โรคกุ้งแห้งหรือโคแอนแทรคโนสของพริก(Anthracnose),ปราบโรคกุ้งแห้งและโรคที่เกิดจากเชื้อราในพริกได้ผล
avatar
ขายอ้อยพันธุ์ทุกชนิด-ปุ๋ย-ยา-ราคาส่ง


การจัดการโรค พริก (โรคกุ้งแห้ง โรคแอนแทรคโนส โรคเน่า โรคเหี่ยว โรคใบหงิก ฯลฯ)

เรื่องของพริก พริกเหี่ยวเฉา พริกเน่า

พริกเหี่ยวเฉา ทีไร   หัวใจ..เกษตรกรก็เหี่ยวเฉา ตามไป 
พริกเน่า ทีไร   หัวใจ..เกษตรกรก็อับเฉา ตามไปด้วย


เราจะช่วยเขาอย่างไรกันดี
วันนี้  เรามาทำ.."ประกันชีวิต" ให้กับ "พริก"  กันดีไหม?   
เพื่อไม่ให้ผลผลิต "พริก" มัน.. "พลิก" นั่นไง

ในภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจของประเทศเริ่มตกต่ำและย่ำแย่ลง การประกอบอาชีพต่าง ๆ เหมือนกัน  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาราคาผลผลิตที่ตกต่ำ  ปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นราคาวัสดุหรือปัจจัยการผลิต อาทิ ปุ๋ยเคมีหรือสารกำจัดศัตรูพืชต่าง ๆ ที่จำเป็น  ต่างก็ขยับราคาสูงขึ้นตามภาวะราคาน้ำมัน จึงทำให้เกษตรกรเองก็เผชิญกับปัญหาความยากลำบากในการดำเนินอาชีพ  เพราะรายได้ลดน้อยลง  เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น  การหาทางออกโดยการเรียกร้องให้มีการปรับราคาผลผลิตให้สูงขึ้น  คงเป็นเรื่องยาก  ทั้งนี้เพราะมันต้องขึ้นกับปัจจัยทางการตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงในตลาดโลก  ดังนั้นการหาทางออกจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมด้วยช่วยกันหาแนวทางที่ดีที่สุดและมีความเป็นจริงได้มากที่สุดเพื่อให้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มีทางออก "การเพิ่มคุณภาพ  เพิ่มผลผลิต พิชิตความเสียหาย”ของผลผลิตจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

 เคล็ดลับการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพริก “ "เพิ่มคุณภาพ  เพิ่มผลผลิต  พิชิตความเสียหาย"”
การเพิ่มคุณภาพ  คือการทำให้ผลผลิตมีคุณภาพที่สูงขึ้น  ทำให้ได้พริกเกรดสูงมากขึ้น ทำให้ได้ราคาสูงขึ้น เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางราคา
การเพิ่มผลผลิต  คือ  การทำให้ผลผลิตมีผลใหญ่ ผลยาวขึ้น  น้ำหนักต่อไร่สูงขึ้น เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางรายได้
พิชิตความเสียหาย  คือ การลดความสูญเสียทั้งจากโรค  แมลง  เข้าทำลาย  การลดความเสียหายจะเท่ากับเป็น  “การลดต้นทุน”  การผลิตต่อหน่วยให้ต่ำลงการจัดการโรค พริก (โรคกุ้งแห้ง โรคแอนแทรคโนส โรคเน่า โรคเหี่ยว โรคใบหงิก ฯลฯ)



พริกเป็นพืชผักในกลุ่ม Solanacious เซ่นเดียวกับมะเขือเทศแต่อยู่ใน Genus Capsicumในประเทศไทยที่นิยมปลูกมีอยู่ด้วยกันหลายชนิดทั้งเผ็ดและไม่เผ็ดเช่น พริกขี้หนู (bird chilli) พริกมันหรือพริกชี้ฟ้า (hot pepper) พริกหยวก (banana pepper) และพริกยักษ์ หรือพริกหวาน (bell pepper) แม้ว่าพริกจะเป็นพืชผักที่ใช้ประกอบอาหารประเภทปรุงแต่งรส แต่ก็เป็นพืชสำคัญทางเศรษฐกิจจัดอยู่ในกลุ่มของพืชอาหารหลักชนิดหนึ่งของชาวไทยสามารถปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในทุกภาคของประเทศและตลอดปี ขณะเดียวกันก็ปรากฎว่ามีโรคและศัตรูหลายชนิดขึ้นเกาะกินทำลายทำให้เกิดความเสียหายทั้งคุณภาพและปริมาณเป็นจำนวนมากในแต่ละปีเช่นกัน

