ReadyPlanet.com


ราคาไกลโฟเสตปรับขึ้น วันที่ 14 ธันวาคม 2552 kasetzone
avatar
kasetzone


Kasetzone เรียนทุกท่านที่เป็นลูกค้าและสมาชิก

หลังจากมีการปรับราคาไกลโฟเสต และพาราควอต

ในวันที่ 7 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา

ราคาของไกลโฟเสตยังมีการปรับตัวสูงขึ้น

อยู่อย่างต่อเนื่อง ทาง kasetzone

จึงขอปรับราคาขายไกลโฟเสตโดยมีรายการต่อไปนี้

 

ไกลโฟเสต 4 ลิตร

 

1. ไกลโฟเสต สะพาน 4 ลิตร เดิม 290 บาท เป็น 300 บาท

2. ไกลโฟเสต นกทองคำ 4 ลิตร เดิม 290 บาท เป็น 300 บาท

3. ไกลโฟเสต เคเมอร์ 4 ลิตร เดิม 300 บาท เป็น 310 บาท

4. ไกลโฟเสต หวีทอง 4 ลิตร เดิม 330 บาท เป็น 340 บาท

5. ไกลโฟเสต ปืนใหญ่ 4 ลิตร เดิม 340 บาท เป็น 350 บาท

6. มาร์เก็ต 4 ลิตร  400 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

7. ไกลโฟเสต ไอรยา 4 ลิตร  เดิม 350 บาท เป็น 360 บาท

8. ไกลโฟเสต ไอรยา 4 ลิตร  เดิม 350 บาท เป็น 360 บาท

8. ไกลโฟเสต หมีแดง 4 ลิตร  เดิม 320 บาท เป็น 330 บาท

9. ไกลโฟเสต พาโต 4 ลิตร  เดิม 340 บาท เป็น 350 บาท

ไกลโฟเสต 1 ลิตร

 

1. ไกลโฟเสต สะพาน 1 ลิตร เป็น 85 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

2. ไกลโฟเสต นกทองคำ 1 ลิตร เป็น 85 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

3. ไกลโฟเสต เคเมอร์ 1 ลิตร เป็น 85 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

4. ไกลโฟเสต หวีทอง 1 ลิตร เดิม 115 บาท เป็น 120 บาท

5. มาร์เก็ต 1 ลิตร เป็น 120 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

พาราควอต ยังคงราคาเดิมในวันที่ 7 ธันวาคม 2552

พาราควอต 5 ลิตร

 

1. พาราควอต สะพาน 5 ลิตร เดิม 360 บาท เป็น 370 บาท

2. พาราควอต นกทองคำ 5 ลิตร เดิม 360 บาท เป็น 370 บาท

3. พาราควอต เคเมอร์ 5 ลิตร เดิม 360 บาท เป็น 370 บาท

4. พาราควอต หวีทอง 5 ลิตร เดิม 380 บาท เป็น 390 บาท

 

พาราควอต 1 ลิตร

 

1. พาราควอต สะพาน 1 ลิตร เดิม 80 บาท เป็น 85 บาท

2. พาราควอต นกทองคำ 1 ลิตร เดิม 80 บาท เป็น 85 บาท

3. พาราควอต เคเมอร์ 1 ลิตร เดิม 80 บาท เป็น 85 บาท

 

มีผลตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2552

www.kasetzone.com



ผู้ตั้งกระทู้ kasetzone (kasetzone-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2009-12-14 09:14:28 IP : 125.24.82.195


[1]

ความคิดเห็นที่ 4 (3537332)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

organic rice singburi ผลิตข้าวกล้อง,ข้าวสารอินทรีย์ ราคาปลีก-ส่งทั่วไทย

บริการจัดส่งข้าวสารอินทรีย์,ข้าวกล้องอินทรีย์ ทั่วประเทศไทย โทร.087-9181778 ราคาข้าว - สมาคมโรงสีข้าวไทย,จำหน่าย ข้าวสาร ขาย ข้าวหอมมะลิ ข้าวถุง ในราคาส่ง สำหรับ ร้านขายข้าว โดย ป.เคมีภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ส่งตรงจากชาวนาถึงผู้บริโภค | Facebook,ข้าวอินทรีย์ Organic Rice เว็ปไซต์หลัก: www.0879181778.blogspot.com

