หน้ารวมกระทู้ > รับผลิตไคโตซานระดับเข้มข้นสูงส...

รับผลิตไคโตซานระดับเข้มข้นสูงสุดของวงการ1ccต่อน้ำ20ลิตรมีงานวิจัยรองรับ
avatar
โชคชัย


ถือเป็นงานวิจัยใหม่ล่าสุดของวงการเกษตรที่สามารถคิดค้นและวิจัยสารสกัด " ไคโตซาน " ได้ในระดับเข้มข้นสูงสุดของประเทศ โดยมีโดสใช้งาน อยู่ที่ 1 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นได้ 1 ไร่  ต้องการหาผู้ที่สนใจรับไปทำแบรนด์ ต้องการเพียงรายเดียวเท่านั้นในประเทศ

                     ขนาดบรรจุ 50 cc ใช้ได้พื้นที่ 50 ไร่   ราคาขายส่ง   300 บาท

                     ขนาดบรรจุ 100 cc ใช้ได้พื้นที่ 100 ไร่  ราคาขายส่ง  500 บาท

หรือจะซื้อเป็น ซีซี ไปบรรจุเองก็ได้ ราคาส่งอยู่ที่ 4-6 บาท ตามเรทสั่งครับ

ราคาสามารถต่อรองกันได้ครับ คนที่เป็นเจ้าของแบรนด์เราจะมอบข้อมูลงานวิจัยเพื่อเอาไปใช้ในการทำตลาดด้วยครับ  สนใจติดต่อ 089-3983617



ผู้ตั้งกระทู้ โชคชัย :: วันที่ลงประกาศ 2012-06-06 14:49:40 IP : 180.183.236.156


[1]

ความเห็นที่ 9 (3428739)
avatar
pite-aom

รับผลิตไคโตซานน้ำเกรดAและไคโตซานผง  ราคาโรงงาน  ไม่แพงอย่างที่คิด  โทรสอบถามได้ตลอดเวลานะคับ 

0878743429  คุณไปร์ท

 

ผู้แสดงความคิดเห็น pite-aom วันที่ตอบ 2013-01-26 11:04:22 IP : 110.77.213.225


ความเห็นที่ 8 (3404304)
avatar
ผจก

ผมว่ามันแพงนะครับ ถ้ามองน่าจะไปได้ดี แต่ราคาที่คุณแจ้งไว้สูง  เอาอย่างนี้ครับ ผมขอซื้อลิตร ละ200 บได้ไหม ถ้าได้ขอซื้อ 10 ลิตรเพื่อใช้เทสสินค้า ว่าไช้ได้จริงหรือเปล่า ติดต่อได้ที่ คมสันติ์  หจก พีเอสเอ็นกรุ๊ป โทร 0833359859

ผู้แสดงความคิดเห็น ผจก (komsanpro9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-28 01:48:50 IP : 110.49.235.135


ความเห็นที่ 7 (3358845)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ขายส่งแม่ปุ๋ยทางใบ 25 ก.ก.

 

นวัตกรรมใหม่!!!สำหรับนาข้าวยุค2555ไม่ต้องคุม-เลน(คุมเปียก 0-4 วัน)  ไม่ต้องคุม-ฆ่า 7-15 วัน ให้ใส่ยูเรียกับนำน้ำเข้าแปลงนาช่วง 7-20 วัน ล่อหญ้าให้ขึ้นเยอะๆ เมล็ดที่ตกค้างผิวดิน  จะได้ฆ่าทีเดียว ประหยัดแน่นอน  ขอทดลองแปลงจริงฟรี รัศมี 50 ก.ม   ฟรีๆๆๆๆๆๆจริงๆๆๆๆๆๆๆๆ  ขายแบบเคลียร์ๆ

ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี โทร.087-9181778 รับกำจัดหญ้าวัชรพืชนาข้าวทุก

