ReadyPlanet.com


ต้องขอโทษไม่ได้ลบหลู่งงจริงๆแล้วเค้าไม่ตอบ
avatar
.


ที่มา  http://www.doungdeekankasat.com/index.php?mo=3&art=635727

กรดซิลิคอน มีสูตรทางเคมีว่า (H4SiO4) เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อพืชทุกชนิดสามารถละลายน้ำได้ง่าย ซึ่งช่วยทำให้พืชสามารถดูดซึมน้ำและกรดซิลิคอนผ่านทางรากสู่ลำต้นและใบได้ อย่างรวดเร็ว เมื่อพืชดูดซึมน้ำและกรดซิลิคอนเข้าไปอย่างต่อเนื่องน้ำที่พืชดูดซึมเข้าไป จะระเหยออกทางใบจากกระบวนการคายน้ำแต่กรดซิลิคอนที่พืชดูดซึมเข้าไปนั้นจะ ไม่ระเหยออกทางใบแต่จะสะสมอยู่ที่ผิวใบของพืชโดยไม่ระเหยออกไป เมื่อกรดซิลิคอนสะสมอยู่ที่ใบอย่างต่อเนื่องจะกลายเป็นผลึกควอทซ์ โอปอล หรือเปลี่ยนเป็นกรดซิลิเกตเคลือบที่ใบ รวมทั้งทำให้ผนังเซลล์ของพืชแข็งแรงเหมือนเป็นเกราะป้องกันพืชทำให้ใบพืชมี ลักษณะ ใบหนา ใบเขียวทน เขียวนาน ช่วยทำให้กลิ่น รสชาติ ของลำต้นและใบพืชไม่เป็นที่ปรารถนาของแมลง ช่วยทำให้ผิวพืชแข็งแกร่ง ต่อต้านต่อโรคและแมลง เพลี้ย หนอน รา ไส้เดือนฝอย และกรดซิลิคอนยังช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ เพิ่มน้ำหนักในพืชทุกชนิด ซึ่งกรดซิลิคอนเป็นรู้จักในฐานะที่เป็นธาตุที่ใช้ในทางการเกษตรมาเป็นเวลา หลายปี ประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มทำการวิจัยเกี่ยวกับการใช้กรดซิลิคอน พบว่า นาข้าวมีคุณภาพดีขึ้น  ต้นข้าวกลับเป็นโรคน้อยลงและสามารถลดปริมาณการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชลงได้อีกด้วย รู้จักกันมาพอสมควรแล้วนะครับแล้วเจ้า กรดซิลิคอน นี้อยู่ที่ไหน อยู่ที่นี่ยังไงล่ะครับ ภูไมท์ซัลเฟต

 

Mont
thaigreenagro@gmail.com
Post: 20 กันยายน 2554, 9:03:58 น. ip: 58.10.84.233
Sio2 = ดิน หิน แร่  ทราย แกลบ หญ้าคา หินแร่ภูเขาไฟ ฯลฯ มีทั้งละลายน้ำได้ และละลายน้อย ส่วนใหญ่จะอยู่ในชั้นผิวโลก

H4Sio4 = ซิลิสิค แอซิด, ซิลิคอน, โมโนซิลิสิค แอซิด คือส่วนที่ละลายกลายสภาพจาก Sio2



ผู้ตั้งกระทู้ . :: วันที่ลงประกาศ 2011-10-08 21:21:28 IP : 58.11.15.0


[1]
ความคิดเห็นที่ 3 (3513917)
avatar
มัฌชิมา

  

คำถามนี้อาจจะปัญญาอ่อนไปหน่อยผมเห็นรูปมันใหญ่ๆเยอะมากเลยครับ

แจ้งลบกระทู้

 

เห็นอาจาย์บอกว่ามันใหญ่เฉพาะบางต้นเท่านั้น

แล้วเคยมีคนมีงานวิจัยออกมาบ้างไหมครับว่าทำไมมันถึงใหญ่เฉพาะบางต้นทั้ง ๆที่เป็นพันธ์เดียวกัน

ปลูกในแปลงเดียวกันเคยส่งสัยบางไหมที่แน่ ๆผมคิดว่าไม่เกี่ยวกับพันธ์

บางทีอาจจะเนรอยแผลที่ต้ดกับมันแบบคนที่ชอบมดลองบอกเป็นไปได้ไหมครับ

ผู้ตั้งกระทู้ คนชอบทดลอง :: วันที่ลงประกาศ 2011-07-29 10:28:44

 

[1]

 

ความเห็นที่ 1 (1561023)

แจ้งลบความคิดเห็น

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เส้นผมบังภูเขาทั้งประเทศแล้วไอ้น้อง

แล้วอาจารย์ว่ายังไงครับ

ผมว่าเป็นไปไม่ได้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนคิดต่าง วันที่ตอบ 2011-07-29 19:02:18

 

ความเห็นที่ 2 (1561024)

แจ้งลบความคิดเห็น

แต่หนูว่าน่าลองนะค่ะสียเวลานิดเดียวเองค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยค่ะ วันที่ตอบ 2011-07-29 19:05:08

 

ความเห็นที่ 3 (1561283)

