ReadyPlanet.com


สงสัยครับแล้วทำไมชาวนาถึงจนอยู่ครับ
avatar
.


ไม่ได้ขายปุ๋ยหรอกไอ้อ่อน  ปลูกข้าวโว้ย  ทั้งนาปีนาปรัง  ก็ร้อยไร่นิดๆ เอง  คิดดูเองซิว่าไร่นึงก็ใช้ข้าว 25 Kg  หนึ่งกิโลก็ราวๆ สองพันเม็ด หนึึ่งเม็ดก็แตกกอราวๆ 5-15 ต้น   แล้วลองคูณร้อยไร่ดูว่าข้าปลูกข้าวไปคราวละกี่ต้น

ต้นทุนดูก็ไม่สูงเท่าไหร่

จะสรุปให้ฟังคร่าวๆนะ มันเป็นนานาจิตตังว่าใครจะใช้สูตรใหน  ต้นทุนต่อไร่เท่าใหร่

ไถดะ 180

แปล 70

หว่านห้าสิบ

หว่านปุ๋ยลูกละหกสิบ

ฉีดยาไร่ละสี่สิบ

ข้าวปลูกไร่ละ 500

สูบน้ำ 200

เกี่ยว 450

ปุ๋ยมั่งยามั่งก็ราวๆ 1500

ลากไปขายตันละ 150

คร่าวๆนะ มันไม่แน่นอนแล้วแต่พื้นที่ก็ตี่ไปอย่างมากก็4000บาทแล้วกัยนะครับเห็นต้นทุนแล้วนารวยมากนะครับ

ถามชาวนาครับไม่รู้จริง ๆเผื่อผมช่วยอะไรได้ไงครับ

อย่างเช่นใช้ซีโอไลท์หรือสารพวกฟลาโวนอยด์ไงครับ



ผู้ตั้งกระทู้ . :: วันที่ลงประกาศ 2012-01-09 15:59:00 IP : 171.97.20.14


[1]

ความคิดเห็นที่ 31 (2256718)
avatar
แวะมาดู

 

 

ตามดูแปลงนา

ผู้แสดงความคิดเห็น แวะมาดู วันที่ตอบ 2012-02-28 11:47:13 IP : 113.53.98.41


ความคิดเห็นที่ 30 (2251377)
avatar
Golf

สาเหตุที่ชาวนาไทยยังจนอยู่ไม่ใช่เพราะรัฐบาลหรือว่าโรงสีเขาเอาเปรียบหรือราคาน้ำมันราคาปุ๋ยราคาสิ่ง ๆ ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำนาแพงหรอกครับ    จะเห็นได้ชาวนาไทยส่วนมากไม่ค่อยได้เรียนหนังสือกันเท่าไหร่ (ไม่ได้ดูถูกนะครับ) 

ผมใช้เวลาค้นหาตอบมา 7 ปีกว่า (ตอนนี้ผมอายุ 23) เพื่อต้นหาสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมชาวนาไทยถึงยังจนอยู่  เพราะว่าครอบครัวผมเองก็เป็นชาวนาเหมือนกันครับ   ปี ๆ หนึ่งทำนาข้าวก็ได้เยอะพร้อมสมควรแต่พอนำไปขายหลังต้นทุนแล้วเหลือไม่เท่าไหร่เลยครับ    และผมก็พบต้นเหตุที่คำว่า "ชาวนาไทยทำไมถึงจน"  คำตอบนั้นอยู้ใต้จมูกของผมมาตลอดครับ  

คำตอบนั้นคือ "การศึกษา" นี่เองครับ  ที่เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวนาไทยยังจนอยู่ครับ   "การศึกษา" ผมไม่ได้หมายถึงว่าการเรียนจบระดับแบบปริญญาตรี โท เอก อย่างเดียวนะครับ  "การศึกษา" ที่ผมหายถึง "การเรียนรู้ศึกษาวิธีการใหม่เพื่อนำมาประยุกต์และบริหารจัดการในสิ่งที่เราทำหรือประกอบอาชีพ" ครับ เช่น  การฝึกอบต่าง ๆ การเรียนต่อในระดับที่สูงกว่า  การไปศึกษาดูงานในโครงการต่าง ๆ ที่ผู้อื่นทำแล้วประสบความสำเร็จ และที่สำคัญคือการนำเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาปฏิบัติและประยุกต์ใช้เป็นต้น 

คิดเล่น ๆ นะครับ...ลองเอาคนที่จบระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือคนที่เคยไปศึกษาค้นคว้าแนวทางใหม่ในการทำงานต่าง ๆ หรือคนที่เคยทำงานโรงงานในระดับบริหารตามส่วนต่าง ๆ ของโรงงานมาทำนาดู ผลลัพที่ออกมาคือ "ทำนาแล้วรวยครับ"   เพราะคนเหล่านี้มีการศึกษาดูงาน ฝึกอบรมเรื่องต่าง ๆ และพัฒนา  ศักยภาพของตัวเอง   เหตุผลคือ เขามีการทำงานเป็นขั้นเป็นตอน เช่น การวางแผน การคำนวนต้นทุน การลดต้นทุน การประยุกต์ต่อยอดผลิตภัณฑ์ของข้าว  เป็นต้น  อย่างลืมนะครับว่าข้าวเปลือกก็ขายได้ ข้าวสารก็ขายได้  ข้าวสวยร้อน ๆ ก็ขายได้  ขายที่แห้งแล้วยังขายได้นะครับ  แค่รู้จักคิดต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้เป็นครับ 

เพราะต่อไปในอนาคตคนที่จะรวย "คือคนที่มีของกิน" นะครับ   ดังนั้นชาวนาหรือผู้ที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้จงรีบประตัวใหม่หันมาคิดทบทวนเรื่อง "การศึกษา" ให้ดีนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Golf วันที่ตอบ 2012-02-07 14:44:42 IP : 113.53.233.105


ความคิดเห็นที่ 29 (2245815)
avatar
ชาวบ้าน

ทำอาชีพอะไร จะจนจะรวยต้องรู้จัก การทำ cost control  ทำบัญชีขาดทุนกำไรเป็น คนไทยส่วนมากไม่ค่อยทำกัน จึงไม่รู้แต่ละปีแต่ละเดือนเงินเข้าเท่าไร ออกเท่าไร กำไรขาดทุนเท่าไร รู้จักหลักเศษฐศาสตร์  demand - supply  ไม่ใช่ทำนาก็ทำอย่างเดียว ฝนแล้ง น้ำท่วม ทำๆๆๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาวบ้าน วันที่ตอบ 2012-01-17 09:41:41 IP : 125.26.85.252


ความคิดเห็นที่ 28 (2245790)
avatar
157

 

 อะนี่ให้ลุงร้อยไร่เผื่อกลับมาอ่านอืกตรั้งน่งดีกว่านูเรียแน่นอน ไนโตรเจน3%นะแต่มันอยู่ได้นานกว่าเพราะมีกรดฮิวมิกมาจัยธาตุอาหารไว้หวังวาคงรู้จักนะว่าฮิวม้สตืออะไร
HUMUS เป็นส่วนวัสดุที่เหลือจากกระบวนการผลิต ในอุตสาหกรรมอาหาร
ที่มีประโยชน์ในทางการเกษตร
ฮิวมัสคืออินทรียวัตถุที่ถูกเปลี่ยนรูปร่างให้มีขนาดเล็กอย่างสมบูรณ์แบบ โดยจุลินทรีย์และสารเคมี มีโครงสร้างสลับซับซ้อนคงทนต่อการสลายตัว รูปร่างไม่แน่นอนมีสีน้ำตาล หรือน้ำตาลดำ มีองค์ประกอบทางเคมี คือ คาร์บอนไฮโตรเจน ออกซิเจนไนโตรเจน ฟอสฟอรัส กำมะถัน และธาตุอื่น ๆมีหน้าที่เข้าไปแทรกอยู่ในดินเหนียวและดินทรายจะช่วยให้อนุภาพของดินทั้งสองแยกออกจากกันทำให้ดินร่วนหรือดินโปร่งขึ้นทำให้อากาศสามารถแทรกเข้าไปอยู่ในระหว่างอนุภาคของดินเหนียว มีการระบายน้ำ อากาศและนำแร่ธาตุอาหารที่มีอยู่ในดิน เคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งง่ายต่อการถูกดึงดูดไปใช้จากรากพืช ทำให้พืชแข็งแรง สมบูรณ์มีความทนทานต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืช
ชื่อสินค้า:                                                Humus (ฮิวมัส)
กระบวนการผลิต :แป้งมันสำปะหลัง                   น้ำตาลบริสุทธิ์          กระบวนการหมัก
เอนไซม์
       ผงชูรส           กรองแยกสารอินทรีย์
Humus (ฮิวมัส)
      
