หุ้นคืออะไรและทำไมต้องหุ้น,วันคอยน์คืออะไร,วันคอยน์ไทย,วันคอยล์,สมัครวันคอยน์,ป.เคมีภัณฑ์ ขายปุ๋ยยา
avatar
ขายอ้อยพันธุ์ทุกชนิด-ปุ๋ย-ยา-ราคาส่ง


สรุป : พี่ๆไม่ควรจะได้ไม่พลาดโอกาสการลงทุนสกุลเงินดิจิตอลซึ่งอนาคตได้ใช้งานแน่นอนพร้อมเงินปันผลดีๆ  กว่าธนาคารปัจจุบัน เงินล้านรอนักลงทุน

ที่มาวันคอยสกุลเงินดิจิตอล / ศึกษา : http://bit.ly/2dILGuY

ศึกษาข้อมูลบล็อกเกอร์ : http://bit.ly/2d9UCex

วันคอยน์สกุลเงินดิจิตอลonecoin(กลุ่มเฟสบุ๊ค)  http://bit.ly/2cDtCma

วันคอยน์สกุลเงินดิจิตอลonecoin(กลุ่มไลน์)  http://bit.ly/2cDuMxR

 หุ้นคืออะไรและทำไมต้องหุ้น

 8-24-24 / 13-13-21 / 15-5-20 /  21-7-14 / 14-14-21 / 16-16-16 / 25-7-7 / 15-9-20 

            หุ้นน่าจะถือเป็นคำยอดฮิตอีกคำหนึ่งในยุคสมัยนี้ กระแสการเล่นหุ้นหรือลงทุนในหุ้นนั้นเป็นนิยมกว่าสมัยสิบปีก่อนมาก เรียกได้ว่าไปเดินร้านหนังสือทีไร ต้องเจอหนังสือหุ้นติด Best Seller ทุกครั้งไป

            ว่าแต่ที่จริงแล้วหุ้นคืออะไร                                                                   

            หุ้น คือ สิทธิ์ในความเป็นเจ้าของกิจการ ยกตัวอย่างเช่น หากเราลงเงินกับเพื่อนคนละครึ่งเพื่อเปิดร้านกาแฟ เราจะมีสิทธิ์ในกิจการร้านกาแฟนี้ครึ่งหนึ่ง สิทธิ์นี้เองนี่แหละที่เรียกว่าหุ้น ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็หมายถึงหุ้นส่วนนี่เอง

            ในสมัยอดีต กิจการมักจะอยู่ในรูปแบบเจ้าของคนเดียวหรือห้างหุ้นส่วนซึ่งเกิดจากการร่วมหุ้นกับจากหมู่คนใกล้ชิด แต่เมื่อโลกของทุนนิยมเติบโตมากขึ้น กิจการก็มีขนาดใหญ่มากขึ้น ระบบของหุ้นจึงถูกนำมาใช้เพื่อระดมทุนจากคนทั่วไปได้อย่างกว้างขวาง8-24-24 / 13-13-21 / 15-5-20 /  21-7-14 / 14-14-21 / 16-16-16 / 25-7-7 / 15-9-20

            พูดง่ายๆ คือ หุ้นก็คือความเป็นเจ้าของธุรกิจที่ถูกแบ่งขายออกมานั่นเอง

 

            การลงทุนในหุ้นจึงเหมือนกับการลงทุนในกิจการ

            หากต้องการเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อ นักลงทุนอาจซื้อหุ้น CPALL เพื่อเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อชื่อดังอย่างเซเว่นอีเลฟเว่นประเทศไทย หากต้องการเป็นเจ้าของโรงพยาบาล นักลงทุนอาจซื้อหุ้น BDMS เพื่อเป็นเจ้าของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเวชการ เครือโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ณ เวลานี้

            การลงทุนในหุ้นจึงเป็นเหมือนการทำธุรกิจอย่างเรียบง่าย

            เพราะคุณไม่จำเป็นต้องลงทุนทั้งกายทั้งใจทั้งเวลาเหมือนเจ้าของธุรกิจ เพียงแต่วิเคราะห์หาสุดยอดธุรกิจ คุณก็สามารถซื้อหุ้นและเริ่มต้นเป็นเจ้าของกิจการได้เลย

 

