หน้ารวมกระทู้ > ,มันพันธุ์เกร็ด มังกร

,มันพันธุ์เกร็ด มังกร
avatar
มันเกร็ดมังกร


ขายพันธ์มันสำประหลัง เกร็ดมังกร ราคาพิเศษ ขนส่งฟรี โทร 081-9779463



ผู้ตั้งกระทู้ มันเกร็ดมังกร :: วันที่ลงประกาศ 2012-01-27 17:43:32 IP : 101.109.33.20


[1]

ความเห็นที่ 10 (3347875)
avatar
Canadian Pharmacies

 What are that dragon tips?Can you tell me?

 

Canadian Pharmacies 

ผู้แสดงความคิดเห็น Canadian Pharmacies วันที่ตอบ 2012-06-01 15:59:20 IP : 203.87.152.50


ความเห็นที่ 9 (2250939)
avatar
Trigeminal Neuralgia Treatment

 

Awesome post! Thanks for sharing this to us.

Trigeminal Neuralgia Treatment

ผู้แสดงความคิดเห็น Trigeminal Neuralgia Treatment วันที่ตอบ 2012-02-06 10:06:41 IP : 203.87.152.50


ความเห็นที่ 8 (2249674)
avatar
online shopping

 

Interesting post! Do you have more to share?

online shopping

ผู้แสดงความคิดเห็น online shopping (yesmynameisme-at-yahoo-dot-com )วันที่ตอบ 2012-02-01 13:41:30 IP : 203.87.152.50


ความเห็นที่ 7 (2248578)
avatar
หวังดี

ถึงตนปลูกมันไหน ๆคุณก็ทำชีวิตการเกษตรผมฉิบหายวายวอดแล้วฝากกระทู้นี้อีกซักครั้งก็ดีนะแต่คุณจะกล้าหรือเปล่าเท่านั้นเอง

ว่าถึงอ.ที่ไม่ค่อยเคารพเท่าไหร่แล้วกระทู้ของท่านอันเนี้ยทำไม

http://www.cassava-devlp-center.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=cassava-devlp-centercom&thispage=9&No=1299271

ในความเห็นที่15 ทำไมถึงมีทางเข้าหาคุณณัชชาอยู่ล่ะอย่าบอกนะว่าadminของท่านไม่เห็น

อย่างนี้เค้าเรียกว่าปากว่าตาขยิบ

ส่วนสูตรปุ่ยของคุณนะเก็บไว้ใช้เดี่ยวเถอะกระทั้งจุลินทรีย์มีกี่ประเทภยังไม่รู้เลยหน่วยวัดก๊าซพิษยังไม่แตกดีเลยปุ๋ยเคมียังคำนวนผิดเลยไม่ต้องกลัวใครเค้าก๊อบหลอกครับให้ฟรียังไม่อยากได้เลย

  ผมอยากเรียนถามอาจารย์แค่ 3 ข้อดังต่อไปนี้

แค่เพียงหวังว่าอาจารย์ที่เคารพ จะกรุณาตอบลูกษิตคนนี้ครับ

*ในการปลูกมันแค่อายุ 6 เดือนแล้วเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้น ตามหลักการณ์บนพื้นฐานความเป็นจริงจากที่ผ่านมานั้น ไม่มีใครให้การรับรองตามทฤษฎีไว้ว่าเทคนิกที่จะทำให้มันอายุแค่นี้มีคุณภาพตามที่โรงงานแปรรูปมีต้องการนั้นต้องทำยังไง แต่ตามแนวความคิดใหม่ที่ทางผมได้ทำวิจัยเสาะแสวงหามานั้นมีแนวทางดังนี้ ( ต้องเรียนว่าหลักการณ์ดังต่อไปนี้ถ้าเกิดขึ้นจริง จะพอเป็นได้หรือไม่)

  1. จากการวิจัยพบว่าปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชมากที่สุด คือ แสง ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการสังเคราะห์ปรุงอาหารของพืชถึง 97 เปอร์เซ็น(ซึ่งบางคนอาจคิดว่าเป็นตัวแปรพื้นฐานที่ควบคุมไม่ได้) แต่ถ้าสามารถกระตุ้นให้พืชทำงานมากกว่าปกติ ทำให้มันสำปะหลังสังเคราะห์แสงได้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว จะสามารถย่นระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หรือไม่ที่จริงแล้วการหายใจตาหากสำคัญกว่าการสังเคราะห์แสงก็เพราะ95-98%ของอาหารพืชที่ต้องการคือออกซิเจน ไฮโดเจน และคาร์บอนไม่เชื่อไปหาตำราเปิดอ่านดูได้ในเน็ตไม่มีหลอกเพราะมันเกี่ยวกว่าการค้าต้องพวกทำปุ๋ยหรือนักวิจัยปุ๋ยถึงมี 

 2. ถ้าสามารถมีสารกระตุ้นให้พืชสร้างภูมิคุมกันตั่งแต่เริ่มต้นการเพาะปลูก และกำจัดตัวอ่อนของศรัตรูพืชที่ท่อนพันธ์ไปด้วย จะลดอัตราการเสี่ยงการเกิดโรคในมันสำปะหลังได้มากน้อยเท่าไหร่

3. ถ้าสามารถกระตุ้นให้พืชขยายโครงสร้างมากกว่าปกติ โดยขยายที่รากก่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่ โอกาสในการนำธาตุอาหารในดินเอาไปใช้(แก้ปัญหาพืชไม่กินปุ๋ยนั้นเอง) เพิ่มอัตราการรอดต่อไร่ให้ได้มากกว่า 95 เปอร์เซ็น แล้วสามารถกระตุนให้พืชขยายโครงสร้างในส่วนอื่นๆมากกว่าปกติ สร้างภูมิคุ้มกัน สมบูรณ์ทนทานกว่าปรกติตามวิถีเดิม จะสามารถเพิ่มผลผลิตและย่นระยะการเก็บเกี่ยวได้หรือไม่