****ฝนตกบ่อย ฉีดคุม-ฆ่าไม่ได้***

ก่อนหน้ามาพบวิธีฉีดลุยน้ำ ท่านต้องโดน !!!มาแล้ว  ใส่ยาเยอะระดับ 70-100ซีซี----ข้าวตายแต่หญ้ารอด  หรือ ตายทั่งข้าวทั้งหญ้า ----ฝนตกครึ่งชั่วโมงไม่ได้ผล

ชนิดตายสนิท........อายุหญ้า20–40วัน โดยที่ไม่ต้องปล่อยน้ำออก ฉีดได้มีน้ำ.......ครึ่งหน้าแข้ง ส่วนใหญ่ข้าว15วันก็เริ่มใส่ปุ๋ยยูเรีย46-0-0 เสียด้วยซ้ำ  ( อุปสรรคมันเยอะ น้ำแห้งบ่อย ,ฉีดไม่ทั่ว ,ที่นาเอียงๆ,เจ้าของแปลงนาไม่เอาใจใส่)  ควรฉีด “A-100 ” เวลา 06.00-08.00 น.เท่านั้น  ผสมกับชุดปราบหญ้าที่ทางทีมงานทดลองแล้วประสบความสำเร็จเท่านั้น (ระวังข้าวตาย ข้าวแดง ข้าวงัน ถ้าคุณชาวนาทำนอกตำราที่ทีมงานทดลองมา)

***นาดำ / นาหว่าน ......ฉีดได้ทั้งหมด ****

>>ถ้าฉีดไม่เบื่อหรือยังไม่ครบ 2ครั้ง อย่าโทรมาน่ะ<<

เกษตรกรนาหว่านปกติใช้สารเคมี คุมเลนช่วง 0-4 วันด้วย สารเคมี เพรทิลาคลอร์ หรือ บิวทาคลอร์ ตามปกติ

คุม-ฆ่า ช่วง 10-15 วันด้วยสารเคมี โคลมาโซน+โพพานิล หรือ บิวทาคลอร์+โพพานิล ตามปกติที่เคยปฏิบัติกันมา  ปรากฏว่า  หญ้าไม่ตายเพราะฝนตกหลังฉีดสารเคมีเสร็จ 30 นาทีเอง กรรมๆ   (เสียยาฟรี)

น่าสนใจ สั่งซื้อผลิตภัณฑ์เดี๋ยวนี้ จัดส่งทั่วโลก!!!

**จำไว้น่ะ สไตล์เฉิน ถ้าไม่ลองจนแน่ใจ จะไม่โฆษณาไปวันๆ ***

         ทำแปลงทดลองก่อนขายจริง.....ตายค่อยซื้อกัน ---- 1 เดือนต่อ เราทำแปลงรอบๆร้าน ทั้งนาดำ นาหว่าน หญ้าทุกประเภทสีม่วงอ่อน ม่วงสะท้อนแสง ม่วงเขียวอมแดงประกายทองแดง .........ปรากฏว่า  ยาเคมีที่ใช้หลากหลายบริษัทเพื่อหาข้อสรุป(จะได้ไม่ต้องบ่นว่า จะตายเหรอ)  ฉะนั้นวันนี้เราขอประกาศว่า ประสบความสำเร็จ เก็บ---ฆ่าหญ้าอายุ 20-40 วันสำเร็จแล้ว

      การจำแนกชนิดของวัชพืชนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะใช้วางแผนการป้องกันและกำจัดให้ถูกวิธีและถูกเวลา ทั้งนี้สามารถจำแนกวัชพืชเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้

        1.วัชพืชใบแคบ (หรือวัชพืชตระกูลหญ้า) เช่นหญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู หญ้าแดง หญ้าดอกขาว

        2.วัชพืชใบกว้าง มีลักษณะเป็นพวกพืชใบเลี้ยงคู่ ใบกว้าง เช่น ผักปอดนา ผักบุ้ง เทียนนา

