ReadyPlanet.com


นิสัยเสียของคนไทยที่จะพาชาติล่มจม
avatar
คนไทยด้วยกันเอามาฝาก


copy มาจากกระดานข่าวของ กระทรวงไอซีที ลองดูซิว่าจริงหรือไม่....
จุดอ่อนของคนไทยที่เพื่อนร่วมงานคนต่างชาติเห็น
หลังจากที่ผมได้มีโอกาสเขียนคอลัมน์ชื่อ Bridging the Gap ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ในส่วนของ Business Section ซึ่งตีพิมพ์ทุกวันศุกร์มาตั้งแต่ปลายปี 2543 ซึ่งคอลัมน์มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความเป็นไทยที่มีผลกระทบในการดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นที่จะช่วยให้ความรู้กับชาวต่างชาติ เพื่อให้เขาทำงานร่วมกันกับชาวไทยได้ดียิ่งขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายว่าจะช่วยลดความเครียดของชาวไทยที่ทำงานร่วมกับชาวต่างชาติเหล่านั้น เมื่อเดือนพฤษภาคม 2544 ผมได้ออกแบบสอบถามไปยังผู้อ่านคอลัมน์ Bridging the Gap ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทางอีเลคทรอนิคเมล์ (Email) โดยส่งออกไปประมาณสามสิบท่านแยกเป็นชาวไทยและต่างชาติจำนวนเท่าๆกัน มีผู้ตอบรับเป็นชาวไทยห้าท่านและชาวต่างชาติเจ็ดท่าน จำนวนของผู้ตอบแบบสอบถามแม้ว่าจะมีไม่มากนักซึ่งไม่ถือว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ก็ได้ภาพสะท้อนมุมมองในเชิงคุณภาพ ซึ่งผมเห็นว่าสอดคล้องกับสิ่งที่เคยได้รับฟังมาจากชาวต่างชาติทั่วๆไป
บทความต่อไปนี้คือบางส่วนที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับชาวไทย โดยเป็นผลคำตอบจากคำถามที่ถามว่า “ในฐานะที่ท่านเป็นชาวต่างชาติ ท่านคิดว่าพฤติกรรมหรือบุคลิกเรื่องใดบ้างที่เป็นจุดอ่อนของเพื่อนร่วมงานชาวไทยในที่ทำงาน ซึ่งท่านคิดว่าอยากให้เขาเลิกพฤติกรรมหรือเปลี่ยนบุคลิกเหล่านั้นเสีย” สิ่งที่ชาวต่างชาติคิดว่าเป็นจุดอ่อนของชาวไทยในที่ทำงานมีดังต่อไปนี้
ทัศนคติที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง
- ไม่ค่อยยอมรับการเปลี่ยนแปลง
ชาวไทยชอบที่จะยึดติดกับวิธีการทำงานรูปแบบเดิมๆ การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานใหม่ๆมักจะถูกมองว่าเป็นการสร้างความรำคาญใจและรบกวนพวกเขาเสมอโดยเฉพาะถ้าใครคิดต่างจากตนเองก็หาว่าเค้าบ้าและเพ๊อเจ่อมองอะไรด้านเดียว ไม่ชอบคนคิดอะไรใหม่ ๆ
  • ไม่ชอบคิด/ไม่กล้าพูด /ไม่กล้าแสดงออก /ไม่ กล้าแสดงความคิดเห็น /ไม่ กล้าถาม Assertiveness / Initiative
    - ไม่พูดในสิ่งที่ควรพูดเมื่อเวลาทำการเจรจาต่อรอง (น่าจะหมายความว่าเกรงใจไม่กล้าเจรจาต่อรอง โดยยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้เปรียบเมื่อเจรจาต่อรองทั้งๆที่ทราบ แต่ไม่กล้าจะพูดออกมา)
    ไม่สามารถจะพูดสิ่งที่ควรพูดออกมาในช่วงเวลาที่ควรพูด
    - ไม่กล้าที่จะเสนอแนะความเห็นเพื่อให้ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น
    - อยากให้ชาวไทยกล้าที่จะถามมากว่านี้ ถามหากสงสัย ถามหากไม่แน่ใจ โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับเป้าหมายของงาน
    Accountability / Commitment / Ownership
    - ความผูกพันรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ค่อยยอมตั้งเป้าหมายในขณะที่งานบางอย่างนั้นจะต้องทำให้ลุล่วงภายในกำหนดเวลา
    - ไม่ยอมผูกพันและรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษร
    - รอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แทนที่จะวางแผนป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิด (ต้องให้มีการสั่งเสมอ)
    คอยบอกแต่ข่าวดี