แจ้งลบความคิดเห็น

ผู้แสดงความคิดเห็น คนชอบทดลอง วันที่ตอบ 2011-07-31 20:59:36

 

ความเห็นที่ 4 (1561424)

แจ้งลบความคิดเห็น

ผม อยากให้ทดลองทำเองก่อนนะครับ การทดลองทำนั้นเป็นการเพิ่มทักษะให้กับตัวเอง ที่สำคัญได้ศึกษาชีววิทยาของมันด้วย ทางศูนย์วิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร เคยทดลองทำนอกกรอบมาแล้วนักต่อนัก แม้กระทั่งการตัดกิ่งพันธุ์มาต่อกันเอาตะเกียบดามให้เซลล์เชื่อมต่อเป็นอัน เดียวกัน เพื่อจุดประสงค์ที่จะเอาใบของมันป่ามาช่วยปรุงอาหารเพราะใบมันเยอะ เป้าหมายคือให้มีการสร้างหัวมากๆ แต่ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อย่างที่เราหวัง เสียเวลา

ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยองรับผิดชอบในการพัฒนามันสำปะหลังโดยตรง ครับมีนักวิชาการในศูนย์ตั้งแต่เพิ่งจบปริญญาในสาขาที่เกี่ยวข้องจนถึง ด๊อกเตอร์ ทำกันมาตั้งแต่ พ.ศ 2500 สรุปแล้วก็ได้อย่างที่เรามีปัจจุบันนี่แหละครับ ดังนั้นใครจะคิดนอกกรอบก็คงไม่ห้ามแต่อยากให้ทดลองเองก่อนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ วันที่ตอบ 2011-08-01 13:48:27

 

ความเห็นที่ 5 (1561499)

แจ้งลบความคิดเห็น

แต่ว่านั้นผมไม่ได้มองมันคิดนอกกรอบตรงไหนเลยนะครับผมกลับมองมันก็อป***หลัก การติดกิ่งพันธ์พันธ์จากตอป่าแล้วกลับทางแบบคิดไปเองมากกว่าครับ แม้กระทั่งการตัดกิ่งพันธุ์มาต่อกันเอาตะเกียบดามให้เซลล์เชื่อมต่อเป็นอัน เดียวกัน เพื่อจุดประสงค์ที่จะเอาใบของมันป่ามาช่วยปรุงอาหารเพราะใบมันเยอะ เป้าหมายคือให้มีการสร้างหัวมากๆ แต่ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อย่างที่เราหวัง เสียเวลา

จริง ๆแล้วมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นแน่อยู่แล้วครับหัวมันจะมากได้อย่างไรครับในเมื่อจุดเชื่อมต่อมันก็ไม่ได้เชื่อมต่อ100%อยู่แล้ว

แล้วคุณรู้ได้อย่างว่าใบนั้นจะปรุงอาหารใด้ดีกว่าพันธ์เก่าของมันหรือว่ามันต้นป่ามันเขียวกว่าแตกใบเก่งกว่าล่ะครับ

ผมเคยเห็นแต่ว่าเค้าเอาพันธ์ป่ามาเป็นโคนเพราะรากมันทำงา

นได้ดีกว่าพันธ์บ้าน ๆเรา ผมว่าวิธีไม่เวิกมาก ๆๆครับทำแบบคิดไปเอง

ผมว่าตกแต่งกิ่งต้นมันยังดีซะกว่าเพื่อเพิ่มจำนวนใบอ่อนที่พืชสร้างออกซินจากใบอ่อนยังจะดีซะกว่าอีกครับ

ไม่เชื่อคุณลองสังเกตุมันห้วใหญ่ดูซิครับว่ามนมีกิ่งออกมาเยอะหรือน้อยใบอ่อนหรือใบแก่เยอะไหม

ผมว่าอาจารย์คิดนอกกรอบผิดวิธ๊แล้วครับ

วิธ๊การคิดนอกกรอบก็คือการคิดแบบไร้อารมแล้วโยนหลักการเก่า ๆทิ้งออกไปให้หมดโดยแล้วคิดถึงเป้าหมายเป็นหลักยกตัว

อย่างมันนี้ก็ได้เป้าหมายมันคือให้รากมันใหญ่โตในระยะเวลาอันสั้นแล้วเราก็ค่อย ๆหยิบปัจจัยที่ทำให้รากมัน ๆใหญ่มาคิดแล้วก็

เรียบเลียงใหม่ใหม่อย่างเช่นรากมันเยอะเพราะอะไร ก็เพราะออกซินใช่ไหมละครับแล้วเราจะให้ออกซินกับต้นมันได้อย่างไงบ้าง

โดยการฉีดลงไปเหรอหรือว่าจะตัดแต่งกิ่งพันธ์ให้เกิดใบอ่อนเพื่อการผลิตออกซิน(เพราะว่าออกซินจะผลิตขึ่นจากใบอ่อนกับเมล็ด

ไงล่ะครบ)แล้วก็ใช้ธาตุสังกะสีมาใส่เพื่อให้มันผลิตฮอร์โมนได้มากขึ้นหรือจะฉีดฮอร์โมน iba ลงไปดีอะไรทำนองนี้นะครับ