4. จากการที้กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเป้นการชักนำให้พืชทำงานมากกว่าปกตินั้นแสดงว่าพืชจะนำธาตุอาหารมาใช้มากกว่าปกติ แต่การเพิ่มเนื้อที่ขอรากเพื่อเพิ่มโอกาสในการกินปุ๋ยก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ผมจึงมีแนวคิดว่าต้องทำให้พื้นดินมีธาตุอาหารสมบูรณ์มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยนำหลักการณ์ใช้จุลินทรีย์ที่สามารถอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อหรือวิกฤติจัด เช่น กรดจัด ขาดอ๊อกซิเจน เป็นต้น และที่สำคัญต้องสามารถปลดหล่อยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช คือมีประโยชน์ต่อพืชนั้นเอง สามารถตรึงไนโตรเจนได้ นำแก๊สไข่เน่าไปใช้เป็นพลังงานของเซลล์ เปลี่ยนไนไตร ไนเตรด ให้ไปอยู่ในรูปแบบที่ไม่มีผลกระทบ และนำจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติเพิ่มธาตุอาหาร ย่อยสลายซากอินทรีย์ในดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริมไม่ให้ทำลายหน้าดิน ไม่เผาหน้าดิน

 
ลำดับ
ธาตุอาหาร
ค่าธาตุอาหารที่มี ( % )
ความต้องการธาตุอาหารของพืช ( % )
1
N = ไนโตเจน                     ( หลัก )
5.59
0.02 – 0.05
2
P = ฟอสฟอรัส                 ( หลัก )
10.75
0.02 – 0.04
3
K = โปรตัสเซีม                 ( หลัก )
4.99
0.02 0.04
4
Ca = แคลเซียม                 ( รอง )
10.25
0.1 -5.0
5
Mg =แม็กนีเซียม              ( รอง )
2.56
0.02 – 2.5
6
S =  กำมะถัน                     ( รอง )
4.52
0.02 – 0.5
7
Fe = เหล็ก                         ( เสริม )
2.56
0.05 – 0.5
8
Mn = แมงกานีส                ( เสริม )
0.10
0.02 – 1.0
9
Zn = สังกะสี                      ( เสริม )
0.057
0.001 – 0.025
10
B = โบรอน                       ( เสริม )
0.059
0.0005 – 0.015
11
Cu = ทองแดง                   ( เสริม )
0.025
0.0005 – 0.015
12
Mo = โมลิบดินัม               ( เสริม )
0.0012
0.00002 – 0.0005
13
Cl = คลอรีน                       ( เสริม )
2.55
0.001 – 0.1
14
C/N =คาร์บอนเนเจอร์ ( ทางอากาศ )
1.1
-
15
Na = โซเดียม                 ( ทางอากาศ )
2.61
-
16
OM                                 ( ทางอากาศ )
5.00
-

 

ตารางที่ดินสมควรจะทำได้โดยจุลินทรีย์ โดยทำให้ดินกลับมาสมบูรณ์ให้มีจุลินทรีย์หลายสายพันธุ์ที่เป็นประโยชน์และมากกว่าในป่าถ้าเทียบต่อหน่วยไม่รู้นะว่าเอาตารางนี้มาจากไหนแต่ข้อ14-15-16ก็ผิดแล้ว

5.ถ้าสามารถพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ และไม่เป็นอันตรายต่อดิน สร้างความสมบูรณ์ ทำให้ดินกลับมาร่วนซุยได้ จะย่นระยะการเก็บเกี่ยวได้ไหม

 

จึงอยากเรียนถามอาจารย์ว่าหลักการณ์พวกนี้ที่อาจารย์อาจเห็นว่า มันเกินความเป็นจริงถ้าทำได้จะทำมัน 6 เดือนได้หรือไม่ และอยากได้ข้อวิจารย์ในทุกแง่มุมของอาจารย์ ลูกษิตคนนี้ยินดีรับฟังด้วยความเคารพ

                                                                                                                                                            คนทำมัน

 แล้วอ.ก็ตอบว่า

Environmental factor : สภาพแวดล้อมที่ควบคุมการเจริญเติบโตของพืช
 
1   แสงสว่าง  เป็นพลังงานที่พืชใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างน้ำตาลแแป้ง
2    อุณหภูมิ   อุณหภูมิของดิน และของบรรยากาศที่ควบคุมอุณหภูมิภายในต้นพืช เช่น
การสังเคราะห์แสงและการหายใจ และเมแทบอลิซึมมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช
3    ความชื้น น้ำหรือความชื้นเป็นวัตถุดิบในกระบวนการสังเคราะห์แสง และทำหน้าทีต่าง
ๆมากมาย ทำให้เซลล์เต่งตัว เป็นตัวเคลื่อนย้ายธาตุอาหารและอินทรียสาร 
ถ้าพืชขาดน้ำจะมีผลกระทบต่อเมแทบอลิซึม กรณีที่ขาดรุนแรงจะหยุดการเจริญเติบโต
และเหี่ยวตายในที่สุด ส่วนในอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ พืชจะคายน้ำมาก และถ้าพืช
เสียน้ำมากก็มีผลต่อการเจริญเติบโต
4   ชนิดและปริมาณของก๊าซต่างๆ ในดิน เช่น ออกซิเจน ไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ ฯลฯ
5   ชนิดและปริมาณของก๊าซต่างๆในอากาศ โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ที่พืช
ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการสังเคราะห์แสง
6   สภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ที่มีผลกระทบต่อพืชและการดำรงชีพของสิ่ง
มีชีวิตต่างๆที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุลินทรีย์ดิน
 
