หน้ารวมกระทู้ > บทความสังกะสีกับพืชสำหรับคนท่ต...

บทความสังกะสีกับพืชสำหรับคนท่ต้องการความรู้ครับ
avatar
เด็กร้อนวิชา


 

แร่ธาตุสังกะสีในปุ๋ยจำเป็นต่อพืช
แร่ธาตุสังกะสีในปุ๋ยจำเป็นต่อพืช
(Zinc in fertilizers – essential for crops)
ปุ๋ย (Fertilizers)
ปุ๋ยถูกนำมาใช้ในการทำการเกษตร และการทำสวน เพื่อให้พืชและดินได้รับแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างเพียงพอ ในดินมักมีแร่ธาตุอยู่ตามธรรมชาติ แต่มักมีในปริมาณที่แตกต่างกัน และโดยส่วนมากมักจะน้อยกว่าปริมาณที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช การขาดแร่ธาตุในดินเป็นผลมาจากการทำการเพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่มีการเติมแร่ธาตุเหล่านี้ให้แก่ดินอย่างเพียงพอ ปัญหานี้มักพบมากในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งการใช้ปุ๋ยเพื่อให้เป็นแหล่งอาการสำหรับพืชยังน้อย ปุ๋ยสามารถเพิ่มแร่ธาตุให้กับดินและช่วยในการเจริญเติบโตของพืช มีการนำปุ๋ยมาใช้ในการทำไร่นามามากกว่าร้อยปี และพบว่ามันช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของพืชผลได้ นอกจากนี้ปุ๋ยยังถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในการทำสวน ซึ่งทำให้ได้ปริมาณผลผลิตซึ่งเป็นอาหารสำหรับมนุษย์และสัตว์มากขึ้น และคุณภาพดีขึ้นด้วย
 
ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของพืช (Plant nutrients)
โดยทั่วไปพืชต้องการทั้งสารอาหารหลัก และสารอาหารรอง ซึ่งจำเป็นต่อความสมบูรณ์ต่อการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ สารอาหารหลักได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม จะถูกใช้ในปริมาณมาก สารอาหารรองถึงแม้จะต้องการในปริมาณเล็กน้อย แต่สำคัญอย่างยิ่งต่อความสมบูรณ์ และการเจริญเติบโตของพืช หนึ่งในสารอาหารรองที่จำเป็นก็คือ สังกะสี
 
ความสำคัญของสังกะสีต่อพืช (Importance of zinc for plants)
สังกะสีมีความจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด รวมทั้งพืช สังกะสีเป็นสารที่ช่วยในการทำงานของเอนไซม์ในการทำปฏิกิริยา สังกะสีมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับขบวนการทางชีวเคมีต่างๆ ของพืช ได้แก่
  • การสังเคราะห์ด้วยแสง และการสร้างน้ำตาล
  • การสังเคราะห์โปรตีน
  • การเจริญพันธุ์ และการเพาะด้วยเมล็ด
  • การเติบโตอย่างสม่ำเสมอ
  • การต้านทานโรค
 
การขาดสังกะสี (Zinc deficiency)
เมื่อพืชได้รับสังกะสีในปริมาณที่ไม่เพียงพอ การทำงานของระบบชีวเคมีจะถูกทำลาย ซึ่งจะส่งผลต่อความสมบูรณ์และการเจริญเติบโตของพืชในทางลบ มีผลให้ปริมาณผลผลิตที่ได้ต่ำ (หรืออาจจะเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้) และคุณภาพไม่ดี ในกรณีที่มีการขาดสังกะสีอย่างรุนแรง จะสามารถสังเกตได้จากอาการต่างๆ เช่น ใบไม้มีสีเหลืองโดยที่เส้นของใบไม้ยังเขียวอยู่ (interveinal chlorosis) ใบไม้มีสีเหลืองแดง (bronzing of chlorotic leaves) ใบไม่มีขนาดเล็กและมีรูปร่างผิดปกติ แคระแกร็น (stunting) และใบงอกเป็นกระจุก (resetting) อาการแอบแฝง เช่น ผลผลิตลดลงอย่างมาก อาจไม่สามารถตรวจพบเป็นเวลาหลายปีจนกว่าจะมีการทดสอบดิน หรือวินิจฉัยโรคพืช
 

จากการศึกษาขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization / FAO) พบว่าสังกะสีเป็นธาตุที่ขาดมากที่สุดธาตุหนึ่งใน



ผู้ตั้งกระทู้ เด็กร้อนวิชา :: วันที่ลงประกาศ 2011-03-17 12:46:02 IP : 115.87.132.146


[1]

ความเห็นที่ 11 (2162138)
avatar
เด็กร้อนวิชา

ผมขอคุยเป็นการส่วนตัวน่อยครับ คุณโลเล่เม็ดโต email 80in20@gmail.com

คุณจบอะไรมาเหรอครับ

ผมจบวิศวะอิเล็กมาครับแต่ใจรักด้านการเกษตร

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กร้อนวิชา วันที่ตอบ 2011-03-18 22:30:42 IP : 58.9.29.109


ความเห็นที่ 10 (2162132)
avatar
เด็กร้อนวิชา

เออมันต้องอย่างนี้ซิครับคุณโอเล่เม็ดโต 

ขอบคุณมากครับ

เล่นกระทู้มันต้องสร้างสีสันแบบนี้แหละต้องมีข้อมูลที่หักร้างได้จริง

ขอบคุณที่มีเรื่องให้พิมพ์แล้วก็ได้คิดถึงความรู้เก่า ๆที่ได้เรียนมาด้วยครับ

และก็ขอบคุณที่ยังเถียงอยู่ไม่ปล่อยในสิ่งที่ผิดลอยนวลออกไปได้

สุดท้ายก็ขอบคุณที่ช่วยโปรโมดกระทู้นี้วยครับ

จากใจจริง

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กร้อนวิชา วันที่ตอบ 2011-03-18 22:17:40 IP : 58.9.29.109


ความเห็นที่ 9 (2162040)
avatar
โอเล่เม็ดโต

ลักษณะอาการของพืชที่ได้รับสังกะสีในปริมาณมากเกินไป อาการที่เด่นชัดคือ รากจะหยุดการยืดตัว ใบอ่อนจะเหลืองซีดซึ่งเป็นอาการขาดธาตุเหล็กในภาวะที่มีสังกะสีมากเกินไป ส่วนใหญ่จะพบในปฏิกริยาร่าวม มีผลต่อการชักนำให้พืชขาดธาตุเหล็ก

จากหนังสือสมัยเรียนเรื่องความอุดมสมบูรณ์ดิน

อะไรๆมันไม่ได้เเน่นอนเป๊ะๆหมดหรอก อย่าคิดมาก

ออ อีกอย่างเหล็กมีผลต่อรากด้วยนะ เช่น อ้อย ถ้าขาดธาตุเหล็ก รากมันจะสั้น แล้วการเเตกรากเเขนงที่2จะน้อยมาก

ผู้แสดงความคิดเห็น โอเล่เม็ดโต วันที่ตอบ 2011-03-18 14:50:18 IP : 125.27.234.186


ความเห็นที่ 8 (2162023)
avatar
เด็กร้อนวิขา

ผมไม่ได้โกรธคุณหรอกครับแต่การที่ต้นม้รับสัวกะสีมากเกินไปมันไม่มีไม่ใช้เหรอเพราะว่ามันจะกินเท่าที่กินได้ไมใช่เหรอครับถ้าคุณพูดถึงทองแดงหรือว่าแคลเซียมหรือแมกนีเซื่ยมละไปอย่างนึ่งครับแต่ว่าธาตุสังกะสีมันจะชักนำให้ขาดเหล้กได้อย่างไรแล้วก็เหล้กก็ไม่ได้เกี่ยวกับรากพืชด้วยสังกะสีก็ไม่เกี่ยวด้วย