 

   กลยุทธ์การขยายตลาดข้าวอินทรีย์ภายในประเทศ

 

                นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เผยผลการศึกษาตลาดข้าวอินทรีย์ในประเทศ เพื่อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนากลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์  เพื่อขยายตลาดบริโภคในประเทศพบว่า มาตราฐานและความเชื่อมั่นของกลุ่มลูกค้ามีความสำคัญ รวมถึงการพัฒนากลุ่มผู้ผลิตให้ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญกว่าการใช้แรงผลักดันจากราคา และจำเป็นต้องพัฒนาระบบตลาดสินค้าอินทรีย์เพื่อรองรับข้าวอินทรีย์ที่ยังอยู่ในระบบปรับเปลี่ยนจากการผลิตแบบปกติเป็นอินทรีย์ เพื่อให้ตลาดสินค้าอินทรีย์ในประเทศสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

            สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตรได้ศึกษาตัวอย่างเกษตรกรที่ทำตลาดข้าวอินทรีย์ ทั้งเพื่อการบริโภคในประเทศและส่งออก พบว่ากลยุทธ์ที่สำคัญในการพัฒนากลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์มี 6 กลยุทธ์ ได้แก่

1) กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ต่อผู้บริโภคภายในประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และมีความเชื่อมั่นต่อสินค้าอินทรีย์ ตลอดจนมีความเชื่อมั่นในระบบมาตรฐานตรวจสอบสินค้าอินทรีย์ของประเทศ

2) กลยุทธ์ส่งเสริมระบบการตลาดในประเทศ โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรที่ทำการผลิตข้าวอินทรีย์แต่ยังไม่เข้าระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เข้าระบบมาตรฐานสินค้าอินทรีย์ที่มีต้นทุนในการตรวจสอบต่ำเพื่อให้สามารถเข้าสู่ระบบตลาดข้าวอินทรีย์ภายในประเทศได้ และสร้างระบบตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ระยะปรับเปลี่ยนเพื่อให้สามารถนำสินค้าไปจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่าราคาสินค้าเกษตรทั่วไป  และพยายามหาช่องทางการกระจายสินค้าใหม่ๆ ตลอดจนการสร้างช่องทางการติดต่อสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้กว้างขวางมากขึ้น รวมถึงจัดตั้งให้มีองค์กรพัฒนาการค้าเกษตรอินทรีย์ เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรกลาง ให้การบริหารจัดการพัฒนาการค้าเกษตรอินทรีย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3) กลยุทธ์สร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์ ได้แก่ การสนับสนุนระบบสหกรณ์กลุ่มข้าวอินทรีย์ให้เข้มแข็ง การขยายการรับสมาชิกเกษตรกร การสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากขึ้น ทั้งนี้ภาครัฐควรเข้ามาสนับสนุนด้านเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาการจัดการของกลุ่มให้มีประสิทธิภาพรวมถึงการพัฒนาส่งเสริมการผลิตเกษตรอินทรีย์ ควรใช้เรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก มากกว่าด้านราคา

4) กลยุทธ์พัฒนาองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรข้าวอินทรีย์ ได้แก่ การพัฒนาความรู้ด้านการบริหารจัดการแก่กลุ่มเกษตรกร การสร้างเครือข่ายความรู้เทคโนโลยีการผลิต

5) กลยุทธ์พัฒนาหน่วยงานรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์  โดยภาครัฐควรให้การสนับสนุนพัฒนามาตรฐานและประชาสัมพันธ์หน่วยงานรับรองภายในประเทศให้ผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศยอมรับ ตลอดจนร่วมมือกับหน่วยงานรับรองเอกชนภายในประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการตรวจสอบรับรองมาตรฐาน

6) กลยุทธ์การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต โดยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเกษตรอินทรีย์ตลอดจนพัฒนาปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์ข้าว ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ตลอดจนมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่า โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาทำการแปรรูปข้าวอินทรีย์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการขยายตัวในสายผลิตภัณฑ์เดิม

อย่างไรก็ตามการดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ จะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นจะต้องมีการติดตามงานและส่งเสริมจากภาครัฐตลอดจนความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่องและจริงจัง รวมถึงการจัดตั้งองค์กรพัฒนาการค้าเกษตรอินทรีย์ เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการบริหารจัดการและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้เกษตรกรอินทรีย์ของประเทศไทยเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-11-22 10:34:26 IP : 125.26.112.183


ความคิดเห็นที่ 3 (3537331)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

คัดค้านพ.ร.บ.ปรับราคายูเรีย46-0-0 ขึ้นวันจันทร์ที่11พ.ย.2556นี้

 
ฟังเรื่องข้าวอินทรีย์(เปิดลำโพงด้วยครับ):http://www.organicricesingburi.blogspot.com
ปุ๋ยเคมีสูตร21-3-3+TE ตราคนเขียว ลองซะซิจะได้ฟิน



 ก้อนละ 30 บาทรับสินค้าได้ที่ร้าน  แจกลูกค้าที่ซื้อปุ๋ยเคมีสูตร21-3-3  1ตันแถมฟรี 2ก้อน
 
 

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-11-22 10:33:20 IP : 125.26.112.183


ความคิดเห็นที่ 2 (3537330)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ

 

 
Pic_188016

 

มะนาวแป้นพิจิตร

ผมเคยเขียนถึง “มะนาวแป้นพิจิตร” ไปแล้ว แต่ยังมีผู้อ่านไทยรัฐจำนวนมากอยากทราบว่า มะนาวสายพันธุ์นี้มีที่มาอย่างไร มีข้อดีและหาซื้อกิ่งพันธุ์ได้จากแหล่งไหน ซึ่งในช่วงที่เคยแนะนำในคอลัมน์นั้นมีผู้นำกิ่งตอนของ “มะนาวแป้นพิจิตร” ออกวางขายกันเยอะ และได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปปลูกอย่างกว้างขวาง ต่อมา กิ่งตอนของ “มะนาวแป้นพิจิตร” ได้ขาดหายไป ทำให้หาซื้อไปปลูกได้ยาก

อย่าง ไรก็ตาม เมื่อผู้อ่านไทยรัฐต้องการทราบแหล่งจำหน่ายกิ่งพันธุ์และรายละเอียดความเป็น มาของ “มะนาวแป้นพิจิตร” จึงสอบถามแหล่งขยายพันธุ์  ไม้หลายแห่ง ทราบว่าที่ “สวนประภาสไม้ผล” ของ “คุณประภาส สุภาผล” บ้านอยู่เลขที่ 33/4 หมู่ 7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้ตอนกิ่งพันธุ์มะนาวพันธุ์ดังกล่าวเอาไว้เยอะ และยังบอกอีกว่า “มะนาวแป้นพิจิตร” สามารถปลูกลงโอ่งมังกรมีดอกติดผลดก ไม่ต่างจากการปลูกลงดิน มีผลให้เก็บใช้ประโยชน์ได้ตลอดปีด้วย

โดยการ ปลูกลงโอ่งมังกรมีวิธีง่ายๆ คือ ปรุงดินปลูกให้โปร่งและร่วน ทำทางระบายน้ำก้นกระถางให้ดี อย่าให้ มีน้ำท่วมขังได้อย่างเด็ดขาด หลังจากนำต้นลงปลูกแล้ว  ต้องนำโอ่งมังกรตั้งสูงเหนือพื้นดินพอประมาณ  และตั้งในที่แจ้งมีลมพัดโกรกดีตลอดทั้งวัน รดน้ำพอชุ่มเช้าเย็นบำรุงปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยขี้วัวขี้ควายแห้งโรยตามหน้าดินรอบโคนต้นเดือนละครั้ง พร้อมตัดแต่งกิ่งสม่ำเสมอ  ภายในเวลา 6 เดือน จะมีดอกและติดผลดกเป็นพวงตามภาพประกอบคอลัมน์

