หน้ารวมกระทู้ > อีกทางเลือก การกำจัดแมลงวันผลไ...

อีกทางเลือก การกำจัดแมลงวันผลไม้หรือแมลงวันทอง
avatar
บัณฑิต


อีกทางเลือก การกำจัดแมลงวันผลไม้:

1.กำจัดตัวแก่ ทั้งตัวผู้ และ ตัวเมีย ด้วย สารชีวภัณฑ์กำจัดแมลง อัตรา 50 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร ควรผสมสารจับใบ ทุกๆ 5-7 วัน ฉีดให้โดนตัวแมลงวันมากที่สุด ประมาณ 3-5 วัน แมลงตัวนั้นจะตาย จะไม่เห็นกลับมารบกวนอีก

สารชีวภัณฑ์ ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ไม่เหมือนสารเคมีที่ไม่สามารถนำมาฉีดพ่นบ่อยๆได้ เพื่อฆ่าตัวแก่ เพราะเป็นอันตรายต่อคนฉีด มีกลิ่นเหม็น โดยเฉพาะฝรั่ง

ซึ่งต้องห่อผล และ เก็บผลผลิต ทุกๆ 3-5 วัน

2. กำจัดไข่ และตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่ โดยนำผลไม้ผสม สารชีวภัณฑ์กำจัดแมลง มาล่อให้แมลงวันตัวเมียมาวางไข่  ทั้งไข่และตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่ก็จะถูกทำลาย ไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย เข้าทำลายผลไม้ได้อีก

3. อาจใช้ควบคู่หรือสลับกับการกำจัดแมลงวันผลไม้วิธีอื่นๆ เพื่อให้การกำจัดแมลงวันผลไม้ได้ผลมากขึ้น

สารชีวภัณฑ์       ไม่ใช่สารเคมีอันตราย
องค์ประกอบ: บิววาเรีย บัสสิน่า + เมธาไรเซี่ยม

 เอนนิโซเพล + พาซิโลมัยซิส ลินลาซินัส

(เชื้อราศัตรูธรรมชาติของแมลงศัตรูพืชทุกชนิด

รูปผงสปอร์พร้อมใช้)

       ประโยชน์: บิววาเรีย และ เมธาไรเซี่ยม มีความสามารถเข้าทำลาย แมลงศัตรูพืชทุกชนิด โดยผ่านเข้าทางผิงหนังของแมลง ด้วยการสร้างหลอดออกมาแทงทะลุผิวหนังของแมลงเข้าไปภายใน เชื้อจะสร้างกลุ่มเส้นใยเข้าไปตามท่ออาหารและขยายจำนวนมากขึ้น โดยเส้นใยแตกและหักออกเป็นท่อนสั้นๆเข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆในตัวแมลง และเพิ่มจำนวนภายในตัวแมลง ซึ่งจะทำลายเนื้อเยื่อของแมลง และ ปล่อยสารพิษทำลายแมลงด้วย ทำให้แมลงป่วย ร่างกายอ่อนแอ และตายในที่สุดและติดต่อไปยังแมลงข้างเคียงอย่างรวดเร็ว และทำลายแมลงตัวอื่นๆด้วย  ส่วนแมลงไม่สามารถ แสดงอาการดื้อยา เหมือนสารเคมีกำจัดแมลงทั่วๆไป       ในขณะที่     พาซิโลมายซิส  จะกำจัดไข่ของแมลงทุกชนิด เช่น ไข่เพลี้ยแป้ง ไข่เพลี้ยไฟ ไข่เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ไข่หนอนทุกชนิด และไข่ของแมลงทุกชนิดทั้งปากกัดและปากดูด รวมทั้งไข่หอยเชอรี่ในนาข้าว  

       สาเหตุ ที่ พาซิโลมัยซิส  ลินลาซินัส  ทำลายไข่แมลงได้ เพราะ สามารถ ผลิต เอ็มไซม์  ชื่อ โปรติเนส  และ ไคติเนส ซึ่งทำให้เปลือกไข่อ่อนตัว ทำให้ ตัวพาซิโลมัยซิส สามารถแทรกตัวเข้าไปภายในไข่และทำลายตัวอ่อนที่อยู่ภายในไข่ ทำให้ไข่เป็นหมัน คือไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวได้

      ในขณะที่ “สารชีวภัณฑ์” ไม่เป็นอันตรายต่อ มนุษย์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด จึงปลอดภัยกับคนฉีดกว่าสารเคมี  ปราศจากสารตกค้างบนผลผลิต

     วิธีการใช้ สารชีวภัณฑ์ (รูปผงสปอร์พร้อมใช้):

1.  แช่ สารชีวภัณฑ์ อัตรา 500 กรัม ต่อ น้ำ 200 ลิตร ในภาชนะขนาด 3-5 ลิตร (ไม่ต้องแช่โดยตรงในถังใหญ่ฉีดยา) ไว้หนึ่งคืนจะดีที่สุด (หรืออย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง) เพื่อให้จุลินทรีย์เพิ่มปริมาณและขยายตัวก่อนนำไปใช้งานกำจัดแมลงศัตรูพืช แล้วนำสารละลายชีวภัณฑ์จากภาชนะขนาด 3-5 ลิตร ไปเทลงถังใหญ่ฉีดยา เพื่อจะฉีดพ่นไปยังต้นพืชต่อไป (ควรผสมสารจับใบ)

2.     ฉีด “สารชีวภัณฑ์” ช่วงเช้าหรือเย็น ถ้าเป็นช่วงเย็นจะเหมาะที่สุดเพราะผ่านช่วงกลางคืน ทำให้จุลินทรีย์ทั้ง 3 ชนิดทำงานได้เต็มที่ และฉีดให้โดนตัวแมลงให้มากที่สุด สำหรับ เพลี้ยแป้ง ประมาณ 3-4 วัน จะเห็นเส้นใยสีขาวขึ้นปกคลุมตัวเพลี้ยแป้ง (มัมมี่) แสดงว่าเพลี้ยแป้งตายแล้ว

จุดเด่นผลิตภัณฑ์:

    -กำจัดได้ทั้ง ตัวอ่อน ตัวแก่ และไข่ ของแมลงทุกชนิด สารเคมีทุกชนิดไม่สามารถกำจัดไข่แมลงได้ จึงทำให้ไข่ฟักออกมาเป็นตัว และเข้าทำลายพืชอย่างต่อเนื่อง

      -ไม่ทำให้แมลงดื้อยา ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่เป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปลาและสัตว์น้ำทุกชนิดปลอดภัย ปราศจากสารพิษตกค้างบนผลผลิต

      -ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ผลผลิตส่งออกต่างประเทศได้

      -เหมาะสำหรับเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP), เกษตรผสมผสาน (IPM), เกษตรอินทรีย์ (Organic Farming)

    -มีประสิทธิ์สูงในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชทุกชนิดทั้งปากกัด และปากดูด เช่น หนอนทุกชนิด เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยกระโดด เพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย แมลงหวี่ขาว ไรทุกชนิด ฯลฯ

 

   บัณฑิต โทร: 086-445-1754

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ บัณฑิต :: วันที่ลงประกาศ 2010-12-20 19:47:44 IP : 118.172.76.183


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.