ผมเคยเรียนกับอาจาย์แล้วว่าการคิดนอกกรอบต้องอยู่บนพื่นฐานของความเป็นจริงด้วยนี่ล่ะครับคนบ้ากับคนคิดอกกรอบต่างกัน

ตรงนี้แหล่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนคิดนอกกรอบ วันที่ตอบ 2011-08-01 20:21:04

 

ความเห็นที่ 6 (1561501)

แจ้งลบความคิดเห็น

จริงที่ผมกล่าวเนี่ยเป็นแค่ปัจจัยเดียวนะครับยังไงซะแส่ง อากาศ ดิน อุณหภูมิ น้ำ และก็อาหารพืชมันก็เกี่ยวด้วยนะครับผมเพียง

แค่ยกตัวอย่างบางตอนที่ อ.ไม่เคยพูดถึงเลยมากล่าวเท่านั้นเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น คนคิดนอกรอบ วันที่ตอบ 2011-08-01 20:32:46

 

ความเห็นที่ 7 (1561507)

แจ้งลบความคิดเห็น

จริงผมก็อยากทดลองเองนะครับผมก็เบื่อเขียนบทความเต็มแก่แล้วแต่สุขภาพผมไม่ดีครับแค่

เดินออกไปหน้าบ้านยังไม่ได้เลยครับมีแค่คอมพิวเตอร์แก้เหงาปวัน ๆๆเท่านั้นเอง

ขืนผมออกไปลองเองก็ต้องไปเป็นภาระให้คนดูแลผมอีก

ผมล่ะเบื่อตัวเองชะมัดเลยที่หาหลักวิขาการมาอ้างอิงมาได้แล้วแค่ว่าทดลองเองไม่ได้

ซึ่งใคร ๆก็คิดว่าผมเป็นเซลจริง ๆแล้วผมนั้งอยู่บนเตียงตลอดเวลาคิดอะไรได้ก็ลองโพสลงในกระทู้ดู

เผื่อมีคนจะทดลองแล้วดีขึ้นนำไปใช้ได้ซักเรื่องก็ยังดีครับจะได้ไม่เสียชาติเกิด

จริงๆแล้วผมล่ะเจ็บใจตัวเองมากเลยถ้าเส้นเลือดในสมองไม่แตกผมคงไม่ต้อง

มาอยู่ในสภาพแบบนี้จริง ๆอาจารย์คงร้นะครับว่าผมพิมพ์ผิดเยอะมากก็เพราะผมใช้มือเดียวในการพิมพ์

ผมพูดก็ไม่ชัดเดินก็ไม่ได้เหลือแค่สมองกับมือข้างเดียวเท่าเท่านั้นที่ใช้การได้

ผู้แสดงความคิดเห็น คนคิดนอกรอบ วันที่ตอบ 2011-08-01 21:03:23

 

ความเห็นที่ 8 (1561586)

แจ้งลบความคิดเห็น

ด้วย ความเคารพนะครับ ก่อนการอ่านกระทู้สุดท้ายของคุณ ผมสรุปแล้วครับว่าคุณมีปัญหาทางสมอง เพราะที่ผ่านมา คุณพยายามจะเข้าใจสิ่งที่คุณคิดว่ามันถูกต้องที่สุดสำหรับคุณเท่านั้น ใครแย้งคุณก็จะโกรธ และแล้วคุณก็ออกมายอมรับ ว่าคุณเป็นอะไร จึงแยกแยะไม่ได้ ในความหมายที่ให้ "ทดลองด้วยตัวเองก่อน" จะเอามามาสร้างความสับสน ความหมายที่บอกไปคือคนอื่นเขาทำมาหมดแล้วแม้กระทั่งสิ่งที่บอกไป ใครว่าอะไรดีก็ทดลอง และ วิจัยเพื่อให้มีข้อยุติ สุดท้ายก็ "เสียเวลา" อย่าลืมนะครับ เขาอาจทดลองวิจัยมาก่อนคุณเกิดด้วยซ้ำ โดยนักวิชาการที่เขาเรียนมาเฉพาะทาง มิใช่ทำจากความฟุ้งซ่านเพราะไม่มีอะไรจะทำ

ถ้าสิ่งที่คุณบอกมาเป็นจริง (คุณพิการ) ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าคุณหลอกอีกหรือเปล่า เพราะเท่าที่อ่านกระทู้ที่คุณส่งเข้ามา มันทำให้เห็นว่าคุณทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นจริง ผมขอแนะนำว่า อยู่เฉยๆ สวดมนต์ ทำใจให้สงบ อย่าวุ่นวาย คิดเสียว่าสิ่งที่คุณเป็นอยู่มันเป็นเวรและกรรมที่เคยสร้างมาแต่ชาติก่อน หยุดสร้างเวรสร้างกรรมแล้ว "รับกรรมที่เคยทำไว้ให้มันหมดไปในชาตินี้" ชาติหน้าถ้ามีจริง อาจจะดีกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้ อย่าให้ใครๆที่คุณเที่ยวไปด่าเขาสาปแช่งคุณต่อไปอีกเลย..