 พริกจัดอยู่ในสกุลแคปซิคัม (Capsicum มาจาก ภาษากรีก kapto แปลว่า "กัด") ซึ่งมี
ประมาณ 25 ชนิด (species) ที่นิยมปลูกกันมีเพียง 5 ชนิดเท่านั้น ได้แก่ C. annuum L., C.
baccatum L., C. chinensis Jacq., C. frutescens L., C. pubescens R. & P. และมีพันธุ์ที่
ถูกพัฒนาขึ้นอีกมากมาย พริกนั้นมีชื่อที่ใช้เรียกกันอยู่หลายคำ ได้แก่ pepper, chili, chilli, chile
และ capsicum คนไทยอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า chilli พริกเป็นอาหารประจำวันที่มีประโยชน์
เกษตรกรไทยมักนิยมปลูกพริกอยู่ 2 ชนิดซึ่งได้แก่1.พริกหวาน พริกหยวก พริกชี้ฟ้า (ในกลุ่มC.
annuum) 2.พริกเผ็ดได้แก่ พริกขี้หนูสวน พริกขี้หนูใหญ่ (ในกลุ่มC. furtescens) พริกมีวิตามิน C
สูง เป็นแหล่งของกรด ascorbic acid ซึ่งสารเหล่านี้ช่วยขยายเส้นโลหิตในลำไส้และกระเพาะ
อาหารเพื่อให้ดูดซึมอาหารดีขึ้น ช่วยร่างกายขับถ่าย ของเสียและนำธาตุอาหารไปยังเนื้อเยื่อของ
ร่างกาย (tissue) สำหรับพริกขี้หนูสดและพริกชี้ฟ้าของไทย มีปริมาณวิตามิน ซี 87.0 - 90 มิลลิกรัม
/ 100 gนอกจากนี้พริกยังมีสารเบต้า - แคโรทีนหรือวิตามิน A สูง พริกยังมีสารสำคัญอีก 2 ชนิด
ได้แก่ Capsaicin และ Oleoresinโดยเฉพาะสาร Capsaicin (เอื้องฟ้า, 2543) เกษตรกรปลูกพริก
กันมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ สำหรับในภาคกลางนั้นมี
การปลูกพริกกันน้อยที่สุด พริกที่ปลูกในประเทศไทยเฉลี่ยปีละ 383,000 ไร่ ผลผลิตรวมประมาณ
356,000 ตัน จังหวัดที่ปลูกพริกมากได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ชัยภูมิ เชียงใหม่
นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ เลยและกาญจนบุรี (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2541)


โรคพริกที่สำคัญ ได้แก่ 
(1) โรคกุ้งแห้ง ที่เกิดจากเชื้อรา Collectotrichum sp., 
(2) โรครากและโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา  Sclerotium rolfsii, 
(3) โรคใบหงิก ใบด่าง ที่เกิดจากเชื้อไวรัส 
(4) โรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อรา  Fusarium oxysporum, 
(5) โรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย  Pseudomonas solanacearum

ซึ่งปัจจุบันเชื้อสาเหตุได้เปลี่ยนชื่อวิทยาศาสตร์เป็น  Ralstonia solanacearum  เชื้อนี้เป็นสาเหตุโรคเหี่ยวของพืชเศรษฐกิจที่สำคัญหลายชนิด ปัจจุบัน และถูกจัดให้เป็นโรคที่สำคัญมากที่สุดของโลกโรคหนึ่ง เพราะสามารถทำให้เกิดโรคกับพืชต่าง ๆ มากกว่า 200 ชนิด และที่สำคัญยังไม่มีวิธีการใดที่สามารถควบคุมโรคนี้ได้ผลดีพอ โดยเฉพาะการใช้สารเคมีไม่แนะนำให้ใช้ แนวทางในการควบคุมโรคนี้ต้องเน้นที่การป้องกัน เพราะเชื้อสาเหตุโรคนี้ มีพืชอาศัยกว้างขวาง สามารถอยู่รอดในดินได้ (soil born disease) สามารถแพร่ระบาดไปกับน้ำได้เป็นอย่างดี สามารถติดไปกับส่วนขยายพันธุ์พืชได้ ในประเทศไทยโรคนี้เป็นโรคที่สำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายกับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญหลายชนิด เช่น พริกต่าง ๆ มันฝรั่ง ขิง ปทุมมา ถั่วลิสง
มะเขือต่าง ๆ งาและยาสูบ เป็นต้น เกิดจากเชื้อ R. solanacearum ได้ (วงศ์, 2548)
( อ้างอิง : วงศ์ บุญสืบสกุล1 ปิยรัตน์ ธรรมกิจวัฒน์1 บูรณี พั่ววงค์แพทย์1 สุรีย์พร บัวอาจ1
วิลาวัลย์ ใคร่ครวญ2 ธวัชชัย นิ่มกิ่งรัตน์3   หมายเหตุ: 1 = กลุ่มงานบักเตรีวิทยา กลุ่มวิจัยโรคพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช  2 = ศูนย์วิจัยพืชสวนกาญจนบุรี   3 = ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ)