ผมเพียงแค่สงสัยเท่านั้นครับเพราะว่าเป็นอย่างนั้นจริงผมก็จะได้ความรุ้ใหม่ด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กร้อนวิขา วันที่ตอบ 2011-03-18 13:51:58 IP : 58.9.29.109


ความเห็นที่ 7 (2162012)
avatar
โอเล่เม็ดโต

ดิสเครดิตหรอ ให้ตายเถอะโรบิ้น

หลักฐานอ่ะจะเอามายังไงดีหนอ เราเรียนมาอ่ะเลยคุ้นๆ ไม่ได้เซิชกูเกิ้ลเหมือนคุณเสียด้วย

เห็นเเล้วฮาอ่ะ เอาข้อมูลมาเเล้วก็ขายซะงั้น เลยเอามาบอกเพื่อต่อยอดเท่านั้น

อย่าโกรธเลยนะ พรีสสสสส

 

ผู้แสดงความคิดเห็น โอเล่เม็ดโต วันที่ตอบ 2011-03-18 13:13:54 IP : 125.27.234.186


ความเห็นที่ 6 (2161997)
avatar
ใช้น้อยแต่ก็จำเป็นต้องใช้ครับ

ปริมาณธาตุอาหารในดิน

(Amount of plant nutrients in mineral soils)

Nutrient & Constituents

Organic matter (%)

Nitrogen (%N)

Phosphorus (%P

Potassium (%K

Iron (ppm Fe)

Zinc (ppmZn)

Boron(ppmB)

Normal Rouge (percentage)

0.40-10.00

0.02-0.50

0.02-0.40

0.20-4.00

500-5000

1-25

0.5-15

2O5)2O)

ผู้แสดงความคิดเห็น ใช้น้อยแต่ก็จำเป็นต้องใช้ครับ วันที่ตอบ 2011-03-18 12:29:46 IP : 58.9.29.109


ความเห็นที่ 5 (2161977)
avatar
เด็กร้อนวิชา

ผมไม่รู้จักครับ induceให้ขาดFeผมรู้แค่ว่าพืชจะกินธาตุสังกะสีไดเท่าที่มันกินได้ครับผมไม่รู้ว่าจะเกิดการชักนำให้ขาดเหล็กได้   

อย่างไงจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งถ้าจะอธิบายเพิ่มหรือหาหลักฐานมายืนยันเพิ่ม

(ถ้าอยู่ในสภาวะปกติ)

 

 

หรือว่าคุณต้องการดิสเคดีสผมกันแน่ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กร้อนวิชา วันที่ตอบ 2011-03-18 11:37:34 IP : 58.9.29.109


ความเห็นที่ 4 (2161788)
avatar
โอเล่เม็ดโต

ขายเฉ๊ยยยย  55 อย่างฮาสร้างสีสันตลอดเวนะคุณเนี่ย

ออ ระวังใส่สังกะสีมากไป รากมันจะไม่ยืดนะ รู้จักไหมอาการพืชขาดธาตุเหล็กในภาวะที่สังกะสีมากเกินไปอ่ะ induceให้ขาดFe

ทุกอย่างมันมี 2 ด้านเสมอ

ผู้แสดงความคิดเห็น โอเล่เม็ดโต วันที่ตอบ 2011-03-17 14:55:24 IP : 125.27.234.186


ความเห็นที่ 3 (2161751)
avatar
เด็กร้อนวิชา

 

สรุปผมมีสังกะสีขายครับส้งซื้อได้ที่

http://www.nanagarden.com/ซิ้ง-ซัลเฟต(zn)-128907-4.html

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กร้อนวิชา วันที่ตอบ 2011-03-17 13:04:50 IP : 61.90.72.212


