ReadyPlanet.com


รับผลิตและขายส่งสารดูดซึมทางการเกษตร
avatar
เตย


 รายละเอียด  -  สารเร่งประสิทธิภาพการฉีดพ่นทางใบ

ความเดิม  -  สารดูดซึมหรือสารเร่งประสิทธิภาพนั้น  ได้มีการนำมาใช้ในการเกษตรนานมากแล้ว  ทั้งที่อเมริกา  ยุโรป  ญี่ปุ่น  ออสเตรเลีย  และที่ประเทศไทยได้มีกลุ่มคนและองค์กรนำสารตัวนี้เข้ามาจำหน่ายเช่นกัน  ซึ่งจะเรียกกันอย่างคุ้นหูเกษตรกรว่า สารจับใบ’  ซึ่งคุณลักษณะโดยรวมของสารจับใบนั้น  มีไว้เพื่อให้สารเคมีและธาตุอาหารในรูปน้ำที่ใช้ฉีดพ่นสู่ต้นพืชเกาะยึดติดใบพืชได้นานที่สุดเพื่อให้สารเคมีและธาตุอาหารดังกล่าวออกฤทธิ์เต็มประสิทธิภาพที่สุด  คุ้มค่าต่อการลงทุนและเงินที่เกษตรกรเสียไปจากการซื้อสารคมีในการเกษตร  ทว่าสารจับใบนั้นทำได้เพียงยึดจับบนผิวใบคล้ายน้ำมันเคลือบใบ  ซึ่งหากถูกแสงอาทิตย์  ฝน  และลมชะล้างก็จะสูญสลายไปในไม่ช้า  ซึ่งนับว่าหน้าที่ของสารจับใบยังช่วยสนองตอบต่อความจำเป็นทางการใช้งานยังได้ไม่เต็มที่  ผู้ประกอบการที่ผลิตสารจับใบจึงผลิตเพียงสารจับใบราคาถูก  เพียงแกลลอนหรือลิตรละไม่ถึงร้อยบาทและบาททีอาจเพียงไม่กี่ร้อยบาท 

ทว่าเหตุผลในการใช้สารเหล่านี้นั้น  ก็เพื่อให้สารนำพาสารเคมีหรือธาตุอาหารต่างๆที่ฉีดพ่น  ซึมเข้าไปสู่ใบพืชและต้นพืช  เพื่อพายาเข้าลึกถึงระดับเซลล์พืชหรือเนื้อเยื่อพืชชั้นใน   ให้ยาออกฤทธิ์นานที่สุด  กำจัดแมลงได้เด็ดขาดที่สุด  ป้องกันการที่แมลงจะดื้อยา  และไม่สูญเสียไปกับการชะล้างของฝน  ลม  และถูกเผาไหม้โดยแสงอาทิตย์  ซึ่งสำคัญมาก  เพราะความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมปัจจุบันทำให้สารเคมีหรือธาตุอาหารต่างๆที่ฉีดพ่นลงบนพืช  สูญเสียไปกว่า  30% แล้ว (อ้างอิงจากบทวิชาการ)  จึงทำให้การฉีดพ่นไม่ได้ผล  แมลงยังคงระบาด  โรคพืชยังคงระบาด  ทำให้เกษตรกรต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อนำไปซื้อสารเคมีและธาตุอาหารมาฉีดพ่นเพิ่ม  ทั้งที่การฉีดพ่นเพียงครั้งเดียว  หากทำให้เกิดประสิทธิภาพก็สามารถกำจัดแมลง  บำรุงต้นพืชได้อย่างที่ควรจะเป็นแล้ว

ดังนั้นสารดูดซึมจึงเข้ามามีบทบาทร่วมกับการใช้ยากำจัดแมลง  โรคพืชและอาหารเสริมพืชชนิดต่างๆ  คำแนะนำคือไม่ว่าเกษตรกรจะฉีดพ่นสารอะไรใส่ต้นพืช  แนะนำให้ใช้สารดูดซึมร่วมด้วยทุกครั้ง  เพื่อให้การฉีดพ่นครั้งนั้นๆ  มีประสิทธิภาพตรงตามวัตถุประสงค์ที่เกษตรกรลงทุนลงเงินลงแรงไป