จะเห็นได้ว่าทุกๆตัวมีความสำคัญทัดเทียมกันทั้งสิ้น การที่บอกว่าพืชใช้แสงสว่างสร้างการ
เจริญเติบโตถึง 97 % จึงเป็นสิ่งไม่ถูกต้องนัก ปรกติวันหนึ่งๆเราก็มีแสงและไม่มีแสงใกล้เคียง
กันอยู่แล้ว ยกเว้นกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวี่ยน เช่น สวีเดน ที่แตกต่างกับของเราบ้าง 
ที่บอกว่าจะกระตุ้นให้มีการรับแสงมากกว่าปรกติเป็นเท่าตัวเหมือนอย่างที่เคยโพสท์มาว่า
จะสร้างดวงอาทิตย์ดวงที่สองนั้น ผมเองยังไม่เห็นมีงานวิจัยที่ไหนออกมารับรองเลยครับ
นอกจากทำกันเองเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ หรือถ้ามีแล้วผมไม่รู้
ขอที่มาที่ไปเป็นวิทยาทานด้วยก็แล้วกัน
 
ข้อ 2 มีการทำในพืชอื่นครับ นั่นคือการตัดแต่งพันธุกรรม (GM) ในพืชชนิดอื่นๆ ส่วน
มันสำปะหลังเป็นพืชอาหารที่เราเรียกว่า Non GMO และการทำวิจัยก็มิใช้เพียงแค่ใครก็ได้
ที่คิดจะทำก็สามารถทำได้นะครับ
 
ข้อ 3 พืชไม่กินปุ๋ย มันขึ้นอยู่กับการตรึงของดินที่มีระดับทางเคมีไม่เหมาะสมครับ
การขยายรากของพืชเป็นไปตามกลไกทางชีววิทยาของมันอยู่แล้วครับ หรืออาจมีฮอร์โมน
บางตัวมีพืชสร้างเองได้ มีส่วนช่วยอยู่แล้ว  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าพืชได้รับปัจจัยต่างๆเกื้อหนุน
เพียงพอปัญหาพืชไม่กินปุ๋ยจะหมดไปครับ
 
สุดท้ายพื้นที่ของรากจะสัมพันธ์กับจุดเกิดราก ที่เราเรียกว่า”เพริไซเคิล” หรือในพืชยืนต้น
อาจมีรากแขนงที่แทงออกมาเมื่อรากเดิมแก่ จึงหมายถึงการเพิ่มพื้นที่และจำนวนรากโดย
ตัวมันเองอยู่แล้ว แต่เมื่อมีรากแขนงรากที่แก่ก็ดูดอาหารได้น้อยลงเช่นกัน การนำจุลินทรีย์
มาใช้ปลดปล่อยธาตุอาหารมีการทำอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับจุลินทรีย์ชนิดไหนปลดปล่อยธาตุตัวใด
แต่จุลินทรีย์ทุกชนิดก็อ่อนไหวต่อสภาพความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ดีนั่นเอง  การทำวิจัยมิใช่
เพียงเดือนสองเดือนหรือปีสองปีนะครับ ไม่ง่ายอย่างนั้นเลย ยิ่งในสิ่งที่มีชีวิตด้วยละเอียด
อ่อนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทำเอง ต้องถามว่าสถาบันไหน หรือ ใครรับรองครับ
 
ตารางแหล่งที่มา และการใช้ปุ๋ยที่โพสท์ไปนั้น ผมบอกตามตรงไม่คุ้นเลยครับ ไม่ทราบไป
เอามาจากไหน ความต้องการใช้ปุ๋ยของพืช ถูกจัดอันดับไว้แล้วโดยใช้ปฏิกิริยาตอบสนอง
ของพืชเป็นหลัก เช่น ธาตุอาหารหลัก 3 ตัวที่มีหน้าที่ต่อพืชต่างกัน พืชต้องการมากกว่า
ธาตุอาหารรอง หรือจุลธาตุ เมื่อมีการตัวไหนขาดพืชจะแสดงอาการให้เห็นทันที และ
ลดหลั่นกันลงไ
ผู้แสดงความคิดเห็น หวังดี วันที่ตอบ 2012-01-28 13:24:34 IP : 61.90.74.184


ความเห็นที่ 6 (2248560)
avatar
หวังดี

ออตอนนี้ชื่อเกร็ดมังกรมันเน่าแล้วนะด้วยฝีมืออาจารย์สรรเสริญถ้าคุณคือพวกเดียวกับคุณณัชชาฝากบอกให้เปลี่ยนชื่อพันธ์ใหม่ด้วยก็คงจะขายดีได้อีกครั้งนึงครับ

 

เที่ยวนี้ก็สอนให้เกษตกรตัดกิ่งกระโดงทิ้งสิเพราะว่าสารออกซินมักจะสร้างจากใบอ่อนของยอดถ้าตัดทิ้งในช่วง4เดือนแรกของการปลูกก็คงช่วยได้บ้างแล้วก็ให้บากท่อนมันอย่างที่เคยสอนไว้รับลองว่าดีว่ามันคอนโดของอ.สรรเสริญแน่นอน

 

คนเกลียดอ.สรรเสริญแต่เกลียดคนหลอกลวงยิ่งกว่า

ผู้แสดงความคิดเห็น หวังดี วันที่ตอบ 2012-01-28 11:44:50 IP : 61.90.74.184


ความเห็นที่ 5 (2248558)
avatar
หวังดี

ไปดูเองแล้วกันจริง ๆแล้วผมก็ไม่ค่อยชอบอ.สรรเสริญเท่าไหร่หรอกแต่เห็นการหลอกลวงไม่ไหว

http://www.cassava-devlp-center.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=cassava-devlp-centercom&thispage=9&No=1299271