            เหตุผลที่เราจึงควรลงทุนในหุ้นจึงอธิบายได้ประมาณนี้

            1 เริ่มต้นได้ด้วยเงินไม่มาก

            ด้วยเงินหลักร้อยหลักพัน เราก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้แล้ว แต่ถ้าลงทุนสร้างกิจการของตนเองอาจต้องใช้เงินหลายล้านสำหรับร้านค้าสะดวกซื้อสักร้าน หรือหลายร้อยล้านสำหรับโรงพยาบาลสักโรงหนึ่ง ดังนั้น หุ้นจึงเป็นทางเลือกในการทำธุรกิจที่ดี

            2 สภาพคล่องสูงกว่าทำธุรกิจด้วยตนเอง

            การลงทุนในหุ้นเปิดโอกาสให้เราซื้อหรือขายหุ้นได้แทบจะตลอดเวลา เรียกได้ว่ามีสภาพคล่องสูงค่อนข้างมาก ดังนั้น เราในฐานะนักลงทุนจึงสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจอะไรในช่วงเวลาไหน หรือในอีกนัยหนึ่งคือเราสามารถขายหุ้นออกไปได้ถ้าคิดว่าอนาคตของกิจการจะไม่ดี ต่างกับการทำธุรกิจส่วนตัว การขายกิจการทำออกไปได้ยากจนแทบเรียกว่าจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าธุรกิจไปไม่รอด กว่าจะเลิกกิจการได้ก็อาจจะสูญเสียเงินไปมาก

            3 ไม่ต้องบริหารธุรกิจเอง

            หากเราต้องการเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันสักปั๊มหนึ่ง เราอาจจะต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการบริหารจัดการให้ปั๊มน้ำมันของเราได้ผลกำไรสูงที่สุด แต่สำหรับหุ้นแล้วไม่ใช่ เพราะเราสามารถปล่อยหน้าที่การบริหารกิจการให้เป็นของกรรมการบริษัท เราในฐานะเจ้าของมีหน้าที่เพียงติดตามการทำงานเท่านั้น หากการบริหารไม่มีประสิทธิภาพ อาจเสนอแนะได้ในการประชุมประจำปี หรืออาจขายหุ้นทิ้งเพื่อหาทางเลือกที่ดีกว่า

            4 หุ้นสร้างผลตอบแทนได้ดี

            ถ้าเลือกกิจการได้อย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว ในระยะยาวหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน โดยหุ้นจะให้ผลกำไรนักลงทุน 2 แบบด้วยกัน คือ กำไรจากส่วนต่างราคา เช่น ซื้อหุ้นมาในราคาหุ้นละ 10 บาทและขายออกไปในราคาหุ้นละ 12 บาท แบบนี้นักลงทุนจะได้กำไร 2 บาทต่อหุ้น และกำไรจากเงินปันผล โดยกิจการส่วนใหญ่จะมีการจ่ายเงินปันผลออกมาจากกำไรสุทธิ เราจะได้รับเงินที่ปันผลออกมาคล้ายได้รับดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคาร ซึ่งถ้ากิจการเติบโต เงินปันผลก็สามารถเติบโตได้อีกด้วย8-24-24 / 13-13-21 / 15-5-20 /  21-7-14 / 14-14-21 / 16-16-16 / 25-7-7 / 15-9-20

 

            หุ้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการลงทุน

            ถึงแม้ว่าจะเป็นการยากที่จะบอกว่าหุ้นเป็นการลงทุนที่ดีที่สุด เพราะนักลงทุนแต่ละคนย่อมเหมาะกับสินทรัพย์ที่ไม่เหมือนกัน แต่ด้วยลักษณะของหุ้นแล้ว หุ้นสามารถเหมาะกับนักลงทุนที่อยากมีกิจการเป็นของตนเองผ่านการถือหุ้น เหมาะกับนักลงทุนที่อยากได้เงินปันผลต่อเนื่องในระยะยาว รวมไปถึงเหมาะกับนักเก็งกำไรที่สร้างกำไรจากความผันผวนของราคาหุ้นในระยะสั้น

ศึกษาบทความดีๆของ ป.เคมีภัณฑ์ ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

1.ศึกษาข้อมูล ป.เคมีภัณฑ์ ทุกอย่าง https://goo.gl/qake7Q

2.หญ้านาข้าวไม่ตายตั้งแต่ 20วันขึ้นไป http://goo.gl/XE2QG8

3.การกำจัดข้าวดีดข้าวเด้ง                               

 http://goo.gl/0EDkUI

4.การผสมแม่ปุ๋ยเคมีเป็นสูตรต่างๆ  http://goo.gl/Vxqft0

5.สารจับใบเกรดพ่นบนเครื่องบินภาคเกษตร http://goo.gl/Cg9Jqp

6.การกำจัดตะไคร่น้ำในนาข้าว http://goo.gl/rIQyID / http://goo.gl/DlXZcX

7.ภารกิจปราบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนกอ หนอนม้วนใบข้าว  http://goo.gl/N9OjTV