คุณพิมพ์ผิดเพราะคุณอ้างว่าคุณพิการ ใช้มือข้างเดียว แต่ความหมายมันสื่อได้ว่าเป็นอย่างไร การพิมพ์ผิดดูออกว่ามันไม่น่าจะผิดทุกคำ และพฤติกรรมของคุณด้วยมันสื่อได้ว่าคุณกำลังทำอะไร คุณแนะนำสินค้าพร้อมราคาขายส่ง แล้วคุณบอกว่าไม่ใช่เซลล์??แล้วคุณเป็นอะไร??? พิการร่างกายไม่เป็นไร อย่าให้สมองพิการก็พอเพียงแล้ว "ปลูกมันสำปะหลัง ไม่สามารถออกฝักเป็นข้าวโพดได้) หมายถึงปลูกมันสำปะหลัง ก็ได้หัวมันสำปะหลังตอบแทน ฉันใด.. การเที่ยวไปด่าคน ดูถูกคน ย่อมได้ผลนั้นตอบแทนเฉกเช่นเดียวกัน มันเป็นสัจจะธรรม.. ผมว่าปลงซะ อยู่เฉยๆ อาจสร้างประโยชน์ได้มากกว่านี้ครับ พวกเราพร้อมจะอโหสิกรรมให้ถ้าคุณเป็นอย่างที่บอกจริงๆ อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งละ

การที่คุณบอกว่าคุณเอาสิ่งที่ผมไม่เอ่ยถึงมาบอกให้คนรู้.. ที่ผมไม่เอ่ยถึง เพราะมันไม่ใช่ปัจจัยหลักที่เกษตรกรต้องเสียเงินไปซื้อของพวกคุณ ให้ต้นทุนมันเพิ่ม และสร้างความร่ำรวยให้คนเฉพาะกลุ่ม ฮอร์โมนบางตัวไม่จำเป็นต้องไปใส่ให้มัน พืชที่สมบูรณ์มันก็สร้างของมันเองอยู่แล้ว (บางยี่ห้อบอกว่าฮอร์โมนสกัดมาจากพืชนั้นพืชนี้ ถ้าไม่มีเอามาอ้างทำไม ที่เอามาเป็นจุดขายเพราะมันมีไงล๊ะ) แร่ธาตุบางตัวเช่นสังกะสีที่คุณพยายามเหลือเกิน ที่ให้เกษตรกรซื้อใช้ทั้งๆที่พืชยังไม่แสดงอาการขาด มันคือการเพิ่มต้นทุนโดยเปล่าประโยชน์อยู่แล้ว (ยังไม่เป็นมะเร็ง แต่หาซื้อยามากินก่อน) ถ้าพืชไม่แสดงอาการขาด พยายามอย่ายัดเยียดอะไรที่เป็นการเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรเลยครับ ผลออกมา ถ้าเขามีต้นทุนสูง ขาดทุนเพราะราคาผลผลิตที่ขายได้ต่ำ มันจะเป็นเวรกรรมให้คุณต้องชดใช้อีกต่างหาก ผมอยู่กับพืชตัวนี้มานับสิบๆปี ผมทำเอง ลงพื้นที่เอง ถ่ายภาพเอง ทุกวัน ทุกอาทิตย์ ทั้งปี ผมรู้ว่าพืชตัวนี้ต้องการอะไรมากที่สุด คุณอ้างว่าผมหัวโบราณ หรืออาจจะถึงโง่กว่าคุณ ทำได้ครับ.. แล้วแต่จะคิด เพราะคนตัดสินคือคนอ่านมิใช่คุณ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะผมมีกรอบของผม ที่ผ่านมาผมไม่เคยตอบโต้เรื่องที่คุณพยายามทำตัวว่าเก่งว่ารู้เลย คุณลองถามคุณธรรมยุตย์เจ้าของฟุ๊กเทียนและพลเอกชัยสิทธิ ผู้นำเข้ากรดซิลิคอนดูซิครับ ว่าผมเป็นใคร และทำไมจึงแต่งตั้งให้ผมเป็นที่ปรึกษา ตั้งแต่ปีแรกๆ อาจก่อนที่คุณรู้จะจักเสียด้วยซ้ำ หยุดนะครับ หยุดแสดงอะไรที่หวังสร้างปมเด่นเพื่อกลบปมด้อยของคุณ ถ้าไม่รู้ว่าความดีเขาสร้างกันอย่างไร?? ตอบให้ครับ... เพียงแค่อยู่เฉยๆ ไม่ไปเกะกะระรานคนเขา.. นั่นแหละ การทำความดี หวังว่าที่คุณบอกว่าคุณพิการนั้นคือความจริงสักอย่างในชีวิตคุณ มิใช่อีกวันสองวันคุณโผล่มาแล้วบอกว่า "หลอกมันเล่น555" นะครับ

สรรเสริญ

เพิ่มเติมครับ ผมเพิ่งเปิดเมล์และเห็นเข้า คุณสมิทธิ ครับ ผมต้องขอโทษที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ แต่ที่ผมต้องติงไปนั้นมันเต็มไปด้วยความหวังดีนะครับ หวังดีกับคุณ หวังดีกับคนอื่นๆที่รับข่าวสารไม่หมดแล้วนำไปต่อยอด