หวังว่าคุณคงไม่ใช่พวกเดียวับคุณณัชชานะ

ผู้แสดงความคิดเห็น หวังดี วันที่ตอบ 2012-01-28 11:29:57 IP : 61.90.74.184


ความเห็นที่ 4 (2248556)
avatar
หวังดี

  ผมกำลังจะเขียนเตือนผู้อ่านอยู่พอดีเพราะผมเองก็ได้รับอีเมล์อย่างที่คุณรับเช่นกัน บอกตามตรงว่าเหนื่อยหน่ายกับคนกลุ่มนี้มากครับ  มีกลุ่มเดียวและเป็นวิธีคิดเดียวกันทั้งกลุ่ม เมื่อผมได้รับ E mail ผมก็ได้โทรติดต่อไปที่คนส่ง  คุยกันแรกๆก็ทำท่าจะแนะนำด้านวิชาการให้ แต่พอถูกถามในเชิงลึกกลับตอบไม่ได้สุดท้ายก็โบ้ยไปหาอีกคน  พร้อมออกตัวว่าเป็นเพียงหนึ่งในทีมงานมีหน้าที่โพสท์ข้อความเท่านั้น สรุปผมก็คงคล้ายๆกับคุณมานิตย์นั่นแหละ   แต่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีคนโทรไปหาผมถามว่าสนใจไหม  ผมเลยตอบว่าสนใจ  เขาแนะนำตัวว่าเขาเป็นเกษตรอาสาของโครงการหลวง ฯ  พร้อมกับสาธยายว่ามันสำปะหลังที่เขาปลูกอยู่นี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ชื่อ "เกร็ดมังกรจัมโบ้" เพื่อนของเขาเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงพันธุ์ แต่พันธุ์นี้เดิมชื่อ"เกร็ดมังกร" ผู้พัฒนาคนแรกๆอยู่แถวจังหวัดกาฬสิน เมื่อพัฒนาจนประสบความสำเร็จก็ไปทำมาค้าขายอยู่ต่างประเทศ เพื่อนเขาคนนี้จึงนำมาพัฒนาพันธุ์ต่อ  เมื่อประสบความสำเร็จก็เติม "จัมโบ้" เข้าไป จึงกลายมาเป็นพันธุ์ "เกร็ดมังกรจัมโบ้" ด้วยประการฉะนี้   คนที่คุยกับผมคนนี้อยู่แถวอำเภอเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ ผมจำชื่อหมู่บ้านไม่ได้ เขาบอกว่า ตอนนี้เขาปลูกอยู่  57 ไร่ อายุมันสำปะหลังได้ 4 เดือนแล้ว  เขาเล่าว่ามีการขุดทดสอบทุกเดือนตั้งแต่เดือนแรก มันสายพันธุ์นี้มีหัวให้เห็นแล้ว ขนาดหัวเท่าตะเกียบ และจนถึงขณะนี้ 4 เดือนหัวเท่าแขนแล้ว (ไม่ได้บอกแขนเด็กหรือผู้ใหญ่)  อายุการเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 9 เดือน  จะขายต้นพันธุ์ที่อายุตั้งแต่หกเดือน ราคาแกบอกว่าไม่เอากำไรเพราะแกซื้อมาต้นละ 15 บาทจากเพื่อนแก ก็จะขายเพียงต้นละ 15 บาทเท่านั้น ต้นหนึ่งตัดได้ได้ 5 ท่อน   จากนั้นผมจึงถามถึงการใช้ปุ๋ยแกก็อธิบายว่า ใช้เพียงปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้นก็ได้ 94 ตันต่อไร่แล้ว ปุ๋ยอินทรีย์แกคิดค้นขึ้นมาเองเพราะแกเป็นคนของโครงการหลวงฯแกบอกผมว่า  "ผมมีความรู้ด้านนี้ เกษตรอำเภอที่นี่ไม่ขี้ตี.....ของผมหร๊อก"     ผมถามว่ามีเพลี้ยแป้งระบาดไหม  แกบอกว่าระบาด และมากด้วยแต่ไม่อยู่ในสายตาเพราะแกใช้น้ำหมักจัดการจนไม่มีเหลือให้เห็นเลย    หลังจากนั้นแกถามผมว่าผมต้องการจะใช้ต้นพันธุ์เมื่อไรผมเลยบอกว่าจะใช้ตอนนี้เพราะไถกลบปอเทืองไว้แล้วประมาณ 100 ไร่ แต่ต้นพันธุ์ไม่พอเลยต้องหา เสียดายที่ของคุณอายุเพียงสี่เดือนผมเลยหมดโอกาส แกเงียบไปครับคงคิดว่าไม่น่าบอกเลยว่าอายุ 4 เดือน แต่แกก็บอกให้ผมโทรไปหาเพื่อนแกที่จังหวัดกำแพงเพชรครับ ด้วยความอยากรู้ว่าแนวคิดของคนกลุ่มนี้เขาเป็นอย่างไรจึงโทรไปตามเบอร์นั้น  (ลืมบอกไปคนๆนี้เพิ่งทำมันปีแรกครับแต่แกพูดกับผมเหมือนทำมาแล้วเป็นสิบเลย)
          มีคนรับสายเสียงยังไม่แก่และน่าจะเป็นเด็กหนุ่มๆด้วย เลยได้คุยกัน   คนนี้หนักกว่าคนก่อนครับ เพราะเป็นนักวิชาการแกแนะนำทุกอย่าง ถามผมทุกอย่างเช่น ทำกี่ไร่  ใช้ปุ๋ยอะไร  ใช้พันธุ์อะไรได้ไร่กี่ตัน  ฯลฯ  ผมตอบแกว่าทำ 400 กว่าไร่ (ไม่ได้บอกว่าเป็นแปลงสมาชิกของศูนย์นะครับกลัวไก่ตื่น)  ใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี  ใช้พันธุ์กรมวิชาการเกษตร และมหาวิทยาลัยเกษตร ได้ผลผลิตที่ 12 เดือนเฉลี่ยประมาณ 5 ตันต่อไร่บางปีไม่ถึง แกหัวเราะ แกบอกแค่ห้าตันหรือครับ  ของผม 7 เดือน 20 วัน ได้ตก 40 ตันครับ   มี ผกก.ที่สุโขทัยเอาสูตรและพันธุ์ผมไปทำ 2 ไร่ ปรากฏว่าได้ไร่ละ 94 ตัน    ผมขอทราบชื่อผู้กำกับคนนั้นเขาปฏิเสธ บอกว่าแก (ผกก.)