ความเห็นที่ 2 (2161745)
avatar
เด็กร้อนวิชา

 

วิธีการให้ปุ๋ยที่มีธาตุสังกะสี (Application methods of zinc fertilizers)
มีหลายวิธีในการให้ปุ๋ยที่มีธาตุสังกะสีแก่พืชไร และดิน:
  • สเปรย์ที่ใบ: เพื่อให้ดูดซึมผ่านทางใบ
  • ทางดิน: เพื่อให้ดูดซึมผ่านทางราก
  • การให้ปุ๋ยในระบบน้ำ: ให้แร่ธาตุโดยระบบกวน
  • ทางเมล็ด
แต่ละวิธีมีข้อดีต่างกัน ขึ้นกับลักษณะของพืช ดิน ชนิดของปุ๋ยและส่วนประกอบ การใช้หลายวิธีประกอบกันก็สามารถทำได้ และอาจได้ผลดีกว่าในเรื่องของคุณภาพและปริมาณ วิธีการให้ปุ๋ยสังกะสีอาจกระทบสมดุลของธาตุที่จำเป็นอื่นๆ ดังนั้นการให้ปุ๋ยแบบสมดุลด้วยธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรอง ควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะกับดินทั่วไปหรือการทดลองปลูกพืช
 
การใช้ปุ๋ย (The use of fertilizer)
โดยทั่วไปมักใส่ปุ๋ยเพื่อป้องกันการขาดธาตุอาหารในพืชและดิน อย่างไรก็ตาม การใส่ปุ๋ยจะได้ผลดีที่สุดกับดินที่มีความเป็นธรรมชาติสูง หรือดินที่มีการบำรุงโดยใช้ปุ๋ย ด้วยภาวะขาดสารอาหารอย่างต่อเนื่อง, การขาดแคลนพืช และการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก เพราะฉะนั้นแหล่งอาหารของโลกโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา จำเป็นต้องมีการเพิ่มการเพิ่มทั้งคุณภาพและปริมาณของพืชเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูกมีอยู่อย่างจำกัด แต่ต้องเพิ่มปริมาณผลผลิต โดยสารอาหารรองเป็นตัวแปรหนึ่งที่จำกัดว่าที่ดินเหมาะแก่การเพาะปลูกหรือไม่ ดังนั้นการใส่ปุ๋ยที่มีสารอาหารรองสามารถเพิ่มผลผลิต และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน รวมทั้งคุณภาพผลผลิตได้
 
สรุป (Conclusion)
สังกะสีในปุ๋ยสามารถเพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพได้เป็นอย่างมาก เมื่อเพิ่มปริมาณสังกะสีในพืช อีกทั้งมนุษย์และสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา ยังได้ประโยชน์จากปริมาณสังกะสีซึ่งเป็นธาตุที่ต้องการมากขึ้นด้วย
ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กร้อนวิชา วันที่ตอบ 2011-03-17 12:51:46 IP : 115.87.132.146


ความเห็นที่ 1 (2161743)
avatar
เด็กร้อนวิชา

 

บรรดาสารอาหารรอง ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อดินหลายชนิดในหลายพื้นที่การเพาะปลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง นอกจากนี้ยังรวมถึงเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย
 
พืชหลายชนิดได้รับผลกระทบจากการขาดสังกะสี รวมถึง พืชซึ่งเป็นสินค้าสำคัญของประเทศ เช่น ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวฟ่าง และอื่นๆ,  ผลไม้ต่างๆ เช่น มะนาว มะกรูด แอปเปิล ฝรั่ง สับปะรด และอื่นๆ, ถั่ว กาแฟ ชา, ผักต่างๆ เช่น ผักกาดแดง มันฝรั่ง มะเขือเทศ และอื่นๆ, พืชที่รับประทานไม่ได้ เช่น ฝ้าย ต้นแฟลกซ์ที่นำมาทำผ้าลินิน และอื่นๆ
 