เรื่องโซเดี่ยมของคุณนั้นลองศึกษาในเชิงลึกๆลงไปซิครับ มีพืชเฉพาะกลุ่มเท่านั้นที่ชอบ และนำไปใช้แทนโพแทสเซี่ยมได้ เช่น กลุ่มที่ 1 ชูการ์บีด เทอร์นิป และพืชตระหญ้าซีสี่บางนิด กลุ่มที่ 2 ได้แก่กะหล่ำ ผักกาดหัว ฝ้าย ข้าวสาลี และปวยเล้ง กลุ่มที่ 3 ข้าวบาร์เลย์ มิลเลต ข้าวโอ๊ด มะเขือเทศ และมันฝรั่ง ส่วนกลุ่มที่ 4 ใช้โซเดี่ยมแทนโพแทสเซี่ยมไม่ได้เลยคือ พืชไร่ และพืชตระกูลถั่ว เพราะมันคือพืชที่ไม่ทนเค็ม

ส่วนเรื่องที่บอกว่าซีโอไลท์,กรด หรือสารอะไรต่างๆ ไม่ใช่ปุ๋ยและสามารถขายได้เลย ไม่เถียงครับ เพราะผมคนหนึ่งที่อยู่ในสมาคมดินและปุ๋ย นั่งประชุมกับคณะกรรมปุ๋ยมาก่อน แต่การโฆษณาก็ไม่ควรทำให้คนเข้าใจผิดว่ามันจะสร้างความเจริญเติบโตให้พืช อย่างก้าวกระโดดทดแทนปุ๋ยทั้งๆที่มันไม่ใช่ธาตุอาหาร หรือฆ่าแมลงได้อย่างที่คุณบอกเรื่องซิลิคอนผมยอมรับอาจจะพูดถึงสารพวกนี้ น้อยไปหน่อย แต่เว็ปนี้เป็นเว็ปมันสำปะหลังที่เราทดลอง วิจัย และพัฒนามานานแสนนานมาแล้วครับ เพียงแค่ที่ผมเอ่ยถึงก็สามารถทำได้ผลผลิตตามหลักวิชาการ ส่วนที่มากไปกว่านั้นควรเป็นงานวิจัยและทดลองของแต่ละแห่ง เพราะผมเองมีหน้าที่ส่งเสริมชักนำให้เกษตรกร ทำตามหลักวิชาการอย่างถูกต้องเท่านั้น ลองทำก่อนนะครับ เก็บข้อมูลให้ละเอียดที่สุด มิใช่ใช้เพียงภาพถ่ายสุดท้ายที่เลือกแล้ว หรือหัวมันหัวเดียวขึ้นตาชั่งแล้วคูณด้วยจำนวนต้นที่ปลูก หรือสถานที่ก็ไม่ใช่ของตัวเองไปถ่ายเอามา ที่สำคัญการทำวิจัยต้องมีการทำซ้ำจนนิ่ง ต้องใช้เวลาครับ จึงจะเป็นงานวิจัยที่รับรองผลได้ ผมขอขอบคุณที่อุตสาห์ส่งเมล์ไปให้ และขอโทษที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ แต่อย่าหาว่าผมด่าเลยครับ เพราะไม่เคยด่าใคร นอกจากติงและเตือนให้อยู่ในกรอบบนพื้นฐานความเป็นจริงที่มนุษย์ที่อยู่ร่วม กันเขาปฏิบัติเท่านั้น คุณเป็นคนขยัน มีสมอง ผมว่ายังไปได้อีกไกลถ้าไม่ด่วนทำลายตัวเองเสียก่อน ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ วันที่ตอบ 2011-08-02 07:42:36

 

ความเห็นที่ 9 (1561633)

แจ้งลบความคิดเห็น

สวัสดีครับ ท่าน อ.สรรเสริญ

ผมอีกคนครับขอเป็นกำลังใจท่านครับ ท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ผมได้อ่านหลายๆข้อความแล้ว ท่านได้ให้ความรู้ที่ดีและอีกหลายๆอย่างที่ผมหาที่ใหนไม่ได้ มีอะไรขอให้ตอบมาเลยครับที่ท่านตอบอาจจะไม่ถูกใจบางท่านบ้างเป็นขอธรรมดา ครับท่าน

ขอเป็นกำลังใจด้วยใจจริง

ขอขอบพระคุณท่านมากครับ

ธนาวุฒิ ไร่นี้ทำเพื่อแม่

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนาวุฒิ ไร่นี้ทำเพิ่อแม่ (nec-dot-marble-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-02 11:37:43

 


ความเห็นที่ 10 (1562385)

แจ้งลบความคิดเห็น

แต่ การโฆษณาก็ไม่ควรทำให้คนเข้าใจผิดว่ามันจะสร้างความเจริญเติบโตให้พืชอย่าง ก้าวกระโดดทดแทนปุ๋ยทั้งๆที่มันไม่ใช่ธาตุอาหาร หรือฆ่าแมลงได้อย่างที่คุณบอกเรื่องซิลิคอนผมยอมรับอาจจะพูดถึงสารพวกนี้ น้อยไปหน่อย แต่เว็ปนี้เป็นเว็ปมันสำปะหลังที่เราทดลอง วิจัย และพัฒนามานานแสนนานมาแล้วครับ