ไม่อยากเปิดตัว  เลยไม่รู้ว่ามีตัวตนหรือเปล่า  ผมถามต่อว่าสายพันธุ์นี้พัฒนาอย่างไรคำตอบคือ ใช้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์หลากหลาย เช่น  ทองแดง  ทองขาว  ทองเหลือง  มันห้านาที  ระยอง 81  มาผสมกัน (คงมีคนเคยได้ยินสูตรผสมนี้มาบ้างนะครับ จากหัวหน้างานขายตรงปุ๋ยยี่ห้อหนึ่งเมื่อก่อนออกไอทีวี  บริษัทอยู่แถวๆภาคเหนือตอนล่าง เข้าอ้างว่าเป็นผู้อำนวยการศูนย์อะไรสักอย่างที่ขอนแก่นเกี่ยวกับมันสำปะหลัง 6 เดือน ผลผลิต 10 ตัน  ตอนนั้นแกบอกว่าเอาห้วยบงผสมกับเกษตรศาสตร์ออกมาเป็นทองแดง  ได้ ผลผลิต 10 ตันที่ 6 เดือน แป้ง 30%ขึ้น  เล่นเอานักวิชาการสายตรงที่เกี่ยวข้องงงเป็นไก่ตาแตก  เพราะห้วยบงมันเป็นลูกเกษตรศาสตร์และระยอง 5 อยู่แล้ว ถึงกับมีการนัดพบกันเพื่อขอให้อธิบายข้อมูลการผสม แต่นักวิชาการขายตรงคนนี้แกหลบครับ หนีอย่างเดียว หนีสุดชีวิต จนมีการไปตามกันถึงบ้านแถวเสิงสาง  หรือครบุรีนี่แหละ พบแต่บ้านกับแม่  นักวิชาการหายหัว)  เดี๋ยวนี้ก็ยังมีคนตามตัวอยู่ครับ  เกี่ยวๆกับทีมงานเดียวกันนี่แหละผมเคยเห็นออกมาด่ากันเองทางเว็ปประจำ  แล้วเขาก็บอกต่อว่าผมพิจารณาแล้วที่คุณได้น้อยเพราะคุณใช้ปุ๋ยเคมี  ต้องรีบมาเลย  มาหาผม  ผมจะสอนให้ ต้องใช้ปุ๋ยชีวภาพเลย   ใส่จุลินทรีย์ด้วย (แต่เขาไม่ได้บอกกี่ตระกูล)  เพื่อนผมเก่งและเชี่ยวชาญมากในเรื่องนี้แล้วแกก็ยกเพื่อนแกที่อยู่อุตรดิตถ์เป็นคนของนายหลวง แต่ตัวจริงที่อุตรดิตถ์บอกผมว่าเป็นเพียงเกษตรอาสาของโครงการหลวงฯ   น่ากลัวนะครับนำมาอ้างเช่นนี้ เพราะมันอาจเป็นแนวทางให้ง่ายต่อการชักจูง ทำให้คนที่ไม่รู้หลงเชื่อ
      ผมยังไม่ได้ไปพบเขาเลยครับติดธุระ    เมื่อวันที่ 17 ที่ผ่านมา (วันที่พวกเขาโทรมาหาผม)  ผมไปบรรยายให้กับอำเภอบ้านไร่และคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่องโครงสร้างดินและการอนุรักษ์   ส่วนภาคบ่ายทางภาคปฐพีวิทยาโดย ดร.รุ่งโรจน์ ท่านได้มาสอนการใช้เครื่องมือทดสอบ (การวิเคราะห์ดิน)ให้กับผู้เข้ารับฟังการบรรยาย ซึ่งเป็นนักวิชาการระดับต่างๆของจังหวัดอุทัยธานี  ที่จัดโดย  ท่านนายอำเภอเสวก พุทธรักษา เป็นการจัดที่น่าชื่นชมมากครับ  เพราะแทนที่จะเป็นกรมส่งเสริมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและเกษตรกรกลับเป็นกรมการปกครอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านนายอำเภอท่านก็บอกว่าเป็นหน้าที่ๆ ต้องขจัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนที่ท่านดูแลอยู่ ขอชื่นชมด้วยใจจริงๆครับ และท่านก็บอกมาว่าไม่สงวนสิทธิ ในการที่อำเภออื่นๆจังหวัดอื่นๆ หรือภาคอื่นๆจะนำไปเป็นเยี่ยงอย่างที่ดี ซึ่งผลจะกลับมาตกอยู่ที่แผ่นดินและเกษตรกรของท่านอย่างเต็มที่   ดูตัวอย่างง่ายๆ เมื่อผ่านการอบรมและ ได้เรียนรู้เรื่องดิน การอนุรักษ์   การใช้ปุ๋ย และพื้นฐานการปลูกพืชไปแล้ว  เขาเหล่านั้นจะไม่โดนคนจำพวกนี้หลอกได้แน่นอน1000%   เพราะเขาจะรู้ว่าที่คนกลุ่มนี้นำมาพอพูดออกมาแล้ว มันไม่มีความจริงที่สามารถจะเป็นไปได้เลยด้วยประการทั้งปวง  และเขาจะรู้ทันทีที่ใครก็ตาม อ้าปากชักชวนเขาเหล่านั้นเพราะเขาได้เรียนรู้  รู้ว่าที่พวกนี้แสดงออกมาพูดออกมา แท้ที่จริงแล้วไม่มีความรู้เลยแม้แต่น้อยหรือ "รู้ไม่จริง" เพราะคนรู้จริงเขาจะต้องพูดแต่สิ่งที่เป็นไปได้ในการเกษตรควรเป็น "วิทยาศาสตร์การเกษตร"  ที่สามารถสัมผัสได้ด้วยมือเห็นได้ด้วยตา เช่นการที่ผู้เข้ารับการอบรมในวันนี้ ได้เห็นด้วยตาว่า ดินที่นำมาวิเคราะห์มีธาตุอาหารหลงเหลืออยู่เท่าใด  สมบัติทางเคมีเป็นอย่างไร การแก้ไขควรทำอย่างไรจึงจะถูกต้อง  แต่ที่กลุ่มคนพวกนี้นำมาชักชวนมันเป็นไสยศาสตร์การเกษตร  ที่ชาตินี้ทั้งชาติแถมชาติหน้าให้อีกก็ไม่มีทางสัมผัสได้เลย  ยกเว้นในความฝันเท่านั้น  ผมลืมบอกไป คนๆนี้บอกว่า เริ่มทำมันสำปะหลังเมื่อปี 2551  พื้นที่ปลูก 80 ไร่ ได้ผลผลิตกว่า 40 ตันต่อไร่  ได้กำไร ล้านกว่าบาท       ปีที่ 2552  ปลูก 60 ไร่  ได้กำไรล้านกว่าเช่นกันปีนี้ ปลูก 10 กว่าไร่  จะขายต้นพันธุ์ ต้นละ 15 บาท  (กำไรปีละเป็นล้านสำหรับเกษตรกรไม่น่าลดพื้นที่ปลูกลงจนเหลือแค่สิบกว่าไร่) และกำลังสร้างเครือข่ายเลียนแบบกลุ่มแรกๆ ที่นับวันพื้นดินที่จะเหยียบจะเดิน น้อยลงทุกขณะเพราะมีแต่คนตามหา  แต่ก็นั่นแหละเมื่อมีผู้คนเดินหลงทางเข้ามาในวังวนมันคือเงิน และเงิน แม้โอกาสข้างหน้าจะถูกตราหน้าถูกประณามมันไม่ใช่สิ่งทีคนเหล่านี้จะต้องมานั่งสำนึก เพราะสำนึกแรกและสำนึกเดียวที่มีอยู่คือ "ทำอย่างไรก็ได้ที่จะได้เงิน"