 

ดูวีดิโอ+ข้อมูลทางมัติมีเดีย: https://goo.gl/zPsPr8



ผู้ตั้งกระทู้ ขายอ้อยพันธุ์ทุกชนิด-ปุ๋ย-ยา-ราคาส่ง กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2016-09-30 23:35:15 IP : 125.26.126.63


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4021839)
avatar
ขายอ้อยพันธุ์ทุกชนิด-ปุ๋ย-ยา-ราคาส่ง

ขายปุ๋ยใส่ผลไม้,ใส่ผักสูตรปุ๋ยเร่งโต,ปุ๋ยสูตรบำรุง ไม้ผล - ไม้ยืนต้น,ปลูกผักสวนครัว ด้วยปุ๋ยอินทรีย์ 

ขายปุ๋ยใส่ผลไม้,ใส่ผักสูตรปุ๋ยเร่งโต,ปุ๋ยสูตรบำรุง ไม้ผล - ไม้ยืนต้น,ปลูกผักสวนครัว ด้วยปุ๋ยอินทรีย์ แบบเกษตรอินทรีย์ 
ขายปุ๋ยใส่ผลไม้,ใส่ผักสูตรปุ๋ยเร่งโต,ปุ๋ยสูตรบำรุง ไม้ผล - ไม้ยืนต้น,ปลูกผักสวนครัว ด้วยปุ๋ยอินทรีย์ แบบเกษตรอินทรีย์ 
การแบ่งประเภทของปุ๋ย โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น ประเภทด้วยกัน คือ
ปุ๋ยอินทรีย์
ปุ๋ยอินทรีย์ เป็นปุ๋ยที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ ที่ถูกหมักหมมจนเน่าเปื่อยหมดแล้ว และอยู่ในสภาพที่พืชสามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ใบไม้ผุ ปุ๋ยหมัก มูลสัตว์ต่าง ๆ กระดูกป่น กากถั่ว ปุ๋ยพืชสดและปุ๋ยเทศบาล เป็นต้น ดินโดยทั่วไปมีอินทรีย์วัตถุที่ได้จากธรรมชาติ ปุ๋ยอินทรีย์นั้นโดยปกติจะมีธาตุอาหารต่าง ๆ อยู่เกือบครบถ้วน แต่มีปริมาณอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งมีไม่เพียงพอสำหรับต้นไม้ แต่ปุ๋ยอินทรีย์ จะให้ประโยชน์ในแง่การปรับปรุงดินให้มีโครงสร้างที่ดียิ่งขึ้น มีความสามารถในการอุ้มน้ำดีขึ้นในดินทราย และเปลี่ยนสภาพของดินเหนียว ที่มีการระบายน้ำเลวให้ดีขึ้น เมื่อดินร่วนขึ้น รากของต้นไม้จึงสามารถไชชอนไปได้ไกลและหาอาหารได้มากขึ้น ดินที่อุ้มน้ำดีขึ้นนั้น จะช่วยให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ปุ๋ยอินทรีย์แต่ละชนิดย่อมให้ธาตุอาหารแต่ละชนิด ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่แหล่งที่มา เช่น เลือกแห้ง ให้ธาตุอาหารพวกไนโตรเจนสูง ส่วนปุ๋ยกระดูกป่นให้ธาตุฟอสฟอรัสสูง

หลายคนตามหาปุ๋ยเคมีทางระบบรากหรืออาหารพ่นทางใบพืช สูตรดก/สูตรผลใหญ่/สูตรโตเร็วแบบมีคุณภาพซึ่งเราไม่มีปุ๋ยท้องตลาดไว้ให้บริการ เช่น 8-24-24 / 13-13-21 / 15-5-20 /  21-7-14 / 14-14-21 / 16-16-16 / 25-7-7 / 15-9-20 ปุ๋ยเหล่านี้ไม่ได้เหมาะสมกับพืชอย่างแท้จริง