คุณสมบัติ                                                             
ใช้เป็นปุ๋ยรองพื้น และใช้เป็นวัตถุดิบปั่นปุ๋ยเม็ดแทนวัสดุอื่นเนื่องจากมีในโตรเจนสูง
มี Humic acid ที่จะช่วยจับแร่ธาตุในดินให้พืชนำไปใช้เป็นอาหารได้
                                                                                   
ค่าวิเคราะห์ เป็นอัตราเฉลี่ย ต่อเดือน
MONTH =    NOVEMBER 2009

Sample/Date
HUMUS
FG%
TN%
AN%
EN%
FG/EN
AN/FG
LOSSONDRYING
10 NOV
7.90
3.273
1.200
2.073
3.81
.15
48.26
15 NOV
7.21
2.769
1.065
1.704
4.23
.15
48.75
20 NOV
13.52
2.190
0.148
2.042
6.62
.01
49.99
25 NOV
4.80
2.79
0.952
1.846
2.60
.20
49.13
30 NOV
6.06
2.658
0.749
1.909
3.17
.12
48.52
AVG
5.90
2.375
0.707
1.668
3.62
.14
49.38

 
ราคา1.00 บาทต่อกิโลกรัม                                        ไม่รวมค่าขนส่ง
สถานที่รับสินค้า :                                                   
ติดต่อ :                                                       พิสิษฐ์ เรืองลือฤทธิ์ 080-5550226
หมายเหตุ                                                     ราคานี้อาจมีการปรับเปลี่ยนได้
ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-17 08:38:43 IP : 58.11.169.39


ความคิดเห็นที่ 27 (2245064)
avatar
157

จากที่เถี้ยงกันมาทั้งหมดนี้ผมรู้แล้วครับว่าทำไมชาวนาถึงจน

เพราะไม่ยอมออกนอกกรอบบ้างไงครับ

ผมบอกได้เลยครับว่าลุงคิดอะไรอยู่ในกรอบมากเกินไปครับ

ผมไม่รู้นะครับว่าชลประทานถึงที่ลุงหรือเปล่าถ้ายังไม่ถึงก็ขุดสระเลี้ยงปลาเลยครับขี้ปลาเป็นแหล่งในโตเจนที่ดีนะครับทำร้อยไร่

ก็ขุดซัก20ไร่ก็พอครับแล้วลองปล่อยปลาเลี้ยงดูปลานิลก็ได้ครับแลวค่ยปล่อยปลาโรวาน่าไม่รู้จำชื่อถูกหรือเปล่ามันก็คือปลาช่อนอาเมซอนครับตัวนึ่งก็ยาว2เมตรกว่าแล้วตัวนึ่งราคาก็เป็นแสนตรับผมก็รู้นะครับว่า70%พืชกินอาหารทางดิน

http://www.pantown.com/board.php?id=21604&area=4&name=board7&topic=23&action=viewลองอ่านดูเองแล้วกันนะครับ

แล้วก็อย่าลืมล่ะว่าปุ๋ยมันมาได้หลายทางครับไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้ต้องการฮอร์โมนพืชก็สังกะสียังไงล่ะต้องการให้ข่าวเต็มเมล็ดก็ใส่มันให้ครบเลยแล้วกันทั้ง7ตัวนะคงมีขายราคาไม่แพงหลอกครับเน้นที่คีแลทแล้วหน่อยนึ่งก็พอครับ

อย่างลุงว่าแหล่ะทำเกษตรต้องช้งสังเกตุหน่อยไอ้ทฦษดีมันเป็นแค่แนวทางมันก็เปลี่ยนแปลงได้ครับมันไม่เสมอไปหรอกครับ

เป็นที่ตัวเราชั้งสังเกตุแค่ไหนตาหากฏก็ขอขอบคุณครับที่ได้แลกเปลียนความรู้กับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-13 21:27:24 IP : 58.11.12.72


ความคิดเห็นที่ 26 (2244984)
avatar
157

เอาnฉีดดู16-0-0นะ

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-13 14:48:12 IP : 58.11.173.236


ความคิดเห็นที่ 25 (2244970)
avatar
157

ททึกทักเอาเองมากกว่ามั้ง  ฉีดใบยังไม่แห้งแล้วเขียวน่ะ  ยังไงพืชก็ต้องใช้เวลาในการสร้างคลอโรฟิลล์  กว่าจะสร้างจนเขียวขึ้นมามันต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสิบนาทีแน่  เบื่อพวกโง่อวดฉลาด  ชอบอ้างตัวเลขที่ตนตั้งขึ้นมาเอง  ไม่เชื่อตำราวิชาการ  ถามไปยังไม่ตอบกลับเลยว่าข้าวเนี่ยมันต้องการ N กี่กิโล ถ้าเทียบผลผลิต 100 ถัง ถามแค่นี้ก็ยังตอบไม่ได้เลย

ถามเมื่อไหร่ไม่เห็นมีเลยแล้วผมจะรู้ไหมไม่ได้ทำนานิหว่า

ไม่เชื่อก็ลองเอาnดูซิ16-0-0นะ

แล้วถ้าบอกว่าอีกไม่ไกลเท่าไหร่ปุ๋ยทั้งโลกเค้าจะเปลี่ยนเป็นแบบฉีดพ่นหมดและก็มีกรดซิลิคอนH4sio4ก็คงจะหาว่าโม้อีก  แฝงไว้

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-13 14:34:00 IP : 58.11.173.236


ความคิดเห็นที่ 24 (2244966)
avatar
157

ให้อาหารทางรากเปรียบเหมือนกินอาหารทางปากผ่านกระเพาะย่อย แล้วดูดซึมไปใช้  ช้าแต่ชัวร์  เจริญเติบโตแข็งแรง ผลผลิตดี    แต่ให้อาหารทางใบเปรียบเหมือนให้อาหารผ่านสายน้ำเกลือ  เร็ว  ประหยัด  ไม่ตาย  แต่ก็ไม่โต  ก็เท่ากับว่าผลผลิตน้อย แกร็น  ฉันใดก็ฉันนั้น

แหมว่าจะไม่เถียงแล้วชะฉีดทางใบก็โตเร็วว่าทางรากด้วยซ้ำไปประหยัดกว่าด้วย

แล้วเลี้ยงกล้วยไม้ทำไมไม่ต้องใช้ปุ๋ยหว่านล่ะโดยเฉพาะแวนด้านะอธิบายหน่อยซิ

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-13 14:18:45 IP : 58.11.173.236


ความคิดเห็นที่ 23 (2244803)
avatar
...

ให้อาหารทางรากเปรียบเหมือนกินอาหารทางปากผ่านกระเพาะย่อย แล้วดูดซึมไปใช้  ช้าแต่ชัวร์  เจริญเติบโตแข็งแรง ผลผลิตดี    แต่ให้อาหารทางใบเปรียบเหมือนให้อาหารผ่านสายน้ำเกลือ  เร็ว  ประหยัด  ไม่ตาย  แต่ก็ไม่โต  ก็เท่ากับว่าผลผลิตน้อย แกร็น  ฉันใดก็ฉันนั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น ... วันที่ตอบ 2012-01-12 23:26:20 IP : 111.84.154.143


ความคิดเห็นที่ 22 (2244796)
avatar
เหอๆ

ททึกทักเอาเองมากกว่ามั้ง  ฉีดใบยังไม่แห้งแล้วเขียวน่ะ  ยังไงพืชก็ต้องใช้เวลาในการสร้างคลอโรฟิลล์  กว่าจะสร้างจนเขียวขึ้นมามันต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสิบนาทีแน่  เบื่อพวกโง่อวดฉลาด  ชอบอ้างตัวเลขที่ตนตั้งขึ้นมาเอง  ไม่เชื่อตำราวิชาการ  ถามไปยังไม่ตอบกลับเลยว่าข้าวเนี่ยมันต้องการ N กี่กิโล ถ้าเทียบผลผลิต 100 ถัง ถามแค่นี้ก็ยังตอบไม่ได้เลย

ผู้แสดงความคิดเห็น เหอๆ วันที่ตอบ 2012-01-12 23:01:48 IP : 202.91.19.169


ความคิดเห็นที่ 21 (2244652)
avatar
157

ผมถึงได้ถามไงว่าหลงวันที่1มกราคม2558คุณจะปรับต้วยังไง

พม่าลาวกัมพูชาเค้าแพ้เราแค่สายพันธ์ข้าวเท่านั้นเอง

 