ข้อสังเกตุว่าท่านกำลังจะถูกหลอกจากคนกลุ่มนี้ คือ
1)ส่วนใหญ่จะมาแบบขายตรง สร้างทีมงานและเครือข่าย
2)  99 % คนกลุ่มนี้ไม่มีประสบการณ์ด้านมันสำปะหลังมาก่อนเลย หรือเพียงปลูกพืชครั้งแรกในชีวิตมีหัวให้เห็นก็ตื่นเต้นคิดจะนำมาเป็นแนวทางหาเงิน (หลอกคน)
3)การหาเงินจะอยู่ในรูปขายต้นพันธุ์ที่อ้างว่าพัฒนามาเอง ตั้งชื่อเสียสวยหรู  แถมเทคนิดการปลูกให้ฟรีอีก (ต้องอ้างเช่นนั้นเพราะทุกสายพันธุ์ที่มีการรับรองตามกฏหมายมันทำไม่ได้ตามนั้น และเทคนิคที่แถมให้เป็นการแสดงความเป็นต้นแบบแนวคิด)
4)การขายปุ๋ยติดเทอร์โบ นาโน ฮอร์โมน สารระเบิดหัว สาหร่าย น้ำหมักวิเศษ  พ่วงกับต้นพันธุ์อ้างว่า "ต้องใช้" มิฉะนั้นจะไม่ได้ผลผลิตตามที่บอก (ดีนะมันไม่บอกว่าเดี๋ยวผีจะหักคอด้วยถ้าไม่เชื่อมัน)
5)คนที่อ้างถ้าเป็นนักวิชาการสายตรงเขาจะไม่พูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรือพิสูจน์ไม่ได้   นอกจากนักวิชาการ"ขายตรง" (นักวิชาการแท้ๆถูกหล่อหลอมให้มีจรรยาบรรณทุกคน)
 