    - ไม่บอกผู้บังคับบัญชาชาวต่างชาติเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จนกระทั่งปัญหาบานปลายไปเกินแก้ไขได้ เช่นบางครั้งเรื่องเล็กน้อยไม่แจ้งให้ผู้บริหารทราบจนถึงขั้นพนักงานเกือบจะสไตร์คไปแล้ว
    - บอกในสิ่งที่คิดว่าผู้บังคับบัญชาต้องการฟัง มีแต่เรื่องดีๆ แทนที่จะบอกเล่าไปตามความเป็นจริง เช่นบอกว่า “งานนี้ผมทำเสร็จแน่นอนครับอาทิตย์หน้า″ แต่พอถึงเวลาจริงๆกลับไม่เสร็จ และในความเป็นจริงไม่เคยเสร็จตามวันเวลาที่รับปากไว้เลย
    - ไม่กล้าที่จะบอกว่า “มีปัญหาเกิดขึ้น”
    ไม่เป็นไร Pro-active / Mai pen rai / Wait and see
    - รอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แทนที่จะวางแผนป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิด (ต้องให้มีการสั่งเสมอ)
    - ทักษะในการวิเคราะห์ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
    - ไม่สุขุมรอบคอบและไม่มองการณ์ไกล
    การบริหารเวลา
    - คนไทยมีจุดอ่อนในเรื่องการตรงต่อเวลา และการบริหารเวลา
    ทักษะในการทำงาน
    - ไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้
    - เรียนรู้และฝึกฝนทักษะในการทำงานเพียงเพื่อให้พอทำงานได้เท่านั้น แม้ว่าอาจจะมีรายละเอียดของสิ่งที่จะต้องเรียนรู้มากก็ตาม จะไม่ค่อยพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพสูง และไม่ค่อยมุ่งมั่นและภาคภูมิใจสู่ความเป็นเลิศเท่าใดนัก
    - “พนักงานชาวไทยเท่าที่ผมรู้จัก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องราวความเคลื่อนไหวของโลกเท่าใดนัก แม้กระทั่งเรื่องราวและความเคลื่อนไหวของประเทศไทยก็ตาม
    ผมเพิ่งมาทำงานในประเทศไทยเพียงปีเดียวแต่ผมได้เห็นและสัมผัสเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ดีงามของเมืองไทยมากกว่าพนักงานชาวไทยหลายๆคนในบริษัทของผมเสียอีก ผมคิดว่าหากคนไทยได้สัมผัสกับประเทศของตัวเองมากเพียงพอ มันจะช่วยให้เขาแต่ละคนเข้าใจโครงสร้างและภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น มิฉะนั้นแล้วแต่ละคนก็อาจจะมีโลกทัศน์เพียงแค่ในตำบลที่ตัวเองอาศัยอยู่เท่านั้น (ผมต้องขอโทษหากผมพูดตรงหรือแรงไปบ้าง แต่ผมพูดจากประสบการณ์และมุมมองของนักธุรกิจที่ทำงานระหว่างประเทศมามาก)”
    ความซื่อสัตย์
    - “ชาวไทยควรจะมีความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมามากกว่านี้ เช่นเวลากรอกใบสมัครงานส่วนใหญ่มักจะกรอกว่ามีทักษะการพูดภาษาอังกฤษดี แต่ว่าพอถึงเวลาสัมภาษณ์จริงกับพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว พนักงานชาวไทยบอกกับผมว่าใครๆเขาก็ปฏิบัติกันอย่างนั้นเพราะส่วนใหญ่ถือว่าทักษะในข้อนี้มักจะไม่ได้มีการทดสอบกันแต่อย่างใด คำตอบที่ว่านี้ผมไม่สามารถจะรับได้จริงๆ”
    ระบบพวกพ้องและอาวุโสนิยม
    - “ชาวไทยมักจะชักนำเพื่อนฝูงมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมอ ผมไม่เคยชอบวิธีการดังกล่าวเลย ตัวอย่างเช่นการจัดซื้อสิ่งต่างๆภายในสำนักงาน พวกเขามักจะแนะนำเพื่อนๆมาก่อนโดยไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทที่ควรจะได้รับเลย นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ผมประสบมา การให้ความช่วยเหลือกับเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเลยเป็นอะไรที่ผมไม่ชอบเป็นอย่างมาก”
    - ปกป้องและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเมื่อเพื่อนพนักงานด้วยกันทุจริต
    ยึดติดกับระบบอาวุโสนิยม
    - เปลี่ยนทัศนคติจาก “บอกฉันมาว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร แล้วฉันจะลงมือทำตามที่บอก” มาเป็น “ผลลัพธ์ที่คุณต้องการให้ฉันทำคืออะไร และฉันมีทรัพยากรอะไรบ้างเพื่อช่วยให้ฉันทำงานนั้นลุล่วงได้ตามที่เราจะตกลงกัน”