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ “มะนาวแป้นพิจิตร” ปลูกลงโอ่งมังกรแล้วมีดอกติดผลภายในเวลา 6 เดือน เนื่องมาจากกิ่งพันธุ์ที่ปลูกเป็นการขยายพันธุ์โดยวิธีทาบกิ่งและเสียบยอด โดยใช้ต้นส้มโอที่เกิดจากการเพาะเมล็ด ทำเป็นต้นตอในการทาบกิ่งและเสียบยอดนั่นเอง เลยทำให้เมื่อติดรากแข็งแรงแล้ว นำไปปลูกได้โตเร็วและมีดอกติดผลตามเวลาดังกล่าว ใครที่ต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูกติดต่อ “คุณประภาส สุภาผล” ได้ ตามที่อยู่ข้างต้น หรือ  หรือไปชมต้นจริงได้ที่งาน ไทยแลนด์  เบส  ช็อปปิ้งแฟร์ เมืองทองธานี  บูธสวนประภาสไม้ผล  จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 23–31 ก.ค.นี้

มะนาวแป้นพิจิตร เป็นมะนาวที่ผสมพันธุ์ขึ้นใหม่ โดยนักวิชาการของไทยจากศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตร ใช้มะนาวแป้นรำไพเป็นต้นแม่พันธุ์ผสมกับมะนาวน้ำหอม มีลักษณะเด่นคือ ทนต่อโรค แคงเกอร์ ได้ดี ปลูกง่าย ต้นเตี้ย มีดอกติดผลตลอดปี ติดผลเป็นพวง ผลใหญ่ ผิวผลสวย ให้น้ำต่อผลเยอะ  น้ำมีกลิ่นหอม รสเปรี้ยวจัดครับ.

"นายเกษตร"

"มะนาว แป้นพิจิตร 1" มะนาวพันธุ์นี้ เป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมของ มะนาวแป้นรำไพ กับ มะนาวน้ำหอมอุดร โดยนักวิชาการของศูนย์วิจัยพืชสวนท่านหนึ่ง แล้วได้ลูกไม้เป็นมะนาวพันธุ์ใหม่ล่าสุดขึ้นมา และตั้งชื่อว่า “มะนาวพันธุ์พิจิตร 1” หรือ “มะนาวแป้นพิจิตร 1” ซึ่งจุดประสงค์ของการผสมพันธุ์มะนาวพันธุ์นี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้ได้มะนาวพันธุ์ใหม่ที่มีความทนทานต่อ “โรคแคงเกอร์” ได้สูง เนื่องจากการปลูกมะนาวทั่วไป เกษตรกรส่วนใหญ่มักเจอปัญหาของโรคดังกล่าวลง เล่นงานผลมะนาวขณะ กำลังติดผล ต้องใช้สารเคมีฉีดป้องกันเป็นประจำ ทำให้ต้องเพิ่มต้นทุนและรายจ่ายในการดูแลมากขึ้น ส่งผลให้มะนาวมีราคาแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว


"มะนาว พันธุ์พิจิตร 1" หรือ "มะนาวแป้นพิจิตร 1" ได้ทดลองปลูกจนติดผลแล้ว ปรากฏว่ามีข้อเด่นคือติดผลดกมาก และ ที่สำคัญเป็นมะนาวที่มีความทนทานต่อการถูก “โรคแคงเกอร์” ลงเกาะกินผลได้ดีกว่ามะนาวสายพันธุ์ทั่วไป ผลมีขนาดใหญ่ เปลือกผลค่อนข้างบาง ให้น้ำเยอะ มีรสเปรี้ยวจัด จึงทำให้ “มะนาวพันธุ์พิจิตร 1” หรือ “มะนาวแป้นพิจิตร 1” ได้รับความนิยมปลูกกันแพร่หลายในปัจจุบัน โดยเฉพาะเกษตรกรทางภาคใต้ และประเทศมาเลเซีย เนื่องจากเป็นมะนาวปลูกง่าย และทนต่อโรคได้ดีนั่นเอง