    วันนี้ผมใช้พื้นที่เยอะเลยในการตอบข้อข้องใจ แต่ถ้าน้อยไปอาจไม่เข้าใจ  ผมขอย้ำนะครับว่าคนที่อ้างเช่นนี้โกหกทั้งนั้น โกหกคนอื่นไปทั่วเพื่อการค้า เพื่อความยากดัง สุดท้ายก็ไม่พ้นโกหกตัวเอง เพราะต้องพูดๆๆๆๆ ในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงให้คนฟัง  แต่ลืมไปว่าคนที่ได้ยินคนแรกแม้เพียงเสียงกระซิบ หรือเพียงความคิดคือ "ตัวเองมันเองนั่นแหละ"  ในระยะสี่-ห้าปีที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงที่ราคามันสำปะหลังปรับขึ้นอย่างเดียว   เป็นช่วงที่ภาครัฐและเอกชนต่างมุ่งไปที่การพัฒนาพืชทดแทนพลังงานที่มีผลสรุปว่า  มันสำปะหลังสามารถใช้ต้นทุนน้อยกว่าพืชตัวอื่นในการนำไปแปรรูปเป็นเอทานอลบริสุทธิ  หรือเป็นช่วงที่เรียกว่าโอกาสทองของกลุ่มคนสมองใสแต่ "ไร้ความคิด" คอยจ้องซ้ำเติม บางคนก่อนหน้านั้นล้มเหลวมาจากพืชอื่น เช่นมะละกอ สบู่ดำ ฯลฯ พอเปลี่ยนมาเป็นมันสำปะหลังครั้งแรกในชีวิต เห็นมันออกหัวตกใจเลยตั้งตัวเป็นเซียนมันซะรู้แล้วรู้รอดไปไหนๆก็ไหนๆแล้ว  บางคนรู้จักสื่อ สื่อนำไปเขียนลงเล่มออกขาย เอาความล้มเหลวของคนเชื่อและทำตามเป็นเป้าหมายในการหาเงิน โดยไร้ซึ่งจรรยาบรรณสื่อ  หลากหลายวิธีการ หลากหลายรูปแบบที่จะสรรหามาพูดให้คนเชื่อ และที่มีมากที่สุดตอนนี้คือกลุ่มผู้ขายตรงเพราะการขายของกับเกษตรกรโดยเอาพืชที่เขาทำอยู่และผลผลิตต่ำมาเป็นความความหวังให้เขานั้น มันง่ายกว่าการเดินไปขายเครื่องกรองน้ำ หรือเครื่องซักผ้าเงินผ่อน สุดท้ายก็ตั้งตัวเป็นเซียนเทวดา(ไม่อยากเป็นคน)  อยากเตือนว่า   คิดก่อนเถอะครับ  คิดให้ดีก่อนจะตัดสินใจให้เขาหลอก เพราะการถูกหลอกแล้ววิ่งไปหาคนให้ช่วยเห็นใจนั้น  สิ่งที่ได้มาอาจเป็นทางตรงกันข้าม   มิสู้หาทางป้องกันมิให้โดนหลอกดีกว่าหรือ   ผมมีคาถาครับ  ท่องไว้นะครับ ถ้ามีคนเอาอะไร มาพูดชักชวนเกินความจริง หรืออะไรที่ง่ายเกินไป  ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นว่ามีจริงละก็ ท่องเลย.. " อย่าไปเชื่อมันๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"  หรือ "โกหกๆๆๆๆๆๆ" ผมรับรองว่าคาถานี้ช่วยท่านได้  หรือไม่ก็  หาไม้เด็ดต่อรองให้คนกลุ่มนี้ทำแปลงทดลองบนพื้นที่เราแล้วแบ่งครึ่งไปเลย  เช่นถ้าเขาบอกว่าได้ 40 ตันต่อไร่ก็แบ่งคนละยี่สิบตัน ให้มาลงทุนคนละครึ่ง แต่ถ้าได้ต่ำกว่าที่ตั้งไว้ไม่แบ่งให้ (เอาคนเดียว) แต่ถ้าได้ตามที่แนะนำ ปีหน้าจะทำตามเต็มที่  ผมรับรองพันเปอร์เซนต์ สิบบาทเอาขี้หมากองเดียว ไอ้พวกนี้วิ่งหางจุกตูด เพราะผมเคยประสบมากับตัว มีครูคนหนึ่งบอกว่าสามารถทำมันได้ 20 ตัน โดยใช้เพียงสารโพเมอร์ตัวเดียว (เดี๋ยวนี้ถูกสั่งปิดบริษัทไปแล้ว เครื่องหมายการค้ามีรูปปูสีแดงๆ) ถูกผมเชิญไปทำให้ที่โครงการของบริษัทโชคชัย บอกว่าจะให้พื้นที่ทดลองฟรี  ถ้าทำได้จะประกันราคาให้ 5 บาท/กก. ซื้อต้นพันธุ์ด้วย แต่ถ้าทำไม่ได้ กลับแต่ตัวนะ ไม่คืนทุนให้ สุดท้ายก็ หางจุกตูดเหมือนกัน เพราะมันรู้ว่าทำอย่างไรก็ไม่ได้ เผลอๆ จับมาปลูกมันให้ดู ยังไม่รู้ว่ามันจะเอาทางไหนปักลงดินเลย  อย่าลืมอีกอย่างนะครับท่องไว้..  "เราจนอยู่ทุกวันนี้เพราะ..เราอยากรวยจนไม่มีเหตุผล"   ขอบคุณคุณมานิตย์ที่นึกถึง ผมขอฝากผ่านไปยังผู้ที่กำลังคิด  หรือกำลังจะตัดสินใจที่คุณมานิตย์รู้จัก  ช่วยดึงหรือสกิดเขาด้วยครับ แล้วบุญกุศลจะกลับมาหาเรา  การช่วยคนที่กำลังถูกหลอกให้รอดพ้นได้ผลเร็วกว่าการสร้างวัดให้พระอยู่อีกนะครับ เพราะกว่าจะเป็นวัดต้องใช้เวลา ยิ่งวัดไหนมรรคธายกกับเจ้าอาวาธเข้ากันไม่ได้ยิ่งช้า  แต่นี่ได้ผลทันตาเลย ถ้าเขารอดโดยไม่ถูกหลอก   โชคดีนะครับ