    - อย่าหลับหูหลับตาทำตามที่หัวหน้าบอกทุกๆเรื่องโดยไม่ยอมใช้ความคิดของตนเอง
    - อย่าหวังพึ่ง “พี่ชาย” ให้คอยบอกให้ทำทุกๆอย่าง
    แยกไม่ออกระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
    - ไม่แยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกัน
    - สอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะในเรื่องส่วนตัว
    - การพูดคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือและการติฉินนินทากันภายในสำนักงาน
    จุดอ่อนอื่นๆ
    - ลาออกจากบริษัทโดยไม่แจ้งล่วงหน้า แต่คาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์เต็มที่
    - ไม่ยอมรับภารกิจและความรับผิดชอบที่มีมากขึ้นในช่วงวิกฤติ
    - ต้องการมากขึ้นแต่กลับไม่ค่อยสร้างคุณค่างานอะไรเพิ่มขึ้นเลย
    - องค์กรควรจะมุ่งเน้นการจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงกับงาน แทนที่จะสรรหาคนที่มีคุณสมบัติสูงล้นเกินลักษณะของงานที่รับผิดชอบ
    คุณเกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย
    ที่ปรึกษา The Coach
    By kalonman at 2007-08-02 03:43
  • ไทย
    เห็นด้วย แต่คงเป็นเพราะ คุ้นกับ " ระบบ " ที่อยู่ร่วมกันในวิถีชีวิตแบบไทยๆในระดับพื้นฐานทางสังคมรอบตัวมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก หากต้องทำงานกับ " คนไทย " อาจมีปัญหาบ้าง แต่เคลียร์ได้ เพราะมีพื้นฐานที่มาทางวัฒนธรรมในสังคมที่เหมือนกัน แต่ เมื่อไหร่ ที่ต้อง " โกอินเตอร์ " คือ ทำงานกับชาวต่างชาติ ปัญหาจะชัดเจนมาก เพราะพื้นฐานทางวัฒนธรรมสังคมที่ต่างกันมากนั่นเอง ของฝรั่งเขามองทุกอย่าง อย่างตรงไปตรงมา และยอมรับข้อขัดแย้งได้ ด้วยเหตุและผล แต่ ของไทยเรา หากต้องขัดแย้ง หรือ ถก กัน ในเรื่อง งาน อาจถูกมองว่า ก้าวร้าว และนั่นคือ ที่มาที่ คนไทย เก่ง ฉลาด แต่ไม่กล้าแสดงออกชัดเจน มิฉะนั้น คงไม่ได้ยินสุภาษิตที่ว่า " จงทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย ไม่มีใครเขาอยากเห็น เราเด่นเกิน " การเปลี่ยนแปลง เข้าสู่ การสร้าง คนไทยคุณภาพดีๆ คงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร ตัวอย่างชัดๆที่เห็น คือ การศึกษาของเด็กไทย ที่เอาระบบแบบฝรั่งมาพยายาม ปลูกฝัง ให้เป็นแบบ " ชายด์เซนเตอร์ " เราว่า มันล้มเหลวสิ้นเชิง ในการสร้างคนไทยให้มีคุณภาพ เพราะมันไม่ได้ตอบโจทย์ให้ตรงประเด็นได้เลย กับ วิถี ความเป็นอยู่ รากเหง้า ของสังคมไทย ทุกวันนี้ เด็กไทยจึง รู้น้อยลง น้อยลงทุกวัน ทุกอย่าง ฝรั่งวิเคราะห์ถูกต้อง เพราะเขามองจาก " ตัวตน " แห่งวัฒนธรรมของเขา แต่ เรา จะ ทำให้ มีคุณภาพ มากขึ้นเพียงไหน มันก็อยู่ที่ ผู้มีอำนาจ ในบ้านเมือง ต้องมองให้เห็น และแก้ หรือ ประยุกต์ ให้มันตรงจุด.


ผู้ตั้งกระทู้ คนไทยด้วยกันเอามาฝาก :: วันที่ลงประกาศ 2011-04-06 12:15:33 IP : 115.87.166.109


[1]

ความคิดเห็นที่ 3 (2184212)
avatar
อิอิ

จัดหนัก

ผู้แสดงความคิดเห็น อิอิ วันที่ตอบ 2011-06-06 18:33:29 IP : 101.108.154.105


ความคิดเห็นที่ 2 (2167503)
avatar
อย่าเหมารวม

มันก็เป็นแค่บางคนนะจ้าอย่าไปเขียนเหมารวมหัวข้อคุณนะ   แต่ก็ดีนะข้อไหนที่ไม่ดีคนไหนอ่านเจอแล้วตรงกับการกระทำของตัวเองจะได้เอาไปปรับปรุง     

ผู้แสดงความคิดเห็น อย่าเหมารวม วันที่ตอบ 2011-04-06 18:23:59 IP : 180.180.63.222


ความคิดเห็นที่ 1 (2167431)
avatar
คนไทยเอามาฝาก

ไม่ทราบว่าโดนไปกี่โคนแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น คนไทยเอามาฝาก วันที่ตอบ 2011-04-06 13:37:59 IP : 115.87.166.109



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.