ครับมันไม่ใช่ธาตุอาหารผมไม่เถียงแต่มันต้องใส่พร้อมปุ๋ยครับเพราะมัน เก็บปุ๋ยได้ดีครับใส่มันพร้อมปุ๋ยครั้งเดียวสามารถอยู่ได้ถึง3เดือนครับผม รู้ว่าอาจารย์ไม่เข้าใจหลักการทำงานของมันแค่บอกว่าฆ่าแมลงได้ผมก็รู้แล้ว ครับว่าอาจารย์ไม่เข้าใจการทำงานของกรดซิลิคอนแต่เว็ปนี้เป็นเว็ปมันสำปะหลังที่เราทดลอง วิจัย และพัฒนามานานแสนนานมาแล้วครับ ผมพอที่จะเข้าใจครับแล้วผมก็เชื่อว่าซีโอไลท์สามารถก็สามารถต่อยอดงานของท่าน

ได้ครับถึงผมจะเริ่มต้นกับอาจารย์ไม่สวยแต่ผมก็ยังอยากจบสวย ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (2223779)
avatar
.

ที่มาคคหที่2 http://www.thaigreenagro.com/WebBoard/Answer.aspx?qid=2527

เข้าไปหาอ่านดูได้ครับ

ถ้าจะคิดแบบลวก ๆๆมันก็ใช้ได้ดีท้งหมดแหละ

 

จริง ๆแล้ว

Mont
thaigreenago@gmail.com   จริงแล้วH4sio4 ต้องเรียกว่ากรดซิลิคอนถึงจะถูกครับ ถ้าเรียกซิลิคอนเฉย ๆคือ si ทรายดีดีนี่เอง

 

Mont
thaigreenagro@gmail.com
Post: 30 กันยายน 2554, 9:21:27 น. ip: 171.98.70.132
กระผมมนตรี บุญจรัส ลูกยายเจ๊กชาวนา หลานยายล้วนปลูกผัก เหลนก๋งชื่นเลี้ยงหมูตัวกระจ้อยร่อย เล็กกะจิ๊ดริด ความรู้น้อยเท่าหางอึ่งครับ มิกล้ารับเป็นอาจารย์ใครหรอกดอกครับ(ฮ่าๆ) ขอบพระคุณท่านชิตณรงค์อย่างสูงที่ให้เกียรติครับ ในเรื่องผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น ก็ได้ตอบไปมากพอสมควรเกี่ยวกับการจัดระเบียบและหมวดหมู่ของแบรนด์ ขอยกข้อความจากกระทู้เก่าๆ มาฉายซ้ำอีกครั้งนะนะครับ

โดยทางชมรมฯ จึงได้จัดหมวดหมู่ของแบรนด์แต่ละชนิดให้ชัดเจน ดังที่ได้เคยตอบคุณไปในกระทู้ที่ 02448 ดังนั้น ชื่อการค้า ที่ไม่ใช่ ชื่อวิทยาศาสตร์ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถปรับปรุง ปรับแต่งคุณภาพหรือสูตรต่างๆ ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพ ปศุสัตว์, สัตว์น้ำ (ฟาร์มมิ่ง), พืชผัก พืชไร่ พืชสวน หรือข้าว เป็นต้น โดยที่บางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องเผยแพร่สูตรออกไปสู่สาธารณชนทั้งหมดก็ได้ อาจจะใช้วิธีการสอบถามพูดคุยกัน one by one หรือ Mouth to Mouth เพราะนี้คือผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ในการต่อสู้ทางการตลาดครับ ส่วนสำหรับเกษตรกรซึ่้งต้องการข้อมูลที่ละเอียดในการนำไปใช้งานจริงๆ ในแปลงนั้น ทางทีมงานชมรมฯ มีความพร้อมในการส่งเสริมและเผยแพร่อย่างเต็มที่ครับ

ชื่อการค้าต่างๆ เหล่านี้ ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนทั้งด้าน คุณสมบัติ หรือศักดิ์ศรีหรือระดับชั้นของ แบรนด์ ก็ขออนุญาตใช้ผลิตภัณฑ์ตรา สิงห์ ในการเปรียบเทียบดังนี้...

เบียร์สิงห์ = เกรด A
เบียร์ลีโอ = เกรด B
เบียร์อาชา = เกรด C

หรือขอนุญาตเอ่ยชื่ออีกยี่ห้อหนึ่งของรถยนต์ เช่น กลุ่มของ TOYOTA
TOYOTA Camry = เกรด A
TOYOTA Altis = เกรด B
TOYOTA Vios = เกรด C

ซึ่งทั้งหมดก็คือ เบียร์ และ รถยนต์ แต่มีความหลากหลายทั้งด้านราคาและคุณภาพที่สามารถแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ได้

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ก็มีแบรนด์ที่ต้องต่อสู้ทางการตลาด เพื่อป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำเข้ามาโจมตีหรือแอบอ้างเอาวัสดุที่ไม่ใช่หินแร่ภูเขาไฟมาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าแล้วแอบอ้างว่าเป็นหินแร่ภูเขาไฟ ทำให้ผู้ที่นำไปใช้แล้วไม่ได้ผลเกิดความสับสน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องปรกติทางด้านการตลาดครับ

