเบนทางเพศ

13. ต้องไม่มีประวัติยาเสพติด หรือเพิ่งพ้นโทษ ต้องเกิน 3 ปี และมีสุขภาพดี

14. หากเจาะหู, สัก, ลบรอยสักหรือฝังเข็มในการรักษา ต้องเกิน 1 ปี

15. หากมีประวัติเจ็บป่วยและได้รับโลหิตของผู้อื่น ต้องเกิน 1 ปี

16. หากมีประวัติเป็นมาเลเรีย ถ้าเคยเป็นต้องหายมาแล้วเกิน 3 ปี หากเคยเข้าไปในพื้นที่ ที่มีเชื้อมาเลเรียชุกชุม ต้องทิ้งระยะอย่างน้อยเกิน 1 ปี จึงบริจาคโลหิตได้

17. ต้องไม่ได้รับวัคซีนในระยะ 14 วัน หรือเซรุ่มในระยะ 1 ปี ที่ผ่านมา

18. ก่อนบริจาคโลหิตต้องรับประทานอาหารให้เรียบร้อย หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวข้าวหมู ของทอด ของหวาน แกงกะทิต่างๆ 

ผู้แสดงความคิดเห็น starsunhero (starsunhero-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2014-05-17 20:39:36 IP : 101.51.68.84



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.