มะนาว พันธุ์พิจิตร 1 หรือ “มะนาวแป้นพิจิตร 1” อยู่ในวงศ์ RUTACEAE เป็นไม้พุ่มสูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบเป็นใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว ออกเรียงสลับเป็นรูปรีหรือรูปไข่แกมขอบขนาน เนื้อใบมีจุดน้ำมันกระจายทั่ว ก้านใบมีครีบเล็กๆ สีเขียวเข้ม ใบเมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอม


ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด กลีบดอกเป็นสีขาว มีกลิ่นหอมแบบสะอาดๆ ชื่นใจดี กลีบดอกร่วงง่าย

ผล เป็นรูปทรงกลมกึ่งแป้น ก้นผลตัดเรียบ เนื้อในฉ่ำน้ำ เปลือกผลค่อนข้างบาง เมล็ดมีน้อย ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด น้ำมีกลิ่นหอม ขนาดของผลมีขนาดใหญ่กว่ามะนาวทั่วไปชัดเจน ติดเป็นพวง 3-5 ผล ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เสียบยอด และตอนกิ่ง

“มะนาว พันธุ์พิจิตร 1” หรือ “มะนาวแป้นพิจิตร 1” ปลูกได้ ในดินทั่วไป สามารถปลูกลงกระถางขนาดใหญ่และมีผลได้ หลังปลูกบำรุงปุ๋ยขี้วัวหรือขี้ควายแห้งโรยรอบโคนต้นเดือนละครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้มีผลดก และผลใหญ่


 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ บริการดูแลนาข้าว 0-100 วันเต็มๆ (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-11-22 10:32:59 IP : 125.26.112.183


ความคิดเห็นที่ 1 (3358561)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ขายส่งแม่ปุ๋ยทางใบ 25 ก.ก.

 

 

ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี โทร.087-9181778 รับกำจัดหญ้าวัชรพืชนาข้าวทุก

****ฝนตกบ่อย ฉีดคุม-ฆ่าไม่ได้***

>>>รับสมัครตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย…..สินค้าขายตัวมันเองได้<<<

คุณสมบัติ: ทำนาข้าว 10ไร่ขึ้นไป / ชอบทำเรื่องใหม่ / อายุ 22 ขึ้นไป / สามารถเดินรอบจังหวัดที่ตนเองอาศัยได้ / มีเวลาให้กับงานที่มอบหมาย 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ......ติดต่อด่วน คลิก!!!!

ก่อนหน้ามาพบวิธีฉีดลุยน้ำ ท่านต้องพอและโดน !!!มาแล้ว  ใส่ยาเยอะระดับ 70-100ซีซี----ข้าวตายแต่หญ้ารอด  หรือ ตายทั่งข้าวทั้งหญ้า ----ฝนตกครึ่งชั่วโมงไม่ได้ผล

ชนิดตายสนิท........อายุหญ้า20–40วัน โดยที่ไม่ต้องปล่อยน้ำออก ฉีดได้มีน้ำ.......ครึ่งหน้าแข้ง ส่วนใหญ่ข้าว15วันก็เริ่มใส่ปุ๋ยยูเรีย46-0-0 เสียด้วยซ้ำ  ( อุปสรรคมันเยอะ น้ำแห้งบ่อย ,ฉีดไม่ทั่ว ,ที่นาเอียงๆ,เจ้าของแปลงนาไม่เอาใจใส่)  ควรฉีด “A-100 ” เวลา 06.00-08.00 น.เท่านั้น  ผสมกับชุดปราบหญ้าที่ทางทีมงานทดลองแล้วประสบความสำเร็จเท่านั้น (ระวังข้าวตาย ข้าวแดง ข้าวงัน ถ้าคุณชาวนาทำนอกตำราที่ทีมงานทดลองมา)