กลุ่มของผลิตภัณฑ์ชมรมฯ ทางด้านสารปรับปรุงดินก็มี 3 กลุ่ม ดังนี้

เกรด A = กลุ่ม ZEO PLATINUM
1. พูมิช (สร้างความแข็งแกร่ง, จับตรึงปุ๋ย)
2. พูมิชซัลเฟอร์ (ปรับปรุงบำรุงดิน, เร่งการเจริญเติบโต, เพิ่มราก)
3. สเม็คโตไทต์ (ช่วยจับก๊าซและของเสียในสัตว์น้ำ)
4. ซีโอฟาร์ม (ช่วยจับก๊าซและของเสียในฟาร์มปศุสัตว์)
5. ม้อนโมรินโลไนท์ (ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำก้อนชื้อเห็ด)
6. แคชสเม็ล (ช่วงทดลองวิจัยและพัฒนา) (ช่วยจับกลิ่นในสัตว์เลี้ยงแสนรัก)
7. แคชเฟอร์พลัส (ช่วงทดลองวิจัยและพัฒนา) (ผลิตภัณฑ์ที่จะพัฒนาในเรื่องการจับตรึงปุ๋ยโดยตรง)

เกรด B = กลุ่ม ZEO GOLD
1. ภูไมท์ (สร้างความแข็งแกร่ง, ไม่สามารถจับตรึงปุ๋ยได้)
2. ภูไมท์ซัลเฟต (ปรับปรุงบำรุงดิน, เร่งการเจริญเติบโต, แต่ค่าซีอีซีน้อยกว่าพูมิช)
3. สเม็คไทต์ (จับของเสียในบ่อกุ้งบ่อปลา (Farming), สัตว์ปีก (Live Stock) มีค่า C.E.C. น้อยกว่าสเม็คโตไทต์)
4. ไคลน็อพติโลไลท์ (ช่วยจับตรึงปุ๋ยให้กลายเป็นปุ๋ยละลายช้า)

เกรด C = กลุ่ม ZEO SILVER
1. โดโลไมท์ (ปรับปรุงดิน ให้แร่ธาตุ แคลเซียม และ แมกนีเซียม)
2. ฟอสเฟต (ปรับปรุงดิน ให้แร่ธาตุ ฟอสฟอรัสและแคลเซียม)
3. ซอยพลัส (ช่วงทดลองวิจัยและพัฒนา) (ปรับปรุงดิน ให้แร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม, กำมะถันและซิลิสิค แอซิด)
4. แคชเฟอร์ (ช่วงทดลองวิจัยและพัฒนา) (ผสมปุ๋ยทำปุ๋ยละลายช้า)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 081-313-7559 ครับ


ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ  "ม้อนท์โมริลโลไนท์" จัดเป็นเถ้าภูเขาไฟเพียวๆ มิได้มีการแต่งเติมเสริมปรุง เหมือนกับเจ้าตัว "พูมิชซัลเฟอร์"   ดังนั้น ม้อนท์โมริลโลไนท์จึงอุดมไปด้วยซิลิก้าและจุลธาตุจาก หินแร่เถ้าภูเขาไฟที่พร้อมต่อการละลายน้ำ ช่วยเพิ่มเสริมความแข็งแกร่งไปพร้อมกับการเติมธาตุอาหารเสริมทางดินไปพร้อมกัน เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้เพาะเห็ด และกลุ่มเกษตรกรทำนายุคที่ชมรมฯ ส่งเสริมให้มีการทำนาแบบไม่ฉีดพ่นปุ๋ยและยาทางใบ ประมาณปี  2549-2550 เพื่อลดต้นทุน จึงนำมาจัดอยู่ในกลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟเกรด A  Zeo Platinum ครับ

ส่วน Zeo Platinum พูมิชซัลเฟอร์ นั้น เป็นชื่อผลิตภัณฑ์หรือชื่อการค้า ที่มีการปรับปรุงสูตรให้เป็นสารปรับปรุงดินที่มีคุณภาพสูงเหมาะต่อการเตรียมเทือกทำนา หรือใช้รองก้นหลุมปลูกพืชต่างๆ เช่น ยางพารา ปาล์ม สักทอง ตะกู เพาว์โลเนีย นอกจากจะมีซิลิก้าที่สูงแล้ว ยังมี ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์ กลุ่มจุลธาตุต่างๆ อย่างเช่น เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน ฯลฯ

อัตราและวิธีการใช้ ความจริงแล้วสามารถเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ครับ ในอัตรา 1 - 2 กระสอบต่อไร่ (ทั้งม้อนท์โมริลโลไนท์ 10 กก/กระสอบ และ พูมิชซัลเฟอร์ 20 กก/กระสอบ) เพื่อเสริมซิลิก้าและธาตุรอง ธาตุเสริมให้แก่ดินที่ผ่านการทำนามาหลายสิบปี และปีละหลายครั้งหลายหน