        3.วัชพืชตระกูลกก ลักษณะทรงต้นคล้ายหญ้า แต่ลำต้นไม่มีข้อ ไม่มีปล้อง ลำต้นเป็นหลอด หรือรูปสามเหลี่ยม ได้แก่ กกทราย กกสามเหลี่ยม กกขนาก หนวดปลาดุก

        4.วัชพืชประเภทเฟิร์น ไม่มีเมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยส่วนของลำต้น และอับเรณู เช่น ผักแว่น ผักกูดนา

        5.วัชพืชประเภทสาหร่าย เป็นพืชชั้นต่ำ ราก ลำต้นและใบไม่แตกต่างกัน เช่น สาหร่ายไฟ        

สารเคมีกำจัดหนอนยอดฮิต ณ.เวลานี้

ชื่อการค้า

ชื่อสารเคมี

ขนาดบรรจุ

ราคาขาย

หมายเหตุ

พรีวาธอน

คลอแรนทรานิลิโพรล

250 ซีซี(1ลัง 24ขวด)

สั่งซื้อคลิก

หนอนม้วนใบ-หนอนกอ

เอมเมท

อินดอกซาคาร์บ

250 ซีซี(1ลัง 24ขวด)

 

หนอนม้วนใบ-หนอนกอ

โปรดิจี้

เมทท็อกซีพีโนไซด์

250 ซีซี(1ลัง 24ขวด)

สั่งซื้อคลิก

หนอนม้วนใบ-หนอนกอ

ทาคูมิ

ฟลูเบนไดอะไมด์

50 กรัม (1ลัง 24ขวด)

 

หนอนม้วนใบ-หนอนกอ

F-19

ไดรูส 95% เร็ว แรง ทะลุ

100 ซีซี (1ลัง 30ขวด)

ดูสินค้า คลิก

แทรกซึมตัวหนอน--เพลี้ย

    ขอใบเสนอราคาได้ หรือ ต้องการสินค้าเพื่อใช้งาน ยาเคมีกลุ่มใหม่ ออกใหม่ล่าสุด ปี 2555 นี้  เราจัดส่งทั่วโลก  ติดต่อเรา : 087-9181778  เฉิน

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ขายส่งแม่ปุ๋ยทางใบ 25 ก.ก. (prajob_200000-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-19 12:06:00 IP : 125.26.118.105


ความเห็นที่ 6 (3348559)
avatar
โชคชัย

ขอบคุณมากครับ คุณเดือน ที่ให้เกรียติมาแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน อย่างที่คุณเดือนบอก ด้วยความไม่ชัดเจนในวงการไคโตซาน ว่าจริงๆแล้วไคโตซานที่สามารถเอาไปใช้ในวงการเกษตร เครื่องสำอาง อาหารเสริม แต่ละประเภทนั้น ลักษณะโครงสร้างของอนุพันธ์ไคโตซานควรเป็นเช่นไร เพื่อให้เกิด Activity มากที่สุด ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้มีการจัดทำการศึกษา และ วิจัย ออกมา ซึ่งมีความยุ่งยากมาก กว่าจะได้มาซึ่งความสำเร็จตรงนี้ รายละเอียดเชิงลึกมีการพิมพ์เป็นลายลักษณ์อักษร สามารถยืนยันได้ หากจะมีการนำมาเผยแพร่ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โชคชัย วันที่ตอบ 2012-06-09 10:17:48 IP : 180.183.234.233


ความเห็นที่ 5 (3348553)
avatar
เดือน

- ส่วนตัวผมคิดว่า ไคโตซานขนาดโมเลกุลยิ่งเล็กลง(สายสั้นลง) ประสิทธิภาพในการจับกับสารเคมีตัวอื่น จะลดลงนะครับ

-ลักษณะของไคโตซาน เท่าที่สัมผัสมานะครับ ถ้าโำพลีเมอร์ละลายออกมา จะเป็นสีขาว แต่ทิ้งไว้สีจะค่อยเป็นสีเหลือง