***นาดำ / นาหว่าน ......ฉีดได้ทั้งหมด ****

>>ถ้าฉีดไม่เบื่อหรือยังไม่ครบ 2ครั้ง อย่าโทรมาน่ะ<<

เกษตรกรนาหว่านปกติใช้สารเคมี คุมเลนช่วง 0-4 วันด้วย สารเคมี เพรทิลาคลอร์ หรือ บิวทาคลอร์ ตามปกติ

คุม-ฆ่า ช่วง 10-15 วันด้วยสารเคมี โคลมาโซน+โพพานิล หรือ บิวทาคลอร์+โพพานิล ตามปกติที่เคยปฏิบัติกันมา  ปรากฏว่า  หญ้าไม่ตายเพราะฝนตกหลังฉีดสารเคมีเสร็จ 30 นาทีเอง กรรมๆ   (เสียยาฟรี)

น่าสนใจ สั่งซื้อผลิตภัณฑ์เดี๋ยวนี้ จัดส่งทั่วโลก!!!

**จำไว้น่ะ สไตล์เฉิน ถ้าไม่ลองจนแน่ใจ จะไม่โฆษณาไปวันๆ ***

         ทำแปลงทดลองก่อนขายจริง.....ตายค่อยซื้อกัน ---- 1 เดือนต่อ เราทำแปลงรอบๆร้าน ทั้งนาดำ นาหว่าน หญ้าทุกประเภทสีม่วงอ่อน ม่วงสะท้อนแสง ม่วงเขียวอมแดงประกายทองแดง .........ปรากฏว่า  ยาเคมีที่ใช้หลากหลายบริษัทเพื่อหาข้อสรุป(จะได้ไม่ต้องบ่นว่า จะตายเหรอ)  ฉะนั้นวันนี้เราขอประกาศว่า ประสบความสำเร็จ เก็บ---ฆ่าหญ้าอายุ 20-40 วันสำเร็จแล้ว

      การจำแนกชนิดของวัชพืชนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะใช้วางแผนการป้องกันและกำจัดให้ถูกวิธีและถูกเวลา ทั้งนี้สามารถจำแนกวัชพืชเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้

        1.วัชพืชใบแคบ (หรือวัชพืชตระกูลหญ้า) เช่นหญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู หญ้าแดง หญ้าดอกขาว

        2.วัชพืชใบกว้าง มีลักษณะเป็นพวกพืชใบเลี้ยงคู่ ใบกว้าง เช่น ผักปอดนา ผักบุ้ง เทียนนา

        3.วัชพืชตระกูลกก ลักษณะทรงต้นคล้ายหญ้า แต่ลำต้นไม่มีข้อ ไม่มีปล้อง ลำต้นเป็นหลอด หรือรูปสามเหลี่ยม ได้แก่ กกทราย กกสามเหลี่ยม กกขนาก หนวดปลาดุก

        4.วัชพืชประเภทเฟิร์น ไม่มีเมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยส่วนของลำต้น และอับเรณู เช่น ผักแว่น ผักกูดนา

        5.วัชพืชประเภทสาหร่าย เป็นพืชชั้นต่ำ ราก ลำต้นและใบไม่แตกต่างกัน เช่น สาหร่ายไฟ        

        ชนิดของวัชพืชที่ชอบขึ้นในนาข้าวที่ปลูกด้วยวิธีต่างๆ

        -นาปักดำ : หญ้าข้าวนก ผักปอดนา ขาเขียด ผักตับเต่า เทียนนา กกทราย กกขนาก หนวดปลาดุก ผักแว่น สาหร่ายไฟ

        -นาหว่านน้ำตม : หญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู หญ้าดอกขาว หญ้าแดง ผักปอดนา ขาเขียด กกทราย กกขนาก หนวดปลาดุก ผักแว่น

        -นาหว่านข้าวแห้ง : หญ้านกสีชมพู หญ้าดอกขาว หญ้าแดง หญ้าหางหมา หญ้ากุศลา ผักปราบนา ผักบุ้ง เซ่งใบยาว เซ่งใบมน โสน กกทราย กกขนาก หนวดปลาดุก

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ขายส่งแม่ปุ๋ยทางใบ 25 ก.ก. (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-17 09:45:05 IP : 125.26.124.130



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.