 การจัดการโรค พริก (โรคกุ้งแห้ง โรคแอนแทรคโนส โรคเน่า โรคเหี่ยว โรคใบหงิก ฯลฯ)


โรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อรา Fusarium (Fusarium wilt)
โรคเหี่ยวของพริกที่เกิดจาก Fusarium sp. ได้มีผู้รายงานการพบครั้งแรกในรัฐนิวเม็กซิโกประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1960 หลังจากนั้นก็มีรายงานการระบาดและความเสียหายจากโรคนี้ในเกือบทุกแห่งที่มีการปลูกพริก

 


ลักษณะอาการ
การทำลายที่แท้จริงเกิดขึ้นที่รากหรือส่วนของต้นที่อยู่ระดับดินหรือใต้ดินซึ่งในระยะแรกจะมองไม่เห็นจนเมื่อรากส่วนใหญ่ถูกทำลายจนเน่าเสียแล้วพืชจึงจะแสดงอาการให้เห็นภายนอก คือใบเหลืองเหี่ยวลู่ลงและร่วงหลุดจากต้นในที่สุดอาการที่เกิดขึ้นนี้เมื่อเริ่มแสดงให้เห็นแล้วจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในกิ่งหรือแขนงที่ยังอ่อนจะเปลี่ยนเป็นสีนํ้าตาลแล้วแห้งตายระยะนี้เมื่อถอนต้นขึ้นมาจากดินจะพบว่าส่วนของโคนต้นและรากถูกทำลายเปลือกหลุดร่อนเน่าเป็นสีนํ้าตาลเข้ม รากส่วนใหญ่จะขาดหลุดติดอยู่ในดิน หากดินมีความชื้นสูงจะพบเส้นใยและสปอร์ของราเป็นสีขาวหรือสีส้มอ่อนๆ เกาะติดเป็นกลุ่มอยู่ที่บริเวณแผล การเกิดโรคหากเป็นในระยะกล้าอาการจะคล้ายโรค damping-off คือกล้าจะล้มพับแห้งตายเป็นหย่อมๆ เมื่อโตขึ้นมาในระยะที่เป็นต้นอ่อน หากเป็นรุนแรง อาจถึงตายได้เช่นกันหรือไม่ก็แคระแกร็นไม่ให้ดอกออกผล ถ้าเป็นในระยะที่ต้นแก่ติดผลแล้ว ผลพริกที่ได้จะขาดความสมบูรณ์มีขนาดลีบเล็ก หดย่น และร่วงหลุดจากต้น
เชื้อสาเหตุ
Fusarium oxysporum var. vasinfectum (Atkinson) Snyder & Hansen เป็นเชื้อ Fusarium ในกลุ่ม xysporum อีกชนิดหนึ่งที่ระบาดแพร่หลายที่ทำความเสียหายให้กับพืชอย่างกว้างขวางมากมายหลายชนิดที่พบทำลายพริกนี้ เป็น variety หนึ่งเฉพาะคือ vasinfectum พวกนี้พบว่ามีการขยายพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ถึง 3 ชนิด คือ ไมโครสปอร์ microspore) เป็นสปอร์ที่มีขนาดค่อนข้างเล็กและมีเซลล์เดียว มาโครสปอร์ (macrospore) เป็นสปอร์ที่มีขนาดโตกว่า รูปโค้ง เหมือนเคียวหรือพระจันทร์เสี้ยวมีผนังกั้นแบ่งออกเป็นเซลล์ย่อยๆ 2-6 เซลล์ ส่วนใหญ่ที่พบจะมี 4 เซลล์ ซึ่งแบ่งโดยผนัง septate 3 อัน ชนิดสุดท้ายได้แก่ chlamy- dospore เป็นสปอร์ที่เกิดอยู่ภายในเส้นใยมีผนังค่อนข้างหนา
F. oxgsporum var. vasinfectum เป็นราที่ค่อนข้างไวต่อการเปลี่ยนแปลงระดับอุณหภูมิ และความชื้นมาก อุณหภูมิเหมาะที่สุดต่อการเจริญจะอยู่ในช่วงระหว่าง 24 – 28°ซ ถ้าลดต่ำกว่า 17°ซ หรือสูงเกินกว่า 38°ซ แล้วการเจริญจะเป็นไปอย่างช้าๆ หรือไม่มีการเจริญเติบโตเลย สำหรับในเรื่องของความชื้นผิดกับ Fusarium sp. ทั่วๆ ไป คือค่อนข้างชอบดินที่มีความชื้นสูง พริกที่ปลูกในดินแห้งหรือที่ดอนมักจะไม่ถูกเชื้อนี้ทำลาย แต่จะเป็นรุนแรงในดินลุ่มที่มีการระบายนํ้าเลว