ปล.การที่ผมค่อนข้างจะใช้ถ่อยคำรุนแรงในบางคำนั้นต้องขออภัยท่านผู้อ่านด้วย แต่ผมถือว่า การได้รับอีเมล์จากคนกลุ่มนี้ มันส่อให้เห็นถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิกับผมเช่นกัน  เพราะเจตนาของกลุ่มคนพวกนี้คือการหลอกขายต้นพันธุ์ ขายความเชื่อ หรือชักชวนให้เราเข้าไปร่วมกระบวนการหลอกคนบริสุทธิ   จึงขออภัยอีกครั้งถ้าคำใดไม่สุภาพ  และใครมีเหตุการณ์อย่างนี้ช่วยแบ่งปันกันด้วยผมยินดีสนับสนุนเต็มที่ครับ

สรรรเสริญ

ผู้แสดงความคิดเห็น หวังดี วันที่ตอบ 2012-01-28 11:20:37 IP : 61.90.74.184


ความเห็นที่ 3 (2248546)
avatar
ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี อยู่ข้างๆเกษตรกรไทย

 

ทักทายบอร์ดแม่ปุ๋ยทางดินได้ตรงนี่

ผู้แสดงความคิดเห็น ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี อยู่ข้างๆเกษตรกรไทย วันที่ตอบ 2012-01-28 10:44:45 IP : 180.180.149.5


ความเห็นที่ 2 (2248399)
avatar
2255

อย่างกับสาหร่าย+ซิงค์แนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น 2255 วันที่ตอบ 2012-01-27 19:49:03 IP : 58.9.5.29


ความเห็นที่ 1 (2248385)
avatar
วสันต์ คูณทอง

 

 



ไฮโกร แอล 500ml.
เป็นผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอ
บและยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่าสามารถนำมาใช้ได้ผลดีกับพืชทุกชนิด ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างในผลผลิตและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อ

คุณลักษณะผลิตภัณฑ์
เป็นนสารอินทรีย์ชนิดเข้มข้
นประเภทสารอาหารพืชสกัดได้จากแหล่งธรรมชาติตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น
สกัดจากส่วนต่างๆของต้นพืช วัตถุดิบในการผลิต สั่งนำเข้าจากต่างประเทศสหร
ัฐอเมริกา เป็นผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการ
ทดสอบและยอมรับกันทั่วโลกแล
้วว่าสามารถนำมาใช้ได้ผลดีกับพืชทุกชนิด ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างในผลผลิตและ
ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้
อม

คุณสมบัติ ไฮโกรเอส ไฮโกรแอล
1. ไม่ใช่สารชีวภาพประเภทจุลิน
ทรีย์หมักหรือสกัดได้จากส่วนของกระดองปูหรือเปลือกกุ้งแต่อย่างใด
2. เป็นเนื้อสารเข้มข้นมีสารอา
หารพืชต่างๆครบถ้วนตามที่พืชต้องการรวมอยู่เป็นเนื้อสารเดียวกัน
3. ช่วยลดต้นทุนการใช้สารอื่นๆ
มาใช้ผสมร่วมเกินความจำเป็น
4. ดูดซึมได้รวดเร็ว พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได
้ทันที
5. สามารถผสมฉีดพ่นร่วมกับสารป
้องกันกำจัดแมลงและสารกำจัดโรคได้ทุกประเภทโดยไม่เสื่อมฤทธิ์
6. ไม่จับตัวตกตะกอนแข็งและไม่
จับก้อนเป็นวุ้นเมื่อผสมร่วมกับสารอื่นๆ
7. มีคุณประโยชน์ข้อดีกับต้นพื
ชมากกว่าเกิดโทษ
8. ใช้ได้กับทุกช่วงระยะการเจร
ิญเติบโตของต้นพืช

ประโยชน์ "ไฮโกรS-L"
- ใช้เพื่อฟื้นสภาพต้นให้สมบู
รณ์ พืชไม่่โทรมง่ายเช่น หลังจากมีเพลี้ย,หนอนหรือโรคระบาดเข้าทำลาย
- ใช้เพื่อทดแทนสารอาหาร ขณะที่พืชวิกฤติหาได้ไม่เพี
ยงพอจากธรรมชาติ
- ใช้เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ ให้กับทุกส่วนของต้นพืช เช่น ส่วนราก ยอด ดอกและผล
- ใช้เพื่อให้ต้นพืชปรับสภาพท
นทานและต้านทานต่อสภาพอากาศร้อนหรือหนาว
- ช่วยสร้างผนังเซลล์พืชให้แข
็งแรง สามารถช่วยต้านทานต่อโรคและแมลง

แนะนำตามช่วงระยะการเจริญเต
ิบโตทั่วไป
1. ใช้เพื่อเสริมสร้างระบบราก ช่วยสร้างรากฝอยให้ดูดอาหาร
ได้ดีขึ้น
2. ใช้เพื่อเร่งการงอกของเมล็ด
 โดยการแช่หรือราดเมล็ด
3. ใช้เพื่อช่วยสะสมอาหาร เพื่อเตรียมการออกดอก
4. ใช้เพื่อช่วยเร่งการเปิดตาด
อกและช่วยผสมเกสร
5. ใช้เพื่อเร่งและบำรุงผล ช่วงเริ่มติดผลอ่อนให้ติดดก
 ลดผลร่วง
6. ใช้เพื่อเร่งคุณภาพของผลผลิ
ต ขยายผลใหญ่ สร้างแป้ง สร้างเนื้อ สีเข้ม รสชาติดี และช่วยเพิ่มน้ำหนัก
7. ใช้เพื่อเป็นสารตั้งต้นทุกค
รั้ง เมื่อมีการฉีดพ่นสารเคมีเกษตรระยะต่างๆ
 
 

ราคา ขวดละ  450 บาท ครับ

สนใจติดต่อ  0854519102 (คุณ  วสันต์ คูณทอง)

ผู้แสดงความคิดเห็น วสันต์ คูณทอง (wasan1922-at-Gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-01-27 18:36:39 IP : 113.53.174.156



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.