พืชไรเป็นแหล่งอาหารและมีผลต่อสุขภาพ (Crop nutrition and health)
พืชไร่เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์ ในประเทศกำลังพัฒนา คนส่วนใหญ่ดำรงชีพด้วยพืชชนิดเมล็ด เช่น ข้าวสาลี ข้าว และข้าวโพด โดยทั่วไปพืชไร่มักจะขาดสังกะสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำการเพาะปลูกในดินที่ขาดธาตุสังกะสี เกือบ 50% ของพืชชนิดเมล็ดในโลกที่ขาดสังกะสี และประมาณการว่าประมาณ 1 ใน 3 ของประชากาโลกมีความเสี่ยงต่อการขาดสังกะสี ซึ่งมีผลต่อปัญหาสุขภาพ รวมถึงภูมิต้านทานร่างกายต่ำ การเจริญเติบโตและพัฒนาการช้า ในเรื่องนี้ การขาดสังกะสีถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 5 ของตัวแปรที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นสาเหตุของการเกิดโรค สำหรับทั่วโลก การขาดสังกะสีถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 11 จากทั้งหมด 20 ตัวแปร องค์การอนามัยโลก (The World Health Organization / WHO) เชื่อว่าประชากรทั่วโลกที่เสียชีวิต 800,000 คนต่อปี เป็นผลมาจากการขาดสังกะสี และชี้ให้เห็นว่าการขาดสังกะสีมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับการได้รับหรือการดูดซึมสังกะสีที่ไม่เพียงพอจากการอดอาหาร การเพิ่มปริมาณธาตุสังกะสีในอาหารพวกพืชไร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ดินขาดสังกะสีอย่างแพร่หลาย เป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับต้นๆเพื่อที่จะต่อสู้กับการขาดอาหาร หรือความอดอยาก ในมนุษย์และสัตว์
 
การแก้ไขปัญหาการขาดสังกะสีในพืชไร่ (Correcting zinc deficiency in crops)
วิธีที่รวดเร็วและคุ้มค่าในการแก้ไขปัญหาการขาดสังกะสีในพืชไร่และดิน คือการใช้ปุ๋ยที่มีธาตุสังกะสีเป็นส่วนผสมอยู่ ธาตุสังกะสีที่ใส่ในปุ๋ยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ 
 
  • สารประกอบอนินทรีย์
  • สารประกอบอินทรีย์
ในบรรดาสารประกอบอนินทรีย์ สังกะสีซัลเฟตถูกนำมาใช้มากที่สุด สังกะสีซัลเฟตละลายน้ำได้ดีมากมีทั้งในรูปที่เป็นผลึกและเป็นเม็ด การละลายเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อประสิทธิภาพของปุ๋ย สารประกอบอนินทรีย์สังกะสีอื่นๆ ได้แก่ สังกะสีไนเตรท สังกะสีซัลฟอรัส สังกะสีซัลเฟตรูปแบบอื่น และสังกะสีออกไซด์
สารประกอบอินทรีย์สังกะสี โดยเฉพาะคีเลทสังเคราะห์ ได้แก่ Zn-EDTA, Zn-HEDTA, Zinc polyflavonoids และ Zinc lignosulfonates
 
สังกะสีอาจถูกนำไปใช้เป็นปุ๋ย single-nutrient หรือธาตุอาหารเสริมในปุ๋ยซึ่งประกอบด้วยธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ธาตุใดธาตุหนึ่งหรือหลายธาตุก็ได้ สังกะสีเป็นธาตุหลักของปุ๋ยพิเศษ ซึ่งมันประกอบด้วยธาตุต่างๆ ทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับพืชไร่แต่ละชนิด แต่ละพื้นที่ และแต่ละเวลา
  
ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กร้อนวิชา วันที่ตอบ 2011-03-17 12:49:07 IP : 115.87.132.146



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.