ในการควักเงินซื้อสารดูดซึมเพิ่มหลายคนที่ยังไม่เล็งเห็นความสำคัญอาจคิดว่า  เปลืองเงิน  ฟุ่มเฟือย  แต่หากลองพิจารณาจะพบว่า  การฉีดพ่นที่ไม่ได้ผลจนทำให้ต้องซื้อยาเคมีมาฉีดซ้ำเสียเงินมากมายกว่าหลายเท่านัก  ไหนจะค่าจ้างแรงงานเพื่อฉีดพ่น  (กรณีเกษตรกรไม่ลงแปลงฉีดเอง)  ค่ายาเคมีเกษตร  (หากคำนวณจะพบว่าแต่ละครั้งเกษตรกรควักเงินซื้อยาทีละหลายพัน  จนถึงเป็นหมื่นบาท)  หากเราลดผลเสียตรงนี้ลงได้  โดยทำให้การฉีดพ่นในครั้งแรกสัมฤทธิ์อย่างที่มันควรจะเป็น  เกษตรกรจะประหยัดต้นทุน  เงินในกระเป๋าไปได้เยอะมาก  อีกทั้งช่วยเรื่องสุขภาพ  ซึ่งการอยู่กับสารเคมีบ่อยๆเป็นผลเสียโดยตรง  วัตถุประสงค์ของการใช้ยาดูดซึมจึงอยู่ตรงนี้ 

หมายเหตุ  ***  สารดูดซึมที่จะเสนอต่อไปนี้เป็นสารที่เกษตรกรในต่างประเทศใช้ขึ้นเครื่องบินฉีดพ่นกัน

 

สารดูดซึม  สารเร่งประสิทธิภาพ  สารจับใบ  สารลดแรงตึงผิว  สารเสริมประสิทธิภาพ  ฯลฯ  เป็นชื่ออย่างไม่เป็นทางการที่เกษตรกรประเทศไทย  รวมถึงผู้ผลิตเรียกรวมๆกัน 

ทั้งนี้ผู้เล่าจะกล่าวโดยใช้ชื่อว่าสารดูดซึมเท่านั้น  เพราะตรงตัวตามคุณสมบัติของสาร  สารเหล่านี้ในประเทศไทยมีขายอย่างกว้างขวาง  สะเปะสะปะ  หลายเกรด  หลายคุณภาพ  หลายยี่ห้อ  ซึ่งชวนสับสนแก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก  สารที่มียี่ห้อคุ้นหูเช่น  สารลดแรงตึงผิว  แอบซ่า  80  ของบริษัทแอมเวย์  สารเหล่านี้มีหลายพันชนิด  หลายแหล่งที่มา  ซึ่งของเรามีแหล่งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา  ต่อไปนี้จะกล่าวถึงคุณสมบัติของสาร  และข้อดีจากการใช้งาน

1.      ช่วยให้สารที่เราใช้ฉีดพ่น  (สารเคมีกำจัดแมลง  สารเคมีกำจัดโรคพืช  สารอาหารพืช  ฮอร์โมนพืช)  ออกฤทธิ์ได้มากถึง  99%  (ออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่  ไม่เสียของ)

2.      ทำให้สารที่ใช้ร่วมกับสารดูดซึมกำจัดแมลง  โรคพืช  วัชพืชได้อย่างง่ายดาย  หากใช้ร่วมกับสารอาหารพืชหรือฮอร์โมนจะทำให้พืชได้รับอาหารอย่างเต็มที่ 

3.      ใช้เพื่อควบคุมการระบาดของแมลง   ลดการระบาดของแมลง

4.      ไม่ต้องฉีดพ่นสารเคมีบ่อยครั้ง

5.      ไม่สูญเสียไปกับแสงแดด  ลม  ฝนและสภาพแวดล้อมอื่นๆ

6.      ปลอยภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม  เพราะตัวสารจะไม่ตกค้างและจะสลายตัวเองตามธรรมชาติ

7.      โดยตัวสารเอง  ไม่มีพิษมีภัย  หากสัมผัสถูกจะไม่เกิดอาการแพ้  และแสบคัน

8.      เป็นสารประเภทไร้ประจุ  จึงสามารถเข้ากันได้กับสารที่ใช้ร่วมทุกชนิด

 

ลักษณะของเนื้อสาร  -  เป็นสารใส  ลักษณะคล้ายน้ำธรรมดา  แต่มีความหนืดมากกว่าเล็กน้อย  มีกลิ่นแอลกอฮอลล์จางๆ

ลักษณะการใช้งาน  -  สารที่เรามีเป็นหัวเชื้อ  จึงมีความเข้มข้นมาก  สินค้าเกรด  และ A+

ทุกครั้งที่เกษตรกรจะฉีดพ่นสารอะไรก็ตามแก่พืชทางใบ  เช่น  ยาฆ่าแมลง  ยาฆ่าหญ้า  ยาฆ่าเชื้อรา  หรืออาหารเสริมแก่พืช  ให้ผสมสารดูดซึมของเรา  3 - ซีซี  (ฝา)  ต่อน้ำ  20  ลิตร  ทุกครั้ง 