- ไคโตซาน โอลิโกเมอร์สีจะออกเหลือง ละลายออกมาจะเป็นสีเหลือง แต่ทิ้งไว้นานๆ จะสีเข้มขึ้นออกน้ำตาล ยิ่งถ้าตอนตัดโมเลกุลใช้สารพวกเปอร์ออกไซด์มากยิ่งทำให้สีเข้ม มากขึ้น

-แต่ตัวโมโนเมอร์ นี้ถ้าบริสุทธิ์สีขาวนะครับ รสชาติออกหวานเลี่ยนๆ  ตัวนี้ไม่มีคุณสมบัติในการจับไขมันเหมือนไคโตซานเลย 

   ส่วนตัวที่เคยใช้มา พวกพืชเลี้ยงเดี่ยวทที่อยู่กลางแจ้งตัวโพลีเมอร์ จะใช้ได้ดีกว่าโอลิโกเมอร์ ถ้า พวกพืชผักกินใบ โอลิโกเมอร์จะดีกว่า

  แต่พวกนี้คงต้องทำการวิจัยเฉพาะเจาะจงลงไปอีกเยอะครับ

   ปล. ผมมีรูปของ ไคโตซานโมโนเมอร์ให้ดูครับ จริงๆเค้าจะเรียกว่ากลูโคซามีน ตัวนี้เป็นกลูโคซามีน HClimage.ohozaa.com/view2/w7YuOZJbN2lpUYWD

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เดือน (orchid2552-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-06-09 09:11:13 IP : 223.206.136.142


ความเห็นที่ 4 (3348352)
avatar
โชคชัย

ผมขออนุญาติเสริมอีกนิดนึงนะครับ เพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกันโดยง่าย

" อนุพันธ์ไคโตซานนาโน ต่างจาก ไคโตซาน ทั่วไป อย่างไร ???? "

ไคโตซาน คำนี้เป็นที่คุ้นหูและทราบกันดีว่ามีประโยชน์มากมาย ทั้งทางด้านการเกษตร ทางยา สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ โดยที่นักวิจัยของเราได้ทำการพัฒนา ไคโตซาน ปรกติ ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไปในท้องตลาด โดย ไคโตซาน ที่ใช้กันอยู่ จะมี 3 ตัว คือ ไคโตซาน พอลิเมอร์, ไคโตซาน โอลิโกเมอร์, ไคโตซาน โมโนเมอร์(ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ โมโนเมอร์ บางที่อาจเรียก นาโนไคโตซานหรือไคโตซานน้ำดำ เพราะมีสีคล้ำและละลายน้ำได้เลย ราคาแพงกว่ากันเล็กน้อย แต่อายุการใช้งานจะสั้นกว่า) และทั้งสามชนิด ให้ผลไม่ต่างกันมาก

 

      โดยที่ อนุพันธ์ไคโตซานนาโน ถูกพัฒนามาจาก ไคโตซาน ปรกติ และ ไคโตซานนาโน โดยผ่านกระบวนการทางเคมีหลายๆขั้นตอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัว ไคโตซาน  ซึ่งจากผลการวิจัยทั้งในห้องปฏิบัติการ และแปลงสาธิต พบว่า อนุพันธ์ไคโตซานนาโน มีประสิทธิภาพสูงกว่า ไคโตซาน ปรกติ  100-1000 เท่าและมีคุณสมบัติเพิ่มเติมอีกหลายประการ เช่น กระตุ้นภูมิคุ้มกันของพืช กระตุ้นความเขียว ทนต่อสภาพอากาศ ทนต่อแมลงศรัตรูพืช ทำให้ปริมาณผลลิตรและคุณภาพเพิ่มขึ้น อย่างชัดเจน

      ถ้าต้องการรายละเอียดที่มากกว่านี้ ติดต่อ ผมได้โดยตรงนะครับ  089-3983617


ผู้แสดงความคิดเห็น โชคชัย วันที่ตอบ 2012-06-07 11:06:14 IP : 180.183.236.156


ความเห็นที่ 3 (3348350)
avatar
โชคชัย

ขอบคุึณนะครับที่ให้ความสนใจ ผมขออนุญาติตอบคำถามเพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจง่ายๆทั่วกัน ดังนี้ ครับ