เราทำการเซ็ทปุ๋ยไว้แค่ 3สูตรเท่านั้น  ดังนี้

8-24-24 / 13-13-21 / 15-5-20 /  21-7-14 / 14-14-21 / 16-16-16 / 25-7-7 / 15-9-20 

หมายเหตุ ท่านต้องใส่งานของเราระยะเวลา 2 เดือน และเปรียบเทียบกับ ของท่านที่เคยใช้งานมา20ปี8-24-24 / 13-13-21 / 15-5-20 /  21-7-14 / 14-14-21 / 16-16-16 / 25-7-7 / 15-9-20

แถมบางที ไปคิดว่า 46-0-0 ก็เหมือนกับ 15-0-0 แถมถูก ด้วย และ มีไนโตรเจนมากกว่า ตั้ง 46 % ก็จะบอกให้ลูกค้าเอา 46-0-0 21-0-0 หรือ 11-0-0 ไปใช้แทน15-0-0 มันคนละเรื่องเลยนะคับ เพราะ ถึงแม้น จะมีแต่ไนโตรเจน แต่ อย่างแรก ไนโตรเจน จากปุ๋ย ตัวนี้ อยู่ในรูปที่ต่างกัน คืออันนึงเป็น ไนโตรเจน ในรูป ไนเตรท กับ ไนโตรเจนในรูป แอมโมเนียม ( เอาไว้วันหลังผมจะบอกว่ามันต่างกันอย่างไร )และ ที่สำคัญ ธาตุรอง ที่แฝงมานี่ต่างกันมาก ส่วนใหญ่เราใส่ ปุ๋ย พวกนี้เพราะต้องการธาตุรองที่แฝงมาด้วย

 

1. 15-0-0 คือ CaNo3 แคลเซียมไนเตรท เวลาละลายน้ำ เราได้ ไนโตรเจน ในรูป ไนเตรท 15 % กับ แคลเซียม 25.6 % 
2. 46-0-0 ปุ๋ยยูเรีย คือ (CO(NH2)2) ซึ่งจะให้ ไนโตรเจนสูงถึง 46 % ในรูป แอมโมเนียม ไม่มีอะไรแถมมาแต่ได้ ไนโตรเจนสูง
3. 21-0-0 คือ ปุ๋ย แอมโมเนียมซัลเฟต ซึ่ง เราจะ ได้ ไนโตรเจน ในรูป แอมโมเนียม 21 % และ ได้ ซัลเฟต มาด้วย 24 %
4. 11-0-0 คือ Mg(NO3)2 แมกนีเซียมไนเตรท คือ เราจะได้ ไนโตรเจน ในรูป ไนเตรท มา11% แล้ว ได้ แมกนีเซียม มาด้วย 10 % เหมาะสำหรับ การใช้ในดินที่ไม่มี แมกนีเซียม 

8-24-24 / 13-13-21 / 15-5-20 /  21-7-14 / 14-14-21 / 16-16-16 / 25-7-7 / 15-9-20

ปุ๋ยเหล่านี้ 15-0-0 , 46-0-0 , 21-0-0 , 11-0-0 เหมือนกันหรือไม่ 
    แนะนำให้ใส่ 15-0-0 ให้กับไม้ผลทุกชนิดทั้ง เมล่อน ทุเรียน มังคุด ลำไย ลองกอง มะละกอ ไม้ผลทุกชนิดละคับ หรือ แม้กระทั่งไม้ดอกเช่น มะลิ ดาวเรือง หอมแบ่ง และไม้ดอกต่าง ๆๆเพราะจะช่วยให้ก้านดอกใหญ่แข็งขายได้ราคา

    ถ้าต้องการให้ ข้าวแตกกอดี ก็ต้องใส่ 15-0-0 เมื่อข้าวอายุได้ 20-30 วัน เพราะ อะไรคับ เพราะ 15-0-0 คือ CaNo3 แคลเซียมไนเตรท คือ เวลาให้พืช จะได้ ไนเตรทไป 15 % และ ได้ แคลเซียมไป 25.6 % ไอ้ แคลเซียมไป 25.6 % นี่แหละคับที่พืชต้องการให้เอามาใส่ให้พืช

 

 

      ยิ่งสำหรับไม้ผล ระหว่างการสร้างผล พืชต้องการแคลเซียมมาก ราว ๆๆๆถึง 40-70 % ของไนโตรเจนเลยทีเดียว แล้วถ้าได้แคลเซียมไม่พอ ผลคือ ลูกจะเล็ก ผลจะน้อย ลูกจะแตก

ผู้แสดงความคิดเห็น ขายอ้อยพันธุ์ทุกชนิด-ปุ๋ย-ยา-ราคาส่ง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2016-09-30 23:43:02 IP : 125.26.126.63



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.