การอยู่ข้ามฤดูและการแพร่ระบาด
โรคนี้หลังจากที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้วเชื้อก็จะอาศัยอยู่ในดินปลูกตลอดไปได้โดยไม่มีกำหนดจากการอาศัยเกาะกินเศษซากพืชและอินทรีย์วัตถุอื่นๆ ที่มีอยู่ในดินนั้น หากปลูกพืชซํ้าลงไปก็จะเกิดโรคขึ้นติดต่อกันไปได้เรื่อยๆ การระบาดส่วนใหญ่เชื้อจะติดไปกับดิน นํ้า จอบ เสียม ไถ คราด ล้อรถยนต์หรือแทรคเตอร์ หรือติดไปกับชิ้นส่วนของพืช เช่น หัว หน่อ เหง้า และต้นกล้าเมื่อเข้าทำลายพืชซึ่งส่วนใหญ่จะผ่านทางรากหรือแผลที่โคนต้น หลังจากนั้นเมื่อสิ่งแวดล้อมเหมาะสม พืชจะแสดงอาการเหี่ยวทั้งต้นและตายภายใน 2 สัปดาห์ แต่อาจจะนานออกไปถึง 2-3 เดือนหากสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อเชื้อพืชอาจจะเหี่ยวเฉพาะในตอนกลางวันหรือไม่ก็แคระแกร็นไม่ถึงกับตายทั้งต้นการจัดการโรค พริก (โรคกุ้งแห้ง โรคแอนแทรคโนส โรคเน่า โรคเหี่ยว โรคใบหงิก ฯลฯ)

 


การป้องกันกำจัด เมื่อปลูกพริกเสร็จแล้ว 5-7 วัน ควรฉีดพ่นด้วยสารอินทรีย์กลุ่มพิเศษ คาร์บอกซิล-พลัส ( Carboxyl-plus ) ในอัตรา 20 ซี.ซี ต่อน้ำ 20 ลิตร และฉีดพ่นทุก 7-10  วัน อีกประมาณ 4-5 ครั้ง จะสามารถป้องกันและคุ้มครองให้พริกปราศจากโรคต่าง ๆ รบกวนเกือบตลอดอายุของพริก

เปิดรับสมัครเซลฟรีแลนซ์ ประจำปี 2560/2017 จังหวัดละ 10ท่าน เพื่อดูแลลูกค้าของเราและเพิ่ม ฐานลูกค้าทั่วประเทศ คลิกชมรายละเอียด  :  http://bit.ly/2jpJSah

 

แฉ!!!คลิปร้อนแรงในวงการเกษตรกรรมในรอบปี2559ของร้านป.เคมีภัณฑ์,ภาพหลุดเกษตรกรปลูกแล้วรวย : 

http://bit.ly/2kqqkTz

 

http://bit.ly/2jAyLgV     คุณเมย์ปลูกมะเขืออำเภอพรมหมพิราม,ปุ๋ยใส่หอม,ปุ๋ยใส่มะเขือ,ปุ๋ยใส่พริก,ปุ๋ยใส่พริก,ปุ๋ยใส่ถั่วยาว+++++เทคนิคเพิ่มผลผลิต

 

http://bit.ly/2jNd6Qk    รีวิว:สวนมะลิอำเภอพรมหมพิราม,ปุ๋ยใส่มะนาว,ปุ๋ยใส่ดาวเรือง,ปุ๋ยใส่มะลิ,ปุ๋ยใส่กล้วยหอม