อัตราการใช้ปกติ  คือ  ในพืชผัก  พืชใบเล็กๆ  3  ซีซี   ในพืชไร่พืชนา  ใช้  5  ซีซี  การฉีดพ่นแนะนำให้ปรับหัวฉีดให้เป็นละอองน้ำเล็กๆ  และไม่ควรฉีดจี้ 

ขนาดบรรจุภัณฑ์  -  ขายเป็นถังขนาด 25 ก.ก.  50  ก.ก.  200 ก.ก.  หรือใส่ขวด  100  ซีซี  หรือตามแต่ความต้องการลูกค้าหากต้องการนำไปจำหน่ายเป็นสินค้าของตนเอง

สนใจ -  ติดต่อ  ราวินซ์  083  177  7575



ผู้ตั้งกระทู้ เตย (mikoto_mai-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2012-06-17 22:23:42 IP : 14.207.104.101


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3349463)
avatar
ฟูราดาน 3จี กำลังหมดจากประเทศไทย

 

 ป.เคมีภัณฑ์  ณ.สิงห์บุรี

ห่วงใยดุจญาติ บริการดุจมิตร ผู้นำแห่งโลกการเกษตร ป.เคมีภัณฑ์ เครือข่ายไร้ขอบเขต

 

สำเร็จแน่ถ้าคิดทำ ขอให้ประสบความสำเร็จ ในโลกแห่งความเป็นจริง

 

***รายได้วนเวียนทั้งปี เป็นผลิตภัณฑ์ใช้แล้วหมดไป การซื้อจากลูกค้าเก่า การได้ลูกค้าจากการแนะนำจากลูกค้าเก่า 80%ของประเทศไทย มีอาชีพการเกษตรกรรม

เตรียมชื่อโรงเรียนในฝันให้ลูกเสมือนแก้วตาดวงใจของเราไว้แล้วหรือยัง?

 และเตรียมอาชีพหาเงินทุกวัน ทุกเดือน(พอใช้และพอเก็บ) ยามฉุกเฉิน ปัญหา 1000 รายการ

ต้องใช้เงินหลัก สิบ หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น และ หลายแสนบาท เพื่อแก้ปัญหานั้นๆ......เศร้ามากๆ คงได้รางวัลแน่

***อ่านให้จบก่อนค่ะ ไม่ใช้เวลาว่าใครรวยกว่ากันค่ะ***

 

ร.ร.ร่วมฤดี( ข้อย้ำว่าร่วมฤดีไม่ใช่รีดีเมอร์น่ะ ) RIS  
นร.ใหม่  
อนุบาล = 715,922 บาท/ปี  
เกรด 1 = 764,418 บาท/ปี  
เกรด 2 = 745,016 บาท/ปี  
เกรด 3 = 730,372 บาท/ปี  
เกรด 4 = 729,190 บาท/ปี  
เกรด 5 = 730,361 บาท/ปี  
เกรด 6-8 = 747,400 บาท/ปี  
เกรด 9-12 = 793,820 บาท/ปี  
นักเรียนธรรมดา  
อนุบาล = 328,000 บาท/ปี  
เกรด1 = 335,922 บาท/ปี  
เกรด 2 = 365,016 บาท/ปี  
เกรด3 = 350,372 บาท/ปี  
เกรด 4 = 349,190 บาท/ปี  
เกรด 5 = 350,361 บาท/ปี  
เกรด 6-8 = 367,400 บาท/ปี  
เกรด 9-12 = 413,820 บาท/ปี  

ฮาร์โรว (แพงมากๆ) หรือ HIS  
นร.ใหม่ เพิ่ม ค่าเรียน 150,000 บาท ต่อปีที่เข้า  
เกรด 1-2 = 362,690 บาท/ปี  
เกรด 3-6 = 488,960 บาท/ปี  
เกรด 7-9 = 498,180 บาท/ปี  
เกรด 10-11 = 525,500 บาท/ปี  
เกรด 12-13 = 530,360 บาท/ปี  

รามคำแหงแอดเว้น หรือ RAIS  
นักเรียนใหม่  
อนุบาล-เกรด2 = 162,500 บาท/ปี  
เกรด 3-8 = 160,000 บาท/ปี  
เกรด 9-12 = 165,000 บาท/ปี  
นักเรียนเก่า  
อนุบาล-เกรด 2 = 147,500 บาท/ปี  
เกรด 3-8 = 145,000 บาท/ปี  
เกรด 9-12 = 150,000 บาท/ปี  