เอางี้นะ  ลองนึกย้อนไปสมัยคุณปู่คุณย่าทำนา  สมัยนั้นใช้แต่ปุ๋ยทางดิน พวกขี้วัวบ้างอะไรบ้าง  บางรายก็ไม่ใส่เลย  เพราะว่าในดินมีมีอยู่ครบ  แล้วทางรากก็เอาขึ้นมาใช้ได้ดี  เห็นมั้ยว่าสมัยโน้นไม่ต้องฉีดยาสวรรค์วิมานอะไรให้มันเหนื่อย  เขาก็ได้ข้าวไปขายไปกินกันเยอะแยะ  เห็นมั้ยว่าการให้อาหารทางดินเพียงพอก็ไม่ต้องการอาหารทางใบสักนิด   แล้วอย่างนี้จะให้ผมบอกว่าทางใบมันกิน 70 งั้นหรอ  แล้วสมัยก่อนมันกินจากทางรากอย่างเดียวทำไมมันอยู่ได้ แล้วก็เจริญงอกงามดี  ดูอย่างผลไม้ในสมัยก่อนดิ เขาก็ไม่ได้ฉีดพ่นอะไร  เขาก็เก็บไปขายกันโครมๆ  ดูอย่างทุเรียนเมืองนนท์ดิ  สมัยก่อนเขาก็ใส่ปุ๋ยทางดินกันบ้างเล็กน้อย มันก็มีผลผลิตดี  ยังไงทางรากมันก็ต้องลำเลียงธาตุอาหารอาหารมากกว่าทางใบอยู่แล้ว  อย่าแถเลย  ผมก็บอกแล้วไงว่าให้ไปถามนักวิชาการดู  อย่ามัวแต่มั่วข้อมูลจากบริษัทขายตรงอีกเลย  ผมละเบื่อ   คนขายยาทั้งหลายเคยทำนามั้ย  ถามแค่นี้แหละ  รู้มั้ยว่าข้าวเนี่ยมันผสมเกสรกันตอนใหน  รู้มั้ยว่าข้าวเนี่ยมันต้องการ NPK อย่างละกี่กิโลถ้าคิดให้มีผลผลิต 100 ถัง แล้วช่วงใหนที่ข้าวใช้ P มากที่สุด   เอาเท่านี้พอก็สมัยก่อนดินมนสมบูรณ์นะสิผมว่าโยน70/30ทิ้งไปเลยก็ได้เอาเป็นว่าพิชถ้ามันรับอาหารเพียงพอก็จบแล้ว

ไม่ว่าจะใส่ทางดินหรือทางใบ

แล้วทำไมปัจจุบันต้องใส่ปุ๋ยล่ะทำไมทำตามสมัยปู่ย่าตายายล่ะ

ผมก้อธิบายแล้วไม่ใช่เหรอว่า

เรียบเลี่ยงแล้วไงก็ถึงบอกกว่ามันก็กลับกันได้ไงล่ะดินต้นไม้อยู่กับดินที่มีธาตุอาหารไม่ต้องฉีดทางใบก็ได้ก็อยู่รอดไงล่ะส่วนทางใบก็อ้างถึงในแลปเพาะเนื้อเยื่อว่ามันไม่มีรากคอยดูดอาหารมันก็กินได้100%เหมือนกันไงล่ะ

และการให้อาหารทางใบมันประหยัดกว่ากันตั้ง20เท่าหรือมากกว่า20เท่าด้วยซ้ำไปไงล่ะกระทู้นี้ยังไม่ได้โพสขายของและห้ามโพสขายด้วย

คือจริง ๆจะสือว่าฉีดเท่าไหร่ก็ได้อย่างให้มันเข้มข้นเกินไปนักเพราะกินทางใบมันเร็วกว่าทางรากมาก ๆๆไอ้70/30นั้นนะมันไม่สำคัญเท่าไหร่หรอกถ้าฉีดแล้วพืชพอกินมันก็จบแล้วหรือท่ามีเงินซื้อปุ๋ยเยอะอยากจะใส่ทางดินอย่างเดียวก็ได้แน่จริงก็ลองใส่อาหารเสริมทางดินดูสิสมมุติสังะสีนะแด่ฉีดพ่นทางใบ8.65ppmแล้วคุณก็ต้องคูณด้วย20เท่าถูกชะล้างไปกับน้ำอีก80%กลองคิดดูสิว่าต้องใช้กี่กรัม สีแดงนีประชดนะ  แล้วทีนี้รู้เหรือยังว่าทำไมอาหารพืชทำไมเค้านิยมฉีดกันก็เพราะดินคุณมันไม่ดีแต่ถ้าต้องการให้พืชรับอาหารโดยเร็วไวก็ต้องฉีดเอาคือทำอย่าไงก็ได้ให้พืชรับอาหารเพี้ยงพอเถียงกับคุณแล้วผมงงมากเลย

เอาอย่างงี้โยน70/30ทิ้งไปก่อน  ต้นไม้มันเลี้ยงอยู่ในดินใช่ไหมถ้าดินคุณดีมาก ๆๆคุณก็ไม่ต้องใส่อะไรเพิ่มฉีดแค่ยากำจัดศัตรูพืชพอแต่ดินคุณไม่ดีคุณก็จำเป็นต้องฉีดปุ๋ยเพิ่มลงไปจนว่าจะเพียงพอโดยอย่าให้เข็มข้นเกินไป(เพราะเดี๋ยวใบไหม้จะหาว่าไม่เตือน)

นักวิชาการเค้าก็เลยสรุปว่า70%พืขต้องการจากดิน30%ต้องการจากพืชหรือว่า98%อะไรของคุณนั้นแหละก็เราะว่าพืชมันอยู่กับดินไงล่ะจริง ๆแล้วจะใส่ฉีด100%เลยก็ได้ถ้าสิ่งที่ยึดเกาะพืชไม่ใช่ดินอย่างเช่นกล้วยไม้สกุลแวนด้าไงล่ะ

จริง ๆผมก็ผิดเองที่อธิบายอ้อมโลกไปถึงแลปเพราะเนื้อเยื่อเพราะคุณไม่เคยเห็นคงจะไม่เข้าใจ

สรุป

ก็เท่านั้น การให้อาหารพืชต้องควบคู่กันไม่ใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าใช้ทางดินมากต้นทุนก็สูง ถ้าใช้ทางใบมากต้นทุนก็ต่ำ ไช่ไหมครับคุณ 157แต่ว่าปุ๋ยฉีดพ่นมันแพงกว่าปุ่ยหว่านมากนะแต่ถึงยังไงก็ให้ผลเร็วกว่ากันเยอะเลยที่ผมสังเกตุดูฉีดไปแล้วใบยังไม่ทันแห้งดีเลยใบก็เขียว***แล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-12 12:51:06 IP : 171.97.13.30


ความคิดเห็นที่ 20 (2244532)
avatar
ชาวนาไม่โง่

เอางี้นะ  ลองนึกย้อนไปสมัยคุณปู่คุณย่าทำนา  สมัยนั้นใช้แต่ปุ๋ยทางดิน พวกขี้วัวบ้างอะไรบ้าง  บางรายก็ไม่ใส่เลย  เพราะว่าในดินมีมีอยู่ครบ  แล้วทางรากก็เอาขึ้นมาใช้ได้ดี  เห็นมั้ยว่าสมัยโน้นไม่ต้องฉีดยาสวรรค์วิมานอะไรให้มันเหนื่อย  เขาก็ได้ข้าวไปขายไปกินกันเยอะแยะ  เห็นมั้ยว่าการให้อาหารทางดินเพียงพอก็ไม่ต้องการอาหารทางใบสักนิด   แล้วอย่างนี้จะให้ผมบอกว่าทางใบมันกิน 70 งั้นหรอ  แล้วสมัยก่อนมันกินจากทางรากอย่างเดียวทำไมมันอยู่ได้ แล้วก็เจริญงอกงามดี  ดูอย่างผลไม้ในสมัยก่อนดิ เขาก็ไม่ได้ฉีดพ่นอะไร  เขาก็เก็บไปขายกันโครมๆ  ดูอย่างทุเรียนเมืองนนท์ดิ  สมัยก่อนเขาก็ใส่ปุ๋ยทางดินกันบ้างเล็กน้อย มันก็มีผลผลิตดี  ยังไงทางรากมันก็ต้องลำเลียงธาตุอาหารอาหารมากกว่าทางใบอยู่แล้ว  อย่าแถเลย  ผมก็บอกแล้วไงว่าให้ไปถามนักวิชาการดู  อย่ามัวแต่มั่วข้อมูลจากบริษัทขายตรงอีกเลย  ผมละเบื่อ   คนขายยาทั้งหลายเคยทำนามั้ย  ถามแค่นี้แหละ  รู้มั้ยว่าข้าวเนี่ยมันผสมเกสรกันตอนใหน  รู้มั้ยว่าข้าวเนี่ยมันต้องการ NPK อย่างละกี่กิโลถ้าคิดให้มีผลผลิต 100 ถัง แล้วช่วงใหนที่ข้าวใช้ P มากที่สุด   เอาเท่านี้พอ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาวนาไม่โง่ วันที่ตอบ 2012-01-11 22:28:59 IP : 103.1.167.199