 

http://bit.ly/2k4jl1z  ป้าสมนึกตำบลพักทันปลูกหอมแดง,ขั้นตอนการปลูกหอมแดง,เทคนิคการปลูกหอมแดงไร้ดิน ปลูกบนแผงใส่ไข่

 

http://bit.ly/2k7Efxt  รีวิวเยี่ยมสวนมะลิพันธุ์เพชรกว่า100ไร่(3วันใช้งบปุ๋ยยา1แสนกว่าบาท)ต.ขุนแก้ว,อ.นครชัยศรีจ.นครปฐม,ปุ๋ยใส่มะลิให้ดก,ปุ๋ยใส่กล้วยหอมให้ผลใหญ่

 

 

http://bit.ly/2jR5fSm    ลงทุนกับโซล่าเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์กับไร่อ้อยขนาดใหญ่ในพื้นนอกเขตชลประทานคุ้มหรือไม่?กับการลงทุน

 

http://bit.ly/2jp2tFg    สะท้อนปัญหาสังคม:ไร่อ้อยผลผลิตตกต่ำจากสาเหตุน้ำไม่มี,รอแค่น้ำฝนผลผลิตตกต่ำไร่ละ5ตัน-8ตัน

 

http://bit.ly/2k2O1ne  ชมแปลงถั่วลิสงอำเภอหนองม่วง,การปลูกถั่วลิสงพันธุ์ไทนาน 9,การปลูกถั่วลิสงหลังนา เสริมรายได้

 

http://bit.ly/2jdUO9u   ชมแปลงทานตะวันอำเภอหนองม่วง,ทุ่งทานตะวันลพบุรี,สะพายกล้องเที่ยวเมืองลิง

 

http://bit.ly/2k9WbKG   สายน้ำหยดราคาส่ง,เทปน้ำหยดเช็คราคาล่าสุด,ราคาถูก,ราคาปัจจุบัน,ขายอุปกรณ์ระบบน้ำเกษตร โดย ป.เคมีภัณฑ์

 

http://bit.ly/2jJGCWO   รีวิวใช้ปุ๋ยตราคนเขียว21-3-3พลัสซุปเปอร์พลัง3บวก ในปาล์มแล้วเกษตรกรประทับใจมา3ปีติดๆ

 

http://bit.ly/2jlgky0  วิธีปลูกมะนาวให้ลูกดก,สัมภาษณ์คนปลูกมะนาวใช้ปุ๋ยสูตร2ดก,การใส่ปุ๋ยเคมีให้ต้นมะนาว

 

http://bit.ly/2kNkC1k  เทคนิคการใส่ปุ๋ยกล้วยน้ำว้าสไตล์สวนพรหมพิราม,ปุ๋ยสูตร3ขยายผลกล้วยหอม,ปุ๋ยสูตร3ขยายผลกล้วยไข่ by ป.เคมีภัณฑ์ 

 

  http://bit.ly/2jqp3iu   ใส่ปุ๋ยจำปีให้มีเก็บตลอดปี,เคล็ดลับวิธีการปลูกต้นจำปีให้ออกดอกมาก,การปลูกดอกจำปีใช้ปุ๋ยสูตร2โคตรดก, by ป.เคมีภัณฑ์

 

http://bit.ly/2kqHP8r  ปุ๋ยใส่อ้อย : การใส่ปุ๋ยอ้อยให้ได้ผลผลิตสูง30-40ตันต่อไร่,การบริหารจัดการไร่อ้อย(คลิปถามคนคิดต่าง)

 

http://bit.ly/2kfHraY     อ้อยโรงงานและน้ำตาลเขตชลประทาน,วัชพืชในไร่อ้อยและการบริหารจัดการ,การปลูกอ้อยSAT 4.0 

 

http://bit.ly/2kQRqDj     ปุ๋ยตราคนเขียวสูตร21-3-3ฟิลเลอร์อินทรีย์วัตถุแท้ๆอัดแท่ง,โชว์ผลงานใส่ปุ๋ยครั้งเดียวเขียวนาน7เดือน พร้อมให้บริการความแซ่บ ป.เคมีภัณฑ์                                               

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ ขายอ้อยพันธุ์ทุกชนิด-ปุ๋ย-ยา-ราคาส่ง กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2017-02-02 11:44:31 IP : 49.48.250.23


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.