ร.ร.อินเตอร์เนชั่นแนล คอมมิวนิตี้ สคูล หรือ ICS  
นักเรียนเก่า  
อนุบาล = 178,600 บาท/อันนี้ไม่รู้ว่าเทอมหรือปี  
เกรด 1-5 = 255,200 บาท  
เกรด 6-8 = 275,200 บาท  
เกรด 9-12 = 302,200 บาท  
ถ้าเรียนแบบ ESL ก้อเพิ่มไป 72,100 บาท  

ร.ร.ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค์กอก หรือ ASB  
นร.ใหม่เพิ่ม 120,000 บาท ต่อปีที่เข้าเรียน  
นร.เก่า  
อนุบาล = 110,500 บาท/เทอม  
เกรด 1-5 = 178,500 บาท/เทอม  
เกรด 6-8 = 187.,500 บาท/เทอม  
เกรด 9-12 = 207,000 บาท/เทอม    
*ถ้าอยากรู้ว่า1ปีกี่บาท คูณ 2 เอาเองน๊ะค่ะ  

ร.ร.นานาชาติสยาม  
นร.เก่า  
อนุบาล = 99,000 บาท/เทอม  
เกรด 1-5 = 104,500 บาท/เทอม  
เกรด 6-8 = 110,000 บาท/เทอม  
เกรด 9-12 = 115,500 บาท/เทอม  

ร.ร.นานาชาติเอกมัย หรือ EIS  
นร.เก่า  
อนุบาล 1-2 = 193,000 บาท/ปี  
อนุบาล 3 = 315,500 บาท/ปี  
เกรด 1-2 = 396,500 บาท/ปี  
เกรด 3-8 = 384,000 บาท/ปี  
เกรด 9-12 = 387,500 บาท/ปี  

ร.ร.นานาชาติโมเดิร์น หรือ MISB  
นร.ใหม่ เพิ่ม 40,000 บาทต่อปีที่เข้าเรียน  
นร.เก่า  
อนุบาล = 47,220 บาท/เทอม  
เกรด 1-5 = 52,080 บาท/เทอม  
เกรด6-8 = 54,480 บาท/เทอม  
เกรด 9-10 = 58,440 บาท/เทอม  
*อยากรู้ว่า ค่าเทอม 1 ปีกี่บาท ก้อคูณ 2 เอาเองน่ะ  

ร.ร.นานาชาติแห่งใหม่  หรือ NIST  
นร.เก่า  
อนุบาล = 142,500 บาท/เทอม  
เกรด 1 = 190,000 บาท/เทอม  
เกรด 2-6 = 201,500 บาท/เทอม  
เกรด 7-9 = 232,500 บาท/เทอม  
เกรด 10-11 = 253,000 บาท/เทอม  
เกรด 12-13 = 276,000 บาท/เทอม  

กรณีที่หนึ่ง

ข้อคิดอีกมุมมองเท่านั้น....สำหรับนักเรียนหญิงโรงเรียนนานาชาติ

เรียนไม่จบเจอชายในฝัน(ท้องในวัยเรียน) ไม่ต้องกลัวผู้ชายมีตังค์แน่นอนจริงป่ะ ฐานะทางบ้านรวย มีปัญญาเลี้ยงดูแน่ๆ?

ข้อคิดอีกมุมมองเท่านั้น....สำหรับนักเรียนชายโรงเรียนนานาชาติ

เรียนไม่จบเจอสาวในฝัน ฟันกันจน...ท้องในวัยเรียน ไม่ต้องกลัวผู้หญิงมีเงินคงไม่เกาะผู้ชายกินแน่ๆ ใครจะรวยกว่ากันก็เท่านั้น

 

กรณีที่สอง

ข้อคิดอีกมุมมองเท่านั้น....สำหรับโรงเรียนวัด/เอกชนประจำจังหวัด

ผู้หญิง หรือ ชาย ได้เสียเป็นเมียผัว พ่อแม่คงคิดแล้วแหละ

ผู้ชาย : มันจะเกาะลูกชายเราเปล่า / มันจะเอาเงินลูกชายเราไหม/ฐานะเป็นงัย

ผู้หญิง : เกาะชายกระโปรงไหม/ฐานะรวยไหม/มีปัญญเลี้ยงลูกเราไหม

พ่อแม่:แค่มันคนเดี๋ยวก็ไม่มีปัญญาส่งให้เรียนแล้ว เมียมันอีก...เครียด

คุณว่าจริงไหมค่ะ........เราต้องเริ่มทำงานรายได้เสริมแล้วค่ะ ปี 2555

ผู้แสดงความคิดเห็น ฟูราดาน 3จี กำลังหมดจากประเทศไทย วันที่ตอบ 2012-06-20 14:10:20 IP : 125.26.118.180



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.