ความคิดเห็นที่ 19 (2244526)
avatar
อะลองอ่านนี้ดู

ความเห็นที่ 5 (2244442)
แจ้งลบความคิดเห็น

ก็เท่านั้น การให้อาหารพืชต้องควบคู่กันไม่ใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าใช้ทางดินมากต้นทุนก็สูง ถ้าใช้ทางใบมากต้นทุนก็ต่ำ ไช่ไหมครับคุณ 157

ผู้แสดงความคิดเห็น 555 วันที่ตอบ 2012-01-11 13:54:00 IP : 118.172.175.242

 
ความเห็นที่ 4 (2244438)
แจ้งลบความคิดเห็น

เรียบเลี่ยงแล้วไงก็ถึงบอกกว่ามันก็กลับกันได้ไงล่ะดินต้นไม้อยู่กับดินที่มีธาตุอาหารไม่ต้องฉีดทางใบก็ได้ก็อยู่รอดไงล่ะส่วนทางใบก็อ้างถึงในแลปเพาะเนื้อเยื่อว่ามันไม่มีรากคอยดูดอาหารมันก็กินได้100%เหมือนกันไงล่ะ

และการให้อาหารทางใบมันประหยัดกว่ากันตั้ง20เท่าหรือมากกว่า20เท่าด้วยซ้ำไปไงล่ะกระทู้นี้ยังไม่ได้โพสขายของและห้ามโพสขายด้วย

คือจริง ๆจะสือว่าฉีดเท่าไหร่ก็ได้อย่างให้มันเข้มข้นเกินไปนักเพราะกินทางใบมันเร็วกว่าทางรากมาก ๆๆไอ้70/30นั้นนะมันไม่สำคัญเท่าไหร่หรอกถ้าฉีดแล้วพืชพอกินมันก็จบแล้วหรือท่ามีเงินซื้อปุ๋ยเยอะอยากจะใส่ทางดินอย่างเดียวก็ได้แน่จริงก็ลองใส่อาหารเสริมทางดินดูสิสมมุติสังะสีนะแด่ฉีดพ่นทางใบ8.65ppmแล้วคุณก็ต้องคูณด้วย20เท่าถูกชะล้างไปกับน้ำอีก80%กลองคิดดูสิว่าต้องใช้กี่กรัมถึงพอคุณเอกนิตจ้องจะหาเรื่องสอยผมจริงๆเลยนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012
 
 
ไม่ทราบว่าพอจะกระจ่างขึ้นหรือยังครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อะลองอ่านนี้ดู วันที่ตอบ 2012-01-11 21:33:56 IP : 115.87.139.202


ความคิดเห็นที่ 18 (2244497)
avatar
157

เอางี้ทดลองแปลงหน่อยเป็นไร  สิบไร่ก็พอ  อย่างที่ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี บอกว่า  

แตกกอ...N46-0-0 ปุ๋ยยูเรียสำหรับทางใบ(1กิโลกรัมใช้ได้ 10ไร่...นาข้าว) บวก สารแทรกใบพืช(3ซีซีต่อถัง 25ลิตร)  ฉีด 06.00-09.00 น. (ใช้ช่วง คุม-ฆ่าหญ้า 1 ครั้ง และอีก 20 วันครั้ง.....แมลงบั่ว/หนอนม้วนใบ บุก  ก็เขียว 30 กว่าวัน ...........แปลงของจริงมี  ชาวนาใส่ปุ๋ยเคมีปกติ 3 กระสอบต่อ 10 ไร่ เหลือ 1-2 กระสอบต่อ 10 ไร่   


เขาบอกว่า  แตกกอ...N46-0-0 ปุ๋ยยูเรียสำหรับทางใบ(1กิโลกรัมใช้ได้ 10ไร่...นาข้าว)  งั้นลองคิดอัตราส่วนดูซิว่าปุ๋ยเกร็ด 1 กิโลกรัมคิดเป็น 70 %  งั้นทางราก 30% ต้องเท่ากับ 428.57 กรัม    แล้วเราต้องเอาปุ๋ยหนัก 428.57 กรัมไปหว่าน 10 ไร่ดูดิ แล้วผลที่มันจะเกิดก็คือ  ข้าวไม่โต ไม่เขียว ไม่งาม รวงเล็ก ไม่มีน้ำหนัก  ที่ผมพูดมาถูกต้องหรือป่าวล่ะ  ลองคิดกันเล่นๆดูก็ได้


หรือลองทดสอบกันง่ายๆ  ข้าว 10 ไร่ไม่ต้องใส่ปุ๋ยทางดินเลย  ใส่เฉพาะทางใบ พูดง่ายๆคือฉีดพ่นเอา ปกติข้าวเขาใส่ปุ๋ยกัน 2 ครั้ง  แต่ผมยอมให้ฉีดพ่นเอา 4 ครั้งเลยก็ได้  ส่วนของผมเอง ผมจะไม่ฉีดปุ๋ยทางใบเลยสักครั้ง ใส่ปุ๋ยทางดินพอ 2 ครั้งก็ประมาณ 50 กิโลกรัม   แล้วคอยดูผลที่ได้นะ  ผมเองเคยทำแบบนี้ สูงสุดที่ผมเคยได้คือ ไร่ละเกวียน หรือ 1000 กิโลกรัมนั่นเอง 

แต่การให้ปุ๋ยเฉพาะทางใบผมคิดว่าน่าจะได้ข้าวไม่เกิน 400 กิโลกรัมแต่ไร่แน่นอน  ผมขอท้า ใครแพ้ยกนา 10 ไรให้อีกฝ่าย เอามั้ยล่ะพ่อคนขายยา  ผมลองมาหมดแล้ว ของพวกนี้ผมรู้จนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว  อย่ามาโกหกหลอกลวงชาวนาแบบผม  เพราะผมไม่เชื่อ

1โลได้10ไร่ใช่ไหมคุณคิด70/30ได้ต้องเท่ากับ 428.57 กรัม    แต่ว่าต้องคูณด้วย20เท่าเพราะใส่ทางดินแล้วต้องเผื่อการชะล้างไปกับน้ำด้วย80%สรุปไร่นึ่งคุณต้องใส่ปุ๋ยประมาณ42กิโลตาหากเล่าครับไกลเคียงหรือยังก็อย่างที่ผมบอกไงล่ะว่าใช้ฉีดพ่นมันใช้น้อยกว่ากันเยอะมากเพราะมันไม่สูญเสียไปกับน้ำต้นไม้ไม่ได้โดยตรงเลยสู้เอามาฉีดพ่นไม่ได้ส่วนpกับkนั้นต้องใช้ปุ๋ยฉีดโดยเฉพาะอย่าได้เป๋ยหว่านไปฉีดเชียว


ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-11 18:44:53 IP : 115.87.139.202


ความคิดเห็นที่ 17 (2244494)
avatar
157

 
แจ้งลบความคิดเห็น

ผมศึกษามามากกว่าเจ้าของกระทู้แน่นอน คอนเฟิร์มแน่ใจนะที่พูดเนี้ย

ผมขอดูผลหน่อยครับ ว่าที่จ่ายแพงๆไป เทียบกับอาหารเสริมทั่วไป ดีกว่ามากน้อยแค่ไหนผลอะไรของคุณยังไม่ได้เอยชื่อสินค้าเลย

ต้นทุนต่างกันแค่ไหน มีไหม อย่าโม้ เหม็นขี้ฟันครับต่างกันแน่อนถ้าแบบฉ๊ดพ่นนะ

อย่าไปเทียบกับไม่ได้ฉีดนะครับ เทียบกับอาหารเสริมทั่วไปในท้องตลาดครับ"ไม่เข้าใจคุณแต่ที่แน่ ๆคุณก็ลองเอาอาหารเสริมมาลงดินซิว่าใครจะประหยัดกว่ากันและได้ผลมากกว่ากัน

หลอกแดรกไปวันๆ ตกนรกนะครับ ถ้าของมันดีจริง จะอยู่ได้นานผมมีจรรยาบันพอไม่เคยหลอกแดกใครอย่างสารทดแทนยูเรียที่ขายเรียกว่าหลอกแดกหรือเปล่ายูเรียธรรมดาก็ฉีดพ่นได้

ที่ผ่านมาเจออะไรกันไปบ้างจำได้ไหม หลอกขาย ได้กำไรไป ใช้ไม่ได้ผล(แพง) ปิดกิจการอันนี้ไม่รู้มันล้วแต่บริษัท