หรือจะใช้แบบตรงกับคุณสมบัติของดิน ก็ดินเหนียวซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์สูงกว่าดินทรายก็ควรใช้เพียง "ม้อนท์โมริลโลไนท์" เพื่อเสริมซิลิก้าและจุลธาตุเพื่อให้ข้าวเจริญเติบโตและแข็งแรง  ส่วนนาดินทราย ควรใช้ "พูมิชซัลเฟอร์" เพื่อจะได้ทั้ง ซิลิก้า ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน และจุลธาตุต่างๆ อย่างครบถ้วนครับ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 081-313-7559 นะครับ


ผู้แสดงความคิดเห็น . วันที่ตอบ 2011-10-08 22:03:59 IP : 58.11.15.0


ความคิดเห็นที่ 1 (2223774)
avatar
ตอบแบบงง

 

ชื่อ: งง
 
post: 04 ตุลาคม 2554, 20:43:44 น.
ปุ๋ยละลายช้า กระทู้34 ภูไมท์เป็นหินแร่ภูเขาไฟ 100 % ประโยชน์ใช้ผสมปุ๋ยช่วยให้ปุ๋ยกลายเป็นปุ๋ยละลายช้าได้ดีที่สุด กระทู้2516 เกรด B = กลุ่มZEO GOLD 1. ภูไมท์ (สร้างความแข็งแกร่ง, ไม่สามารถจับตรึงปุ๋ยได้) ***************************************** กระทู้ 34 ภูไมท์ เป็นหินแร่ภูเขาไฟ 100 % ประโยชน์ ใช้ผสมปุ๋ยช่วยให้ปุ๋ยกลายเป็นปุ๋ยละลายช้าได้ดีที่สุด กระทู้2516 ภูไมท์ ไม่สามารถจับตรึงปุ๋ยได้

 

Choke kaset
thaigreenagro@gmail.com
Post: 06 ตุลาคม 2554, 16:10:24 น. ip: 171.98.70.132

ปุ๋ยละลายช้า กระทู้34 ภูไมท์ เป็นหินแร่ภูเขาไฟ 100 % ประโยชน์ ใช้ผสมปุ๋ยช่วยให้ปุ๋ยกลายเป็นปุ๋ยละลายช้าได้ดีที่สุด กระทู้2516 เกรด B = กลุ่ม ZEO GOLD 1. ภูไมท์ (สร้างความแข็งแกร่ง, ไม่สามารถจับตรึงปุ๋ยได้) ***************************************** กระทู้ 34 ภูไมท์ เป็นหินแร่ภูเขาไฟ 100 % ประโยชน์ ใช้ผสมปุ๋ยช่วยให้ปุ๋ยกลายเป็นปุ๋ยละลายช้าได้ดีที่สุด กระทู้2516 ภูไมท์ ไม่สามารถจับตรึงปุ๋ยได้
***ตอบ : ในปัจจุบันทางชมรมฯ ได้มีการจัดหมวดหมู่ของสินค้ากลุ่มหินแร่ภูเขาไฟให้มีความชัดเจนเพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพ ปศุสัตว์, สัตว์น้ำ (ฟาร์มมิ่ง), พืชผัก พืชไร่ พืชสวน หรือข้าว เป็นต้น ดังนั้น ชื่อการค้า ที่ไม่ใช่ ชื่อวิทยาศาสตร์ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถปรับปรุง ปรับแต่งคุณภาพหรือสูตรต่างๆ ได้
***ตอบข้อสงสัยที่งงเรื่องการจับตรึงปุ๋ยของภูไมท์  ผมจะอธิบายคร่าวๆเกี่ยวกับสินค้ากลุ่มหินแร่ภูเขาไฟ ดังนี้ครับ....กลุ่มผลิตภัณฑ์หินแร่ภูเขาไฟทุกชนิด เช่น ภูไมท์ ภูไมท์ซัลเฟต สเม็คไทต์ ไคลน๊อพติโลไลท์ แร่ม้อนท์ พูมิช พูมิช-ซัลเฟอร์ สเม็คโตไทต์ ซีโอฟาร์ม  มี C.E.C. (Cation Exchange Capacity) สามารถจับตึงปุ๋ย แอมโมเนีย ธาตุอาหารต่างๆได้เหมือนกันครับ แต่ ค่า C.E.C ในหินแร่ภูเขาไฟแต่ละชนิดมีไม่เท่ากัน และความสามารถของหินแร่แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ทางชมรมฯ จึงได้จัดหมวดหมู่สินค้าเกี่ยวกับหินแร่ภูเขาไฟใหม่ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ภูไมท์มีความสามารถในการจับตึงปุ๋ย 60-70% แต่มีสืริก้าอยู่ 100% จึงจัดอยู่ในกลุ่มB คือกลุ่ม ZEO GOLD สร้างความแข็งแกร่ง เร่งการเจริญเติบโต แต่ถ้าต้องการทำปุ๋ยละลายช้า ต้องการตัวที่จับปุ๋ยได้ดี ก็ตัวใช้ พูมิช สินค้าเกรด A กลุ่ม ZEO PLATINUM เพราะมีค่า ซี.อี.ซี สูงที่สุดในกลุ่มหินแร่ภูเขาไฟ สามารถจับตึงปุ๋ยได้ดีที่สุด
ผู้แสดงความคิดเห็น ตอบแบบงง วันที่ตอบ 2011-10-08 21:33:49 IP : 58.11.15.0



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.