นักวิจัยของเราได้ทำการพัฒนาจากตัวไคโตซานธรรมดา เป็นไคโตซานนาโนด้วยเทคนิคของเราเอง เพื่อให้ได้โมเลกุลที่เล็กกว่าปรกติประมาณ 5000-10000 เท่า จากนั้นเราได้พัฒนาอีกขั้นโดยการเพิ่มประสิทธิภาพของตัวไคโตซานนาโน ด้วยเทคนิคแบบ chitosan derivative หรืออนุพันธ์ของไคโตซานนาโน ซึ่งศึกษาอนุพันธ์ของไคโตซานนาโนหลากหลายชนิด

 และ ทำการแทนที่ในหลายๆตำแหน่งของตัวไคโตซานนาโน ซึ่งในที่สุดเราก็ประสบความสำเร็จโดยนักวิจัยของเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ของตัวไคโตซานและไคโตซานนาโนใด้มากกว่า 100 เท่า อีกทั้งยังพบว่ามีคุณสมบัติหลายอย่างเพิ่มขึ้นด้วย เช่น กระตุ้นการสร้างคลอโรฟิล ทำให้พืชสังเคราะห์แสงได้มากขึ้น ลดการคายน้ำเมื่อเจอสภาพอากาศที่ร้อน กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ เพิ่มปริมาณราก ทนต่อความเค็ม เป็นต้น จากนั้นทำการพิสูจน์เอกลักษณ์ด้วยเทคนิค NMR(1H-NMR, C13, COSY, HMBC, HMQC), x-ray diffraction, TGA, DSC, FT-IR และ  SEM โดยตัวไคโตซานเองไม่ได้เป็นอาหารของพืชแต่อย่างได แต่มีคุณสมบัติเป็นฮอร์โมนพืช (plant  hormone)  โดยจากการศึกษาในเชิงลึกจากนักวิจัยของเราพบว่า อนุพันธ์ไคโตซานนาโน ช่วยกระตุ้นให้พืชดูดซึมธาตุอาหารต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งปรกติแล้วปุ๋ยที่ใส่เข้าไปพืชจะนำไปใช้ได้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนที่เหลือจะละลายกับน้ำลงสู่ดิน เหลือไว้เพียงสารตรึงแร่ธาตุประเภทเกลือต่างๆที่ประกอบอยู่ในปุ๋ยเคมี และมีผลทำให้ดิน แข็ง และตาย โดยที่มีงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ  ที่ได้อธิบายถึง การจับกับไอออนต่างๆ (Ion receptor) ในที่นี้คือ  N, P, K ในปริมาณต่อกรัมของตัวดูดซับที่สูง และจับอยู่ด้วยแรงที่ไม่สูงมาก ทำให้ธาตุอาหารค่อยๆถูกปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลทำให้พืชมีการเจริญเติบโตอย่างคงที่และต่อเนื่อง โดยที่อนุพันธ์ไคโตซานนาโน จะมีโครงสร้างในรูปสามมิติคล้ายคลึงกับฮอร์โมนลอกคราบ (egni steroid)ที่อยู่ในแมลงศัตรูพืชต่างๆ ทำให้แมลงศัตรูพืชคิดว่ามีพรรคพวกของตัวเองอยู่ในบริเวณพื้นที่นี้แล้ว จึงไม่ลงมาทำลายพืชผลที่ใช้อนุพันธ์ไคโตซานนาโน ซึ่งเป็นกลไกทางธรรมชาติในการป้องกันศัตรูพืช และในส่วนประกอบของอนุพันธ์ไคโตซานนาโน ยังได้เพิ่มส่วนของสารอินทรีย์ที่มีคุณสมบัติ ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของพืช โดยมีหลักการคือ ให้พิษต่อพืชในปริมาณเล็กน้อยเพื่อทำให้ภูมิคุ้มกันในพืชถูกกระตุ้นทำให้พืช เกิดการตื่นตัวและทนทานต่อสภาวะแวดล้อมได้มากขึ้นอีกทั้งผลักดันตัวเองให้ พืชเจริญเติบโตและขยายพันธ์เพื่อรักษาสายพันธุ์ของตนเองไว้ ซึ่งผลที่ได้คือ ทำให้ผลผลิตมีปริมาณและคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยกระบวนการต่อสู้ระหว่างพืชต่อพืชหรือพืชต่อสัตว์จะเกิดขึ้นในสิ่งแวด ล้อมอยู่ตลอดเวลาเพื่อรักษาสายพันธุ์ไว้ให้อยู่รอด และเนื่องจากพืชเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นพืชที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดังนั้นกระบวนการเองตัวรอดของมันจะต่างจาก วัชพืช หรือแมลงศัตรูพืชที่สามารถเอาตัวรอดได้อย่างยอดเยี่ยม ดังนั้นเราจึงต้องช่วยพืชผลของเราให้อยู่รอดได้ในพื้นที่ของเจ้าถิ่นเดิม นั่นคือ วัชพืช และแมลงศัตรูพืช และจากงานวิจัยชิ้นล่าสุดของเรายังพบอีกว่า อนุพันธ์ไคโตซาน ยังสามารถช่วยในการสร้างสารทุติยภูมิ (ทดสอบด้วยวิธี DPPH radical scavenging, FRAB, ABST, Total phenolic compound, iron chelating assay และ DTNB (สำหรับ DTNB ใช้วิเคราะห์หาประมาณสาร Glutathione โดยใช้ต้นหองแดงในการทดสอบ))  หมายความว่า ทำให้พืชที่ใช้ในการบริโภคมีปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น  ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยชะลอความแก่ชรา  และยังสามารถกำจัดสารพิษตกค้างต่างๆ ที่เหลือจากการใช้ยาปราบศัตรูพืชต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้ผสมน้ำล้างผักหรือผลไม้ก่อนนำมารับทาน หรือฉีดพ่นก่อนการเกิบผลผลิตเพื่อกำจัดสารพิษตกค้าง

       ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ผมจึงต้องการประชาสัมพันธ์เพื่อหาเจ้าของธุรกิจที่มีความเหมาะสมในการรับไปทำแบรนด์ครับ เพราะผมและทีมงาน อาจจะไม่กว้างขวาง และ ถนัดในเชิงตลาดครับ สนใจสอบถามข้อมูล เพิ่มเติม โทร 089-3983617 .... ขอบคุณมากครับ

 
ผู้แสดงความคิดเห็น โชคชัย วันที่ตอบ 2012-06-07 10:49:08 IP : 180.183.236.156


ความเห็นที่ 2 (3348342)
avatar
.

ถามคณ โชคชัย  หน่อยครับมีงานวิจัยว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าไคโตซาน ทั่วๆไป 100-1,000 เท่าครับ...ด้านไหนครับแล้วคุณอัดมันลงไปตั้ง20เท่าทำได้อย่างไงครับ ตอบทางอีเมลก็ได้ครับแลกเปลี่ยนความรู้กันครับ

ka6901@gmail.com

ผู้แสดงความคิดเห็น . วันที่ตอบ 2012-06-07 10:10:11 IP : 58.11.187.198


ความเห็นที่ 1 (3348304)
avatar
โชคชัย

ขอเรียนเพิ่มเติมว่า สารไคโตซาน ที่เอ่ยถึงในข้างต้น ไม่ใช่ ไคโตซาน พอลิเมอร์  โอริกอเมอร์ หรือ มอนอเมอร์ หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า ไคโตซาน น้ำดำ แต่อย่างใดนะครับ มีงานวิจัยว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าไคโตซาน ทั่วๆไป 100-1,000 เท่าครับ... ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โชคชัย วันที่ตอบ 2012-06-06 20:59:44 IP : 180.183.236.156



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.