เปิดใหม่ หลอกขาย ได้กำไร ใช้ไม่ได้ผล(แพง) ปิดกิจการอันนี้ไม่รู้มันล้วแต่บริษัท

วงจรอุบาท

ต้นทุนไม่เท่าไหร หลอกขายแพงๆก็ผมว่านะของราคา100บาทค่าการตลาดก็เข้าไป80บาทแล้วก็จริงอยู่ก็คนส่วนใหญ่ติดยี่ห้อเคยใช้ดีก็ใช้อยู่อย่างนั้นอย่างปูแดงก็ว่าดีแต่พอติดดาวปูแดงก็ว่าไม่ดีทั้ง ๆที่ผลิตที่เดียวกันเห็น ๆสูตรเหมือนกันเป้าะอย่างที่เห็นอยู่  ก็อย่างที่บอกไคโตซานแบบกึ่งสำเร็จโลละ500บาทโลนึ่งผลิตได้50ชุดกคือใช้20กรัมต่อ1ชุด1ชุดใช้ได้1000ลิตรท่านว่าถูกหรือแพงล่ะแต่คุณเหอๆบอกว่าถูกก็ขำดีเนอะ นี่เจ้าของโรงงานมาบอกเองเลยผมยังเคยได้รับแจกมา2ชุดไม่เชื่อไปค้นดูกระทู้เก่า ๆดูได้ย่างจิ๊บเบอลิลีนก็เหมือนกันชอบกันจริง ๆ%ต่ำ ๆนะ99%เสนอแล้วไม่เอาโลละแค่2หมื่นเองแล้วบอกว่าต้องการเยอะมากแต่ติดอยู่ที่ต้องมียี่ห้อ จะว่าคุณสมบัติก็ไม่น่าจะใช่นะเพราะผมก็ลองใช้สินคาที่เค้าส่งมาให้ลองแล้วก็เมือนกัน แล้วผมจะโดนฆ่าไหมเนี้ยที่เอาต้นทุนเค้ามาเปิดเผย

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-11 18:17:16 IP : 115.87.139.202


ความคิดเห็นที่ 16 (2244460)
avatar
.

ผมขอดูผลหน่อยครับ ว่าที่จ่ายแพงๆไป เทียบกับอาหารเสริมทั่วไป ดีกว่ามากน้อยแค่ไหน

ดูอะไรของคุณเหรอยังไม่ได้พูดชื่อสินค้าเลย อย่ามั่ว

ผู้แสดงความคิดเห็น . วันที่ตอบ 2012-01-11 15:04:10 IP : 115.87.139.202


ความคิดเห็นที่ 15 (2244389)
avatar
นรกกินกบาลพวกหลอกลวง

ผมศึกษามามากกว่าเจ้าของกระทู้แน่นอน คอนเฟิร์ม

ผมขอดูผลหน่อยครับ ว่าที่จ่ายแพงๆไป เทียบกับอาหารเสริมทั่วไป ดีกว่ามากน้อยแค่ไหน

ต้นทุนต่างกันแค่ไหน มีไหม อย่าโม้ เหม็นขี้ฟันครับ

อย่าไปเทียบกับไม่ได้ฉีดนะครับ เทียบกับอาหารเสริมทั่วไปในท้องตลาดครับ

หลอกแดรกไปวันๆ ตกนรกนะครับ ถ้าของมันดีจริง จะอยู่ได้นาน

ที่ผ่านมาเจออะไรกันไปบ้างจำได้ไหม หลอกขาย ได้กำไรไป ใช้ไม่ได้ผล(แพง) ปิดกิจการ

เปิดใหม่ หลอกขาย ได้กำไร ใช้ไม่ได้ผล(แพง) ปิดกิจการ

วงจรอุบาท

ต้นทุนไม่เท่าไหร หลอกขายแพงๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นรกกินกบาลพวกหลอกลวง วันที่ตอบ 2012-01-11 10:48:30 IP : 101.108.198.60


ความคิดเห็นที่ 14 (2244326)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี (องค์กรเพื่อเกษตรกรไทย)

เสริม.....พืชคล้ายๆคน  ตรงที่......   

     คุณหมอบอกว่า ....คนต้องกินให้ครบ 5 หมู่    พืชกินอาหารแต่ละวัน หลัก+รอง+เสริม (ป่วยก็รักษาตามอาการ)

*****ให้น้ำเกลือเวลาป่วยอยู่ได้เป็นเดือนๆ โดยไม่กิน แต่ก็ไม่ตาย *****

พืชฉีดทางใบก็ได้ แต่ว่า กฎธรรมชาติ  ต้องมีทางรากด้วยถึงมี 30:70 / 70:30 ซึ่งตัวเลขนี้ก็ไม่แน่ชัดว่า เรื่องจริงๆมันเป็นแบบนี้ไหม

     แต่ที่เห็นด้วยสายตา มันโอเค ให้ทางดินน้อยลง  แต่ฉีดทางใบทุกครั้งที่ฉีดยาฆ่าแมลง  .....ผลผลิตที่ได้ ชาวนาก็ชอบดีอยู่ (หน้าร้าน)

 

<<<เสริมได้ อาจผิดพลาดจากตำรา>>>

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี (องค์กรเพื่อเกษตรกรไทย) วันที่ตอบ 2012-01-11 06:02:19 IP : 180.180.149.170


ความคิดเห็นที่ 13 (2244308)
avatar
157

ส่วนเรื่องโอลิโกเมอร์มันเป็นโมเลกุลสั้นคนขายเคยบอกว่ามันนำอาหารเข้าสู่พืชได้เร็วแต่ได้น้อยโพลิเมอร์ไคโตซานมันนำอาหารเข้าสู่พืชได้ช้าแต่เข้าได้เยอะกว่าครับไม่รู้นะก็คุยกันแล้วจับใจความได้อย่างเนี้ยซื้อมาเป็นแบบแผ่นกับกับแบบผงนะถ้าจำไม่ผิดก็ใช้20กรัมผสมน้ำสมสายชูหรือว่ากรดไนติก1ซองเมื่อละลายหมดแล้วผสมใด้1ลิตรอัตราการใช้1ซีซีต่อน้ำ1ลิตรเห็เค้าบอกคุณสมบัติเอาไว้ข้างต้นนะแล้วยังบอกอีกว่าเค้าขายโลละ500บาทโพลิเมอร์ไคโตซานนิยมใช้กับสัตว์มากกว่าพืชเรื่องระบบย่อยอะไรเนี้ยจำไม่ได้แล้วเพราะผมสนใจแต่พืชเท่านั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-10 23:42:20 IP : 58.9.192.104


ความคิดเห็นที่ 12 (2244305)
avatar
157

หลักการพืชมันก็เหมือนกันแหละ

แล้วทำไมเวลาเพาะเนื้อเยื่อถึงไม่เกิดรากมันก็ทำได้ล่ะ

คุณลองขึ้นไปอ่านข้างบนหน่อยดีไหม

 

ส่วนเรื่องโกลิเมอร์กับโพลิเมอร์ผมผิดเองครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-10 23:13:18 IP : 58.9.192.104


ความคิดเห็นที่ 11 (2244277)
avatar
ชาวนาไม่โง่ เหอๆ

ส่วนเรื่องไคโตซานนะ    เอาแบบพวกโพลิเมอร์นะ  แบบโอลิโกเมอร์เอามาลองแล้วไม่เวอร์คเท่าใหร่สู้แบบโพลิเมอร์ไม่ได้   ส่วนอะโกลิเมอร์ไคโตซานที่บอกมา ผมไม่รู้จัก เกิดมายังไม่เคยได้ยินสักครั้งเลยไคโตซานแบบนี้ 

 

เอาเป็นว่ามีเพียง โพลิเมอร์และโอลิโกเมอร์   เอาแบบ 1.5 % ด้วยนะ ถ้า 2 % มันจะปิดปากใบ ชนิดสายโซ่ยาวจะดี   เอายี่ห้ออะไรก็ได้ที่ถูกๆ ไม่เน้นราคา ขอถูกเป็นพอ ยกเว่นอันนึงที่เคยเอามาทดสอบ

 

ปูแดงไงล่ะ อันนี้อย่ามามาใช้ให้ได้เลย ห่วย เป็นไคโตซานที่ไม่บริสุทธิ์ ผสมสารเหนียวไปด้วย  ทำให้หนืดๆ  ไคโตซานที่ดีต้องไม่มีสี จะออกสีชาหรือชมพูจางๆ ไม่หนืด ไม่มีลม 

 

แล้วลองทดสอบง่ายๆดูคือ เอาน้ำยาล้างจานผสมลงไปแล้วคนๆดู มันจะต้องเป็นคล้ายๆไข่ขาวลวกน้ำร้อน  ถ้าต่างจากนี้ใช่ไม่ได้  ปูแดงทดสอบดูแล้วยังกะถุงยางอยามัยแนะ แล้วอย่างงี้พืชมันจะดูดซึมได้ยังไงล่ะ  


ส่วนเรื่องซีโอไลท์ผมก็รู้ แล้วก็ใช้ด้วย  แต่รู้ไม่ถึงกับคนขายหรอก  เพราะผมไม่ได้ผลิตเอง ไม่จำเป็นต้องรู็้ลึกขนาดนั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาวนาไม่โง่ เหอๆ วันที่ตอบ 2012-01-10 21:18:11 IP : 115.67.196.245


ความคิดเห็นที่ 10 (2244274)
avatar
เกษตรกรไม่โง่

แล้วของเอ็งมันพืชชนิดใหนล่ะไอ้หนุ่ม  นี่ผมบอกว่าข้าวนะ  อย่าทึกทักเป็นอย่างอื่น  ลองกลับไปอ่านด้านบนให้ดีๆ   อันอื่นข้าไม่รู้ ข้าเชี่ยวชาญเฉพาะข้าว  อันอื่นยังไม่ได้ศึกษา  อย่างกล้วยไม้นี่อาจจะจริง(มั้ง)   แต่ลองดูพวกผักไฮโดรโปนิก (ไม่รู้พิมพ์ถูกป่าว)  ไม่เห็นมันต้องการพืชทางใบสักนิด  ปลูกจนเก็บไปขายไม่เห็นต้องฉีดซักครั้ง  แล้วอย่างนี้จะให้บอกว่ายังไงล่ะไอ้หนุ่มน้อย เหอๆ 


 นี่ๆลองไปอ่านงานวิจัยของหน่วยงานราชการบ้างก็ดี จะได้ไม่ต้องทึกทักว่า   ใบ,ราก:70,30  หรือเอาง่ายๆลองโทรไปถามนักวิชาการที่กรมส่งเสริมการเกษตรหรือที่กระทรวงเลยก็ได้  สถานีวิัจัยพันธุ์ข้าวก็ได้  ลองโทรไปดูก็แล้วกัน แล้วต่อไปจะได้ไม่โดนหลอก   ว่าแล้วเห็นตาแดงๆ  โดนพวกขายตรงแหกตามานี่เอง 555


เอางี้ทดลองแปลงหน่อยเป็นไร  สิบไร่ก็พอ  อย่างที่ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี บอกว่า  

แตกกอ...N46-0-0 ปุ๋ยยูเรียสำหรับทางใบ(1กิโลกรัมใช้ได้ 10ไร่...นาข้าว) บวก สารแทรกใบพืช(3ซีซีต่อถัง 25ลิตร)  ฉีด 06.00-09.00 น. (ใช้ช่วง คุม-ฆ่าหญ้า 1 ครั้ง และอีก 20 วันครั้ง.....แมลงบั่ว/หนอนม้วนใบ บุก  ก็เขียว 30 กว่าวัน ...........แปลงของจริงมี  ชาวนาใส่ปุ๋ยเคมีปกติ 3 กระสอบต่อ 10 ไร่ เหลือ 1-2 กระสอบต่อ 10 ไร่   


เขาบอกว่า  แตกกอ...N46-0-0 ปุ๋ยยูเรียสำหรับทางใบ(1กิโลกรัมใช้ได้ 10ไร่...นาข้าว)  งั้นลองคิดอัตราส่วนดูซิว่าปุ๋ยเกร็ด 1 กิโลกรัมคิดเป็น 70 %  งั้นทางราก 30% ต้องเท่ากับ 428.57 กรัม    แล้วเราต้องเอาปุ๋ยหนัก 428.57 กรัมไปหว่าน 10 ไร่ดูดิ แล้วผลที่มันจะเกิดก็คือ  ข้าวไม่โต ไม่เขียว ไม่งาม รวงเล็ก ไม่มีน้ำหนัก  ที่ผมพูดมาถูกต้องหรือป่าวล่ะ  ลองคิดกันเล่นๆดูก็ได้


หรือลองทดสอบกันง่ายๆ  ข้าว 10 ไร่ไม่ต้องใส่ปุ๋ยทางดินเลย  ใส่เฉพาะทางใบ พูดง่ายๆคือฉีดพ่นเอา ปกติข้าวเขาใส่ปุ๋ยกัน 2 ครั้ง  แต่ผมยอมให้ฉีดพ่นเอา 4 ครั้งเลยก็ได้  ส่วนของผมเอง ผมจะไม่ฉีดปุ๋ยทางใบเลยสักครั้ง ใส่ปุ๋ยทางดินพอ 2 ครั้งก็ประมาณ 50 กิโลกรัม   แล้วคอยดูผลที่ได้นะ  ผมเองเคยทำแบบนี้ สูงสุดที่ผมเคยได้คือ ไร่ละเกวียน หรือ 1000 กิโลกรัมนั่นเอง 

แต่การให้ปุ๋ยเฉพาะทางใบผมคิดว่าน่าจะได้ข้าวไม่เกิน 400 กิโลกรัมแต่ไร่แน่นอน  ผมขอท้า ใครแพ้ยกนา 10 ไรให้อีกฝ่าย เอามั้ยล่ะพ่อคนขายยา  ผมลองมาหมดแล้ว ของพวกนี้ผมรู้จนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว  อย่ามาโกหกหลอกลวงชาวนาแบบผม  เพราะผมไม่เชื่อ


ถ้าจะแย้งผมก็ยินดี แต่เอาข้อมูลวิชาการมาแย้งนะ  เอาของหน่วยงานราชการด้วย ไม่เอาจากบริษัทขายของ พวกนี้ปั้นน้ำเป็นตัว เอาข้อมูลกล่าวอ้างลอยๆ อ้างแค่ว่า เกษตรกรใช้แลวได้ผล ที่โน่น นี่ นั่น เอารูปมาลง เอาชื่อมาใส่ แต่ไม่เคยไปทำนาเอง ฉีดเอง พ่นเอง ผมล่ะเบื่อจริงๆ ขี้เกียจจะเซด แต่ถ้าใครรู้จริงรู้เยอะกว่าผมเช่นพวกนักวิชาการเกษตรจากหน่วยงานราชการผมก็ยอม  เพราะเขาทำอาชีพนี้โดยตรง เขาย่อมรู้มากกว่าชาวนาอย่างผมแน่นอน เหอๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เกษตรกรไม่โง่ วันที่ตอบ 2012-01-10 20:56:09 IP : 115.67.196.245


ความคิดเห็นที่ 9 (2244112)
avatar
157

ผมเคยไปอบรมครั้งนึ่งครับเห็นเค้าบอกว่าพืชที่เลี้ยงไว้ในน้ำที่ที่มีปุ๋ยอยู่ในขวดเพาะเนื้อเยื่อที่มันต้องเขย่าความร็ว120รอบต่อนาที

ก็เพราะว่าต้องการอากาศด้วยเค้าจึงได้พัฒนาใหม่โดยการใส่ปุ๋ยให้ท่วมพืชกี่นาทีผมจำไม่ได้แล้วจำได้แต่ว่าต้องดูดน้ำออกให้พืชได้รับอากาศ1นาทีแล้วของเค้าโตเร็วมาก ๆๆเลย2อาทิตย์เท่ากับผมเลี้ยงเป็นเดือนเลยที่ผมไม่ค่อยสนใจเทคโนโลยี่นี้เท่าไหร่ก็เพราะว่ามันควบคุมการติดเชื้อยากมากและต้องเสียเงินซื้อเครื่องกรองากาศอีกหลายหมื่นบาทอยู่แต่ก็พอสรุปได้ง่าย ๆคือพืชต้องการอากาศในการหายใจจำนวนมากพอดูเหมือนกัน

คุณลองเอาไปคิดต่อยอดดูซิว่าจะทำอย่างไงให้พืชได้รับอากาศพร้อมกับปุ๋ยด้วยเพราะทำนอกแลปไม่ต้องกลัวเชื้อโรคอยู่แล้ว

ออเรื่องปุ๋ยปุ๋ยทางดินกับทางใบเมื่อคืนกลับไปนอนคิดดูครับว่าจริงหรือเปล่าแล้วเป็นไปได้ไหมที่พืชจะรับปุ๋ยทางใบ70%เลยให้ทางดินแค่30%ผมว่าเป็นไปได้ครับเพราะในแลปเพาะเนื้อเยื่อเวลาที่มันป็น mbo หรือก้อน เซลเล็ก ๆยังไม่เกิดรากยังเลี้ยงให้เป็นต้นได้แต่คงต้องฉีดปุ๋ยบ่อยหน่อยครับเพราะว่าตอนมันอยู่ในแลปมันแช่อยู่ในอาหารๆท่วมอยู่ตลอดเวลา

อย่าลืมครับว่าพืชตามธรรมชาติแล้วรากมันแช่อยู่ในดินที่มีปุ๋ยอยู่ตลอดเวลาเค้าก็เลยสรุปว่า70%พืชต้องการปุ๋ยทางดิน แต่ ถ้าเราให้ทางใบบ่อย ๆได้ปริมาณมากพอก็น่าจะเป็นไปได้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-10 10:36:20 IP : 58.9.192.104


ความคิดเห็นที่ 8 (2244067)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี (องค์กรเพื่อเกษตรกรไทย)

ความเห็นที่ 7 (2244053)
แจ้งลบความคิดเห็น

แต่เรื่องการกินอาหารพืชพืชมันกินได้ทุกส่วนแหละครับแม้แต่ละอองเรณูของพืชมันยังกินอาหารได้เลยจริง ๆนะผมทำแลปรู้ดี

คุณเคยใช้ปุ๋ยยูเรียมาฉีดไหมล่ะฉีดพ่นได้นะระหยัดปุ๋ยด้วยซิแต่ต้องลดจำนวนความเข้มข้นมา20เท่าเปนวิธีประหยัดปุ๋ยทางนึ่งด้วยแต่ระวังเพลียลงก็แล้วกันนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-10 00:05:30 IP : 171.97.20.14

 

แตกกอ...N46-0-0 ปุ๋ยยูเรียสำหรับทางใบ(1กิโลกรัมใช้ได้ 10ไร่...นาข้าว) บวก สารแทรกใบพืช(3ซีซีต่อถัง 25ลิตร)  ฉีด 06.00-09.00 น. (ใช้ช่วง คุม-ฆ่าหญ้า 1 ครั้ง และอีก 20 วันครั้ง.....แมลงบั่ว/หนอนม้วนใบ บุก  ก็เขียว 30 กว่าวัน ...........แปลงของจริงมี  ชาวนาใส่ปุ๋ยเคมีปกติ 3 กระสอบต่อ 10 ไร่ เหลือ 1-2 กระสอบต่อ 10 ไร่

By นาย เฉิน กดถูกใจ ธาตุอาหารหลัก+รอง+เสริม ครบไชโยๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี (องค์กรเพื่อเกษตรกรไทย) วันที่ตอบ 2012-01-10 05:05:29 IP : 180.180.148.110


ความคิดเห็นที่ 7 (2244053)
avatar
157

แต่เรื่องการกินอาหารพืชพืชมันกินได้ทุกส่วนแหละครับแม้แต่ละอองเรณูของพืชมันยังกินอาหารได้เลยจริง ๆนะผมทำแลปรู้ดี

คุณเคยใช้ปุ๋ยยูเรียมาฉีดไหมล่ะฉีดพ่นได้นะระหยัดปุ๋ยด้วยซิแต่ต้องลดจำนวนความเข้มข้นมา20เท่าเปนวิธีประหยัดปุ๋ยทางนึ่งด้วยแต่ระวังเพลียลงก็แล้วกันนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-10 00:05:30 IP : 171.97.20.14


ความคิดเห็นที่ 6 (2244046)
avatar
157

แต่ที่ผมรู้มาพืชกินทางราก 70%ทางใบ30%ครับ

ส่วนฟลาโวนอยด์ต้องผสมปุ๋ยเพิ่มด้วยเพราะคุณสมบัติมันคือเร่งรากด้วยครับให้กินอาหารให้ดีขึ้นส่วนเรื่องโรคนั้นมนเป็นยาปฎิชีวะนะอย่างดีป้องกันโรคได้จริง ๆผมเห็นด้วยกับคุณครับที่คนขายโม้ว่ากินทางใบ70%

แล้วรู้มาอีกว่าปุ๋ยทางใบใช้น้อยกว่าทางดิน20เท่าครับคุณเหอๆใช้ซีโอไลท์อยู่ใช่ไหมก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ

แนะนำให้ซื้อ cd สองชุดหลังมานั้งดูกันครับเผื่อจะช้วยอะไรได้บ้าง  http://www.thaigreenagro.com/product/vcd2.aspx ผมเองก็ยังไม่ได้ดูเลยเห็นคุณมนเค้าบอกว่าดี

ขอเนะนำไคโตซานหน่อยครับ มันมีทั้งอะโกลิเมอร์ไคโตซานกับซื่ออะไรผมจำไม่ได้แล้วแต่พืชควรจะใช้อะโกลิเมอร์ไคโตซานครับอะโกลิเมอร์ไคโตซานคือใคโตซานโมเลกุลสั้นเหมาะกับพืชมากกว่าส่วนอีกอันนึ่งเหมาะกับสัตว์ครับวันหลังใครถามอะไรจะได้บอกเค้าถูกครับ

แนะนำอีกหน่อยนึ่งครับสารพวกฟลาวานอยด์ไม่ใช่ปุ๋ยนะครับใครบอกว่าเป็นปุ๋ยก็โกหกแล้วครับตามประวัติเดิมที่เค้าใช้กับคนแก้การอักเสบครับแล้วที่บอกกับนาแล้วไม่ได้ผลให้ผมเดานะคงไม่ได้ใส่ปุ๋ยเพิ่มไปแน่ ๆๆเลยหน้าที่โดนเด่นของฟลาโวนอยด์ก็คือกระตุ้นการขยายเซลตามแนวขวางของพืชกัยสร้างคลอล่าฟิวส์ครับเมื่อมันไม่ใช่ปุ๋ยใส่แล้วต้นงามดีใช่ไหมละครับแต่ว่าผลผลิตไม่ได้ครับคือยังไงก็ตองบำรุงดินให้ดีก่อนครับถึงเหมาะที่จะใช้ฟลาโวนอยด์ครับ

และก็อย่างนึงคืออาหารเสริมครับจำเป็นมาก ๆๆๆคุณจะได้เมล็ดข้าวที่มีเม้ดข้าวหรือไม่มีก็ขึ้นอยู่ที่อาหารเสริมด้วยครับ

โดยเฉพาะสังกะสีครับมันจะช่วยลำเลียงและสร้างพวกฮอร์โมนไปทุกส่วนของพืชครับและมักจะขาดบ่อยด้วยครับ

ยินดีที่ได้แรกเปลี่ยนความรู้ด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-09 23:06:26 IP : 171.97.20.14


ความคิดเห็นที่ 5 (2244001)
avatar
เหอๆ

แล้วอีกอย่าง ที่พวกบริษัทขายตรงพวกยา ฮอร์โมนต่างๆมันชอบหลอกชาวนาก็คือ  ข้าวนะมันกินปุ๋ยทางราก 30   ทางใบ 70  อันนี้หลอกกันชัดๆ   แท้ที่จริงแล้วข้าวมันต้องกินทางราก 98    ทางใบ 2   ข้อมูลต่างกันมหาศาลเรื่องตัวเลข  พวกขายตรงมันก็มั่วไปเรื่อย  ลองไปคุยกับนักวิชาการที่กระทรวงเกษตร์ฯ ดูซิ เขาจะว่ายังไง 


อันนี้ถ้าอยากจะแย้งก็ไปหาข้อมูลมาได้  เอาเว็บของหน่วยงานราชการนะ  พวกเว็บขายของมันมั่ว เชื่อไม่ได้  หรือลองไปดูงานวิจัยของสถาบันอีรี่ ของฟิลิปินส์ดูดิ  เขาลงไว้เท่าใหร่   ถ้าหาไม่ได้  ก็อย่ามาหลอกกันอีกว่า  ข้าวนะมันกินปุ๋ยทางราก 30   ทางใบ 70   หลอกแล้วคนขายรวย  คนใช้จน  ผมชอบคนจริงอย่างคุณ  ไปหาข้อมูลมาให้ผมดูหน่อยละกันนะ  เหอๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น เหอๆ วันที่ตอบ 2012-01-09 20:33:42 IP : 1.47.96.224


ความคิดเห็นที่ 4 (2243998)
avatar
เหอๆ

จะถามเองตอบเองไงเนี่ย

แสดงว่าไม่เข้าใจ  ที่ลงไว้เป็นราคาคร่าวๆ ราคาที่ไม่ตายตัวคือปุ๋ย ยา ค่าน้ำมัน ค่าฉีดยา ค่าหว่านปุ๋ย

ถ้าเหตุการณ์ปกติไม่มีแมลงก็ฉีดน้อย ถ้าเพลี้ยดุๆ หนอนดุๆก็ต้องฉีดกันหลายเที่ยว ค่ายาก็หมดเยอะ  เอ้าถ้าเกิดน้ำท่วมก็ต้องสูบอีก   ถ้าแล้งก็ต้องสูบอีก  บางทีก็นาล่มไปอีก บางทีหว่านข้าวไปเจอหอยกัดหมดเอาไม่ทันก็ต้องจ้างคนไปซ่อมอีก หรือลื้อหว่านใหม่ 

 

ก็บอกแล้วไงว่าคร่าวๆ ถ้าเหตุการณ์ดี ฝนฟ้าอำนวย ทุนก็ไม่สูง แต่อีฝนฟ้าเนี่ยสำคัญ นาล่มไปก็เยอะ   แล้วบางเขตเขาทำแค่นาปี  ไม่มีโอกาสแก้ตัว ต้องรอคราวหน้า ทุนที่หามาไว้ลงไว้ก็หมด แล้วไม่ให้จนยังไง 

 

แล้วเจอพวกหลอกขายยาอีก  โน่นก็ดี นี่ก็ใช้   โดนร้านยาหลอกขายยาอีก  นิสัยยิ่งชอบยัดของกันอยู่  เอานี่ไปด้วย โน้นด้วย ดีหมด ไม่ใช้ไม่ได้ข้าวนะ   ขู่ชาวนาอีก  ทีนี้ก็ต้องซื้อ ทุนมันก็เยอะ  บางรายจะเกียวแล้ว  เอ้าดันฝนตกหนัก ข้าวล้ม เปียก ตอนไปเกียวรถมันก็ปั่นออกกับฟางหมด หรือเหยียบจมโคลน   ไม่ได้ข้าว 10 ไร่ได้สองเกวียน แถมเปียกน้ำ  โดนโรงสีตัดราคาอีก เหลือหกพันห้า ไม่ขายก็ลากออกไป   เอาแล้วทีนี้ ผีมาถึงป่าช้าแล้วจะเอาไปไว้ใหนละครับ  ก็ต้องขาย  ได้เงินมา 13000  ค่าลาก  ค่าเกียว ค่าปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์ โน่นนี่นั่นอีกจิปาถะ  แล้วไม่จนได้ยังไง 

 

ชาวนานะมันต้องอาศัยดิน ฟ้าอากาศ  ทำนาไม่ได้โชคดีกันทุกคนหรอก  ผมเองก็โชคดีไม่กี่ครั้ง โดนน้ำเองฝนเอยเล่นงานอยู่บ่อยๆ  เพลี้ยมาโดนค่าโอทูกับยาไปห้าหมื่นก็มี เหอๆ โดนร้านหลอกขายโอทู  ท้ายที่สุดเอาไม่อยู่  เป็นไง แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว

ส่วนที่บอกว่าพวกซีโอไลท์นะ  ผมก็ใช้อยู่นะ  ก็นับว่าใช้ได้  โอทูนี่ไม่เอาเข้านาเด็ดขาด  ห่วยแตก ได้ไม่คุ้มเสียใช้ตั้งแต่แช่เมล็ด ฉีดตามระยะสี่ครั้ง ใส่ปุ๋ยน้อยลง  ผลออกมารวงเล็กกระจิดริด  จากสิบไร่เคยได้เก้าเกวียนกว่าถึงสิบเกวียนก็มี เหลือแค่หกเกวียนครึ่งไม่ถึงเจ็ด  ขาดทุนย่อยยับ

 

คนจะทำนามันต้องเข้าใจ  ถ้าหูเอาก็ไม่ค่อยปรสบผลสำเร็จหรอก  เขาเอาของมาขายก็ซื้อ เอานี่มาขายก็ซื้อ อยากลองของใหม่  ลองไปลองมา ข้าวก็ได้ลดลง ทุนก็เพิ่มขึ้น จนอีก ทำนามันต้องมีสูตรปุ๋ย ยา จะเอาโน่นนี่นั่นมาใส่มาฉีดให้มั่วสูตรก็ไม่ลงตัว  ข้าวก็ไม่ดีเท่าที่ควร

 

พวกที่ผมแนะนำให้ฉีดก็พวกไคโตซาน น้ำหมักจากสัตว์ต่างๆ ฉีดพร้อมกันไปเลย แจ๋ว ไม่ไม่ใช้ของแปลกจากนี้หรอก ไคโตซานก็นับว่าดีแล้ว เหตุที่ว่าดีก็เพราะมันช่วยหลายอย่าง เช่น ปรับน้ำที่เราพ่นให้เป็นกรดอ่อนๆ เหมาะกับการฉีดพ่น เพิ่มประสิทธิภาพยา เป็นจับใบในตัว ช่วยข้าวกินปุ๋ย ป้องกันโรคเชื้อรา และป้องกันแมลง   ประโยชน์แยอะมาก ราคาก็ไม่แพง ลิตรละไม่ถึงร้อยบาท ลิตรนึงก็พ่นได้ 40 ไร่ โดยประมาณ ลองคิดซิว่าต่นทุนกี่บาท  เหอๆ  แต่ถ้าโอทู ราคาลิบลิ่วเลย  อยากจะถามย้อนกลับไปหน่อยเถอะ  คนขายคนใช้ป่าว  ปากก็บอกว่าดี แต่ไม่เคยใช้  ถามแค่นี้ก็จอดไม่ต้องแจวแล้วละครับ

อย่าเอามาขายอีกเลยของสถุนแบบนี้ ไปไกลๆ   งานวิจัยกับการใช้จริงไม่ไม่เหมือนกันหรอก  มันยังมีอีกหลายปัจจัยเป็นผู้กำหนด   คนบ้านผมใช้กันเป็นสิบราย  เดี๋ยวนี้เลิกหมดแล้ว แทบจะเอาขวดปาหัวคนขาย 555

ถ้าอธิบายถึงขนาดนี้ไม่เข้าใจก็จัดว่าเข้าขั้นโง่เต็มที  แล้วอย่ามาถามนะว่าทำไมชาวนาจนเพราะอะไร

 

แล้วอีกอย่าง  ชาวนาที่ทำนาปี เขาต้องใช้จ่ายสิบสองเดือน แต่รายได้เขามีครั้งเดียวคือตอนขายข้าว  แล้วต้องเหลือทุนไว้ทำนาคราวต่อไปอีก  หากปีนั้นนาล่ม แล้วจะเอาเงินใหนมาใช้จ่ายหรือลงทุนรอบต่อไป  บางรายก็ต้องไปซื้อเครื่องจักร เช่น รถไถเล็ก รถไถใหญ่ ไถเดินตาม เครื่องสูบน้ำ ท่อ สายพาน สายยาง จอบ เสียม เครื่องพ่นยา เครื่องตัดหญ้า ท่อสูบน้ำ โอ้ยแยอะแยะไปหมด  แล้วไม่จนได้ยังไงละครับ ของมันต้องกินต้องใช้  

 

ถ้าสงสัยอีกจะโทรมาถามกันเลยมั้ย เหอๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น เหอๆ วันที่ตอบ 2012-01-09 20:25:47 IP : 1.47.96.224


ความคิดเห็นที่ 3 (2243986)
avatar
157

นี่ถ้ามีปัญญาเข้าไปก็อ่านซะนะ http://www.thaigreenagro.com/WebBoard/Answer.aspx?qid=12

ขี้เกียจอธิบายแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น 157 วันที่ตอบ 2012-01-09 19:17:44 IP : 171.97.20.14


ความคิดเห็นที่ 2 (2243981)
avatar
.157

หลอกตรงไหนว่ะ

คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าใครบอกท่านว่าไม่ใส่ปุ๋ยต้องใส่ปุ๋ยซิครับ

ถ้าเป็นซีโอไลท์ใส่แค่ครั้งเดียวพอครับ

ถ้าเป็นฟลาโวนอยด์ลดปุ๋ยลงครึ่งนึ่งครับ

ผลก็มีให้เห็นถมเถไปครับ

สงสัยอยู่ในกระลานานไปหน่อยครับถ้าคุณมีความรู้จริงเรื่องซีโอไลท์คงจะไม่พูดแบบนี้แน่

คุณไม่หัดศึดษาไว้บางหรือครับ

หรือว่าไม่ศึกษา ไม่ลอง ไม่รู้ ก็คนโง่ซิครับ

อย่างว่าบัวมาสี่เหล่า

ผู้แสดงความคิดเห็น .157 วันที่ตอบ 2012-01-09 18:46:05 IP : 171.97.20.14


ความคิดเห็นที่ 1 (2243964)
avatar
นรกกินกบาลพวกหลอกลวง

ชาวนาจน เพราะไปเชื่อพวก ซีโอไลท์ ฟราโวนอยด์ไงครับ

แพง หลอกกันเข้าไป

บอกไม่ต้องใส่ปุ๋ย ฉีดพวกที่บอกไปอย่างเดียวพอ

ปรากฏว่า จนทุกราย

แล้วก็ไม่เข็ด

ผู้แสดงความคิดเห็น นรกกินกบาลพวกหลอกลวง วันที่ตอบ 2012-01-09 17:25:53 IP